Test RePort: XTZ MASTER M2 STANDMOUNT SPEAKER

 Test RePort: XTZ MASTER M2 STANDMOUNT SPEAKER

หัสคุณ

Master_M2_September_2014_1

เมื่อพูดถึงประเทศสวีเดน คุณจะนึกถึงอะไร?  ถ้าเป็นหนุ่มๆ ก็ต้องสาวๆ ที่สวยใส หน้าตาดี เพราะสาวสวีเดนขึ้นชื่อในเรื่องของความงามตามธรรมชาติ ถ้าเป็นคนทั่วไปก็อาจจะนึกถึงสต็อกโฮล์มเมืองหลวงของสวีเดน ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวก็ต้องนึกถึงพระอาทิตย์เที่ยงคืน ใบไม้เปลี่ยนสี หรือปราสาทคาลมาร์ สถาปัตยกรรมแบบเรเนซองที่งดงาม ถ้าเป็นนักกินก็ต้องคิดถึงปลาแซลมอนที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสด และความอร่อย แต่ถ้าคุณเป็นนักเล่นเครื่องเสียงล่ะคุณจะนึกถึงแบรนด์ไหน บางทีคุณอาจต้องใช้เวลาทบทวนว่าที่ผ่านมาเคยพบพานแบรนด์เครื่องเสียงจากสวีเดนบ้างหรือไม่ จะว่าไป…ดูเป็นคำถามที่หาคำตอบได้ยากทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว ประเทศในทางแถบสแกนดิเนเวีย ออกจะมีชื่อเสียงทางเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก ถ้ายังนึกไม่ออกคำตอบก็คือเครื่องเสียงภายใต้แบรนด์ XTZ ที่นำเข้ามาโดยทาง DISCOVERY HIFI นั่นเอง

XTZ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2004 โดยมิสเตอร์ OLLE ELIASSON ถ้าพิจารณาจากปีที่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบันก็มีอายุที่เพิ่งจะผ่านพ้นปีที่ 10 มาหมาดๆ เท่านั้น ก็คงพอจะเรียกว่าเป็นแบรนด์ใหม่ในวงการได้เช่นกัน แต่ถ้าจะพิเคราะห์เจาะลึกลงไปอีกสักหน่อย กับประวัติและความเป็นมาของผู้ก่อตั้งอย่าง OLLE ELIASSONก็ต้องนับว่ามีความน่าสนใจไม่น้อยเลย เพราะ OLLE ELIASSON  ได้อุทิศตนทั้งชีวิตให้กับดนตรี และไฮไฟนับตั้งแต่เขามีอายุเพียง 13 ปีเท่านั้น หลังจากที่เขาจบการศึกษาทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ในปี ค.ศ.1987 OLLE ก็เริ่มต้นทำงานในธุรกิจนี้พร้อมกับเดินหน้า มุ่งไปตามความฝันบนเส้นทางของไฮ-ไฟ นับเป็นเวลาร่วม 30 ปีที่ OLLE ELIASSON อยู่ในวงการและได้ออกแบบลำโพงชั้นดีให้กับเหล่านักฟังผู้ถวิลหาและหลงใหลในคุณภาพเสียงเป็นเลิศ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจก่อตั้ง XTZ ขึ้น ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน พร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ที่สามารถจะรังสรรค์พละกำลัง, รายละเอียด และการเข้าถึงอารมณ์ ความรู้สึก ผ่านสุนทรียภาพทางเสียง ส่งผลให้ XTZ ประสบความสำเร็จมาด้วยดี และเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับการให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพที่มีความคุ้มค่าเกินราคาพร้อมกับการวางระดับราคาจำหน่ายในตลาดได้อย่างน่าสนใจยิ่ง เพราะนี้คือเป้าหมายที่ใหญ่ยิ่งของ XTZ

OLLE ELIASSON ยังได้สร้างเครือข่ายของเหล่าเอ็นจิเนียร์, นักออกแบบรวมทั้งผู้ผลิตที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานในวงการเครื่องเสียงที่กระจายอยู่ทั่วโลกเพื่อรวบรวมเอาองค์ความรู้ รวมถึง พัฒนาการของอุปกรณ์ใหม่ๆ เพื่อให้เท่าทันกับความเป็นไปของเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดยั้ง XTZ ยังได้ร่วมงานกับบริษัทต่างๆ ทั้งในยุโรป, เอเชีย รวมทั้งในสหรัฐอเมริกาสำหรับการผลิตนั้นจะมีทั้งในสวีเดนเองและประเทศในแถบเอเชียอย่างประเทศจีน เป็นต้น ถึงแม้ว่า XTZ จะเป็นน้องใหม่ในวงการและมีอายุ อานามที่ไม่มากนัก แต่ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานนั้นต้องถือว่ามีมากมายเกินเพียงพอ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ของ XTZ จึงถือว่าได้ผ่านการหล่อหลอมด้วยความรู้ (KNOW-HOW) และความชำนาญ (LONG EXPERIENCE) มาเป็นอย่างดีจึงมั่นใจได้ว่า XTZ นั้นมีความรอบรู้มากพอที่จะเลือกสรรนำเอาเทคโนโลยีต่างๆมาใช้ในผลิตภัณฑ์ของตนได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังมีความกระตือรือร้น ที่จะแสวงหาหรือคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เมื่อมีความจำเป็นอย่างไม่รีรอ ซึ่งทีมงานของ XTZ จะพยายามจัดความสมดุลทั้งสองให้มีความเหมาะสมกับระดับราคาที่กำหนดไว้ ทาง XTZ ยังได้ให้ความสำคัญและใส่ใจกับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ ของ XTZ ดูสวยงามและมีความทันสมัยอยู่เสมอ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรแล้วก็ตาม และที่สำคัญทาง XTZ ต้องการให้ผู้คนสามารถที่จะครอบครองและมีความเพลิดเพลิน สามารถเข้าถึงคุณภาพเสียงชั้นเยี่ยมในราคาที่ประหยัด คุ้มค่า เพิ่มพูนความสุขใจกับชีวิต เพราะชีวิตของคนเรานั้นสั้นนักและนี่คือเวลาที่ควรจะใช้อย่างระมัดระวังและคุ้มค่าที่สุดนั่นเอง !

ปัจจุบันทาง XTZ ได้ขยายไลน์การผลิตให้มีความแตกต่างและครอบคลุมมากขึ้น จากเดิมที่มุ่งเน้นแต่ลำโพงคุณภาพสูงเกรดพรีเมี่ยมอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 2 แชนแนล ลำโพงสำหรับโฮมเธียเตอร์, ลำโพงสำหรับวงการภาพยนตร์ระดับโปรเฟสชั่นแนล, ลำโพงที่ใช้ในวงการธุรกิจ ,ลำโพงสำหรับคอมพิวเตอร์ รวมทั้งแอมปลิไฟเออร์, เครื่องเล่นซีดี, เครื่องมือ-อุปกรณ์ในการวัดMEASUREMENT SYSTEMS รวมทั้งหูฟัง  XTZ ยังคงก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง สามารถที่จะขยับชั้นขึ้นไปเทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์ในระดับไฮเอนด์ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเหล่านักเล่นนักฟังที่จริงจัง รวมทั้งผู้ที่คลั่งไคล้ในระบบโฮมเธียเตอร์ทั่วโลก

MASTER M2

จากประวัติของ XTZ ตามที่กล่าวมาในข้างต้น จะพบว่าทาง XTZ จะมีความชำนาญในการออกแบบลำโพงเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าเมื่อหลายปีก่อน ทาง XTZ ได้ออกลำโพงวางพื้นตระกูล 99 SERIES ซึ่งมีลำโพงวางหิ้ง/ขาตั้ง รุ่น 99.26 MK II และลำโพงวางพื้นรุ่น 99.36 MK II ซึ่งถือว่าเป็นลำโพงที่วางอยู่ในระดับคุ้มค่า คุ้มราคา โดยเฉพาะกับรุ่น 99.26 MK IIที่ได้รับคำวิจารณ์อย่างชื่นชมทั้งในเรื่องของคุณภาพเสียง และความคุ้มค่าน่าใช้  แต่ 99.26 MK II นั้นต้องถือว่าเป็นลำโพงที่วางตัวอยู่ในระดับกลาง หรือระดับ MID-END เท่านั้น มาคราวนี้ OLLE ELIASSON และ XTZ ได้ตั้งความมุ่งหวังที่จะรังสรรค์ผลงานที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ระดับ UNIGUE PRODUCT ต้องเป็นลำโพงที่มีขนาดพอเหมาะ ออกแบบด้วยมุมมองและมีรูปลักษณ์เข้าขั้นลำโพงในระดับไฮเอนด์อย่างแท้จริง โดยมีข้อแม้ว่า จะต้องมีราคาจำหน่ายที่ไม่สูงและหาได้ยากจากคู่แข่งรายอื่นๆ ในวงการเครื่องเสียงด้วยกัน  ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือลำโพง MASTER M2 ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร้ข้อจำกัด เพื่อให้ MASTER M2 นั้นเป็นลำโพงที่เข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบ (PERFECT-HIGH GRADE) ของลำโพงแบบ 2 ทางในอุดมคติชั้นเยี่ยม ดั่งที่หลายคนฝันถึง

m2_7

รูปลักษณ์และการออกแบบ

          MASTER M2 เป็นลำโพงวางหิ้ง/ขาตั้ง ขนาดกลางแบบตู้เปิดเบสรีเฟล็กซ์ (BASS REFLEX) มีท่อเบสวางตัวอยู่ทางด้านหลังของลำโพง MASTER M2 จะมีสัดส่วนอยู่ที่ 231 X 424 X 374 มม. (9.1” X 16.7” X 14.7”) (ก X ส X ล) มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 18.6 กก./คู่ หรือ 41 ปอนด์ ตัวตู้ทำสีดำเงาแบบ HIGH-GROSS PIANO BLACK ดูสวยงาม

MASTER M2 ใช้ไดรเวอร์เบส/มิดเรนจ์ ขนาด 6.5 นิ้ว ของ SEAS (SCANDINAVIAN ELECTRO ACOUSTIC SYSTEMS) บริษัทผู้ผลิตไดรเวอร์ชื่อดังจากนอร์เวย์ ชื่อของSEAS นั้นมีประวัติและประสบการณ์ในการออกแบบไดรเวอร์คุณภาพสูงมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี SEAS จึงถือว่าเป็นบริษัทผู้ผลิตไดรเวอร์ที่สามารถก้าวออกมายืนอยู่ในหมู่ผู้ผลิตระดับชั้นแนวหน้าที่สามารถสร้างผลงานจนประสบความสำเร็จกับไดรเวอร์คุณภาพสูงในระดับไฮเอนด์ โดยเฉพาะกับไดรเวอร์ในตระกูล EXCELอันโด่งดัง SEAS จะมีไลน์การผลิตหลักด้วยกัน 3 ตระกูลได้แก่ PRESTIGE, EXCEL และ EXOTIC PRODUCT LINE

ถ้าเข้าใจว่าด้วยชื่อเสียงและประสบการณ์ของ SEAS นั้นสามารถยืนยันถึงมาตรฐานเละคุณภาพของไดรเวอร์ก็เพียงพอที่ทาง XTZจะเลือกหยิบเอาไดรเวอร์ที่มีอยู่ในสายการผลิตนั้น แล้วนำมาประกอบขึ้นเป็นลำโพงของตนเองดั่งที่คู่แข่งหลายๆ รายมักจะนิยมทำกัน ก็ต้องขอบอกเลยว่าคุณคงจะเข้าใจผิดเพราะทาง XTZ ไม่ได้เพียงคิดอะไรง่ายๆ โดยเฉพาะกับ MASTER M2 ที่ทาง XTZ หมายมั่นปั้นมือให้เป็นลำโพงที่สามารถจะวางตัวขึ้นไปอยู่ในระดับไฮเอนด์เพื่อกระทบไหล่กับเหล่าลำโพงคู่แข่งแบรนด์เนมทั้งหลาย OLLE ELIASSON แห่ง XTZ เลือกที่จะจับมือกับทาง SEAS เพื่อร่วมกันพัฒนาไดรเวอร์เบส/มิดเรนจ์ ให้ก้าวล้ำไปอีกระดับหนึ่งผลงานที่ได้จึงเป็นไดรเวอร์เบส/มิดเรนจ์ขนาด 6.5 นิ้ว ที่ตัวไดอะแฟรมเป็นวัสดุชนิดใหม่มีชื่อเรียกว่า THE NEW ‘CURV’ CONE โดยที่โครงสร้างของไดอะแฟรมนั้นขึ้นรูปจากการถักทอของเส้นใยโพลีโพรไพลีน (WOVEN POLYPROPYLENE) จึงมีคุณสมบัติในการซึมซับแรงสั่นสะเทือนภายใน (INTERNAL DAMPING) ได้ในระดับที่ดีเยี่ยม (EXCELLENT) ซึ่งช่วยให้การเคลื่อนตัวของไดอะเฟรมเป็นไปอย่างราบรื่น (SMOOTH) สามารถตอบสนองความถี่ขึ้นไปถึงย่านเสียงในระดับกลาง-สูง (HIGHER MIDRANGE) โดยมีความเพี้ยนต่ำที่สุด (LOWEST DISTORTIONS)

เทคโนโลยี ‘CURV’ได้รับการกล่าวอ้างว่าเป็นโพลีโพรไพลีนชนิดใหม่ที่มีความแกร่งแบบ 100% SELF-REINFORCED POLYPROPYLENE COMPOSITE  ชนิดแรกของโลก (THE WORLD’S FIRST) ที่สามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือน (IMPACT RESISTANCE) ได้ในระดับที่ดีเยี่ยม มีน้ำหนักที่เบาและมีความแข็งแรง (HIGH STIFFNESS) ที่สามารถต้านทานการบิดได้เป็นอย่างดี ‘CURV’ จึงถือได้ว่าเป็นวัตถุชนิดใหม่ที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานหลอมรวมกันระหว่างพลาสติกเหลว (THERMOPLASTIC)กับเส้นใยคุณภาพสูง (HIGH PERFORMANCE OF A FIBER REINFORCED COMPOSITE) เมื่อนำมาขึ้นรูปเป็นไดอะแฟรมของไดรเวอร์จึงมีชื่อเรียกว่า NEW’CURV’ CONE ที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่ากรวยแบบโพลีนโพรไพลีนในอดีตเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะสามารถกำจัดจุดอ่อนที่มีอยู่เดิมได้แล้ว ยังช่วยเสริมคุณสมบัติชั้นเยี่ยมเข้าไปในตัวให้ดีขึ้นอีกด้วย

ตรงกลางของกรวยนั้นจะเป็นเฟสปลั๊ก (PHASE PLUG) ที่ขึ้นรูปจากแท่งทองแดงเนื้อตัน (SOLID COPPER) ซึ่งตัวของเฟสปลั๊กนั้นจะถูกยึดตรึงไว้กับโครงสร้างของแม่เหล็ก ไม่ติดกับไดอะแฟรม ตัวเฟสปลั๊กทองแดงดังกล่าวทำหน้าที่ในการลดการหักล้างทางคลื่นเสียงที่ปกติจะเกิดขึ้นกับกรวยแบบทั่วไป พร้อมกับช่วยนำคลื่นสัญญาณเสียงจากไดรเวอร์ให้เดินทางไปถึงหูของผู้ฟัง ด้วยความถี่ที่ราบรื่นขึ้น ตัวเฟสปลั๊กเองยังทำหน้าที่ในการควบคุมมวลของอากาศเพื่อให้ไดอะแฟรมรับพลังงานได้อย่างสม่ำเสมอพร้อมกันนี้ยังช่วยระบายความร้อนที่เกิดขึ้นภายในวอยซ์คอยล์และช่วยเพิ่มพื้นที่ให้การไหลเวียนของอากาศ (AIR CIRCULATION) ภายในวอยซ์คอยล์ให้ดีขึ้น ส่งผลให้ตัวไดรเวอร์สามารถรองรับกำลังขับ (POWER HANDLING CAPACITY) ได้ดีขึ้น เมื่อไดรเวอร์ถูกใช้งานที่ความดังสูงๆ ก็จะมีความเพี้ยนที่ต่ำกว่าไดรเวอร์แบบทั่วไป

สำหรับระบบแม่เหล็ก (MAGNET SYSTEM) ยังได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยมีแผ่น BUMPED BACK PLATE เพื่อช่วยให้วอยซ์คอยล์สามารถเคลื่อนตัวได้กว้างขึ้น มีการใช้แผ่นทองแดงแบบ HEAVY COPPER RING ทั้งด้านบนและด้านล่างของตัว CENTER T-SHAPES POLE PIECE เพื่อลดการเหนี่ยวนำของ FLUX MODULATION และลดความพี้ยนแบบ EDDY CURRENT DISTORTION และยังช่วยให้การเคลื่อนตัวของไดรเวอร์มีความถูกต้อง เที่ยงตรงมากขึ้น ลดอาการ NON-LINEAR ที่ทำให้เกิดความเพี้ยนแบบ MODULATION DISTORTION อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพิกัดของการโอเวอร์โหลด (OVERLOAD MARGIN) ให้สูงขึ้นด้วย

ตัวโครงสร้างของไดรเวอร์จะเป็นโลหะหล่อขึ้นรูปแบบ INJECTION MOLDED METAL BASKET ที่มีความแข็งแกร่งและมั่นคง ตัวโครงสร้างจะมีช่องระบายอากาศที่กว้างทั้งด้านบนรวมทั้งด้านล่างของสไปเดอร์เพื่อลดแรงสะท้อนของอากาศช่วยให้การไหลเวียนของอากาศดีขึ้น สามารถลดเสียงรบกวนของลม (AIR FLOW NOISE) รวมทั้งยังช่วยลดการเกิดเรโซแนนซ์ของเสียงสะท้อนแบบ CAVITY RESONANCES ให้ต่ำลงอย่างได้ผล

สำหรับทวีตเตอร์นั้นทาง XTZ เลือกใช้โดมทวีตเตอร์ขนาด 30 มม. แบบ SOFT DOME เพื่อการตอบสนองความถี่สูงที่เป็นเยี่ยม ทวีตเตอร์ดังกล่าวมีค่าเรโซแนนซ์ทางความถี่ที่ต่ำ และสามารถรองรับกำลังขับได้สูงเป็นพิเศษเหนือกว่าทวีตเตอร์โดยทั่วๆ ไปจึงเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในลำโพงแบบ 2 ทางอย่างลงตัว  ระบบแม่เหล็กที่ใช้ยังเป็นแบบแม่เหล็กนีโอไดเมียมคู่ (DUAL NEODYMIUM MAGNETS) ที่ทรงพลัง มีความเพี้ยนต่ำ นับว่าเป็นทวีตเตอร์ที่สามารถตอบสนองความถี่ได้อย่างราบเรียบและขึ้นไปได้สูงถึง 29 kHz และเพื่อเป็นการดึงเอาศักยภาพของทวีตเตอร์ดังกล่าว ออกมาอย่างเต็มที่ทาง XTZ ได้ออกแบบระบบ WAVEGUIDE TECHNOLOGY ขึ้น ลักษณะของ WAVEGUIDEดังกล่าวจะมีลักษณะคล้ายกับปากฮอร์นที่ผายออก  ตัว WAVEGUIDE จะช่วยเพิ่มความไว (SENSITIVITY) ของทวีตเตอร์ให้สูงขึ้น และช่วยลดความเพี้ยนให้ต่ำ ทาง XTZ ได้คำนวณมุมการกระจายเสียงออกมาอย่างสมบูรณ์ เพื่อให้ทวีตเตอร์ทำงานอย่างราบเรียบมีมุมการกระจายเสียงที่กว้างแต่มีรูปแบบที่มั่นคงและทรงพลัง ตอบสนองต่อความถี่สูงได้ดีเยี่ยม อีกทั้งยังสามารถทำงานร่วมกับไดรเวอร์เบส/มิดเรนจ์ได้อย่างกลมกลืน ส่งผลให้ลำโพง MASTER M2 สามารถจัดวางเข้ากับห้องฟังขนาดต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

วงจรครอสโอเวอร์เน็ตเวิร์กนั้น ทาง XTZ ก็ให้ความสำคัญและใส่ใจไม่แพ้กัน ใช้วงจรแบบ ADVANCED LINKWITZ / RILEY สำหรับวูฟเฟอร์/มิดเรนจ์นั้นจะจัดวงจรแบบออร์เดอร์ที่ 2 มีอัตราการลาดลงเป็น 12 dB/OCTAVE ในขณะที่ทวีตเตอร์จะจัดวงจรแบบออร์เดอร์ที่ 3 มีอัตราการลาดลง 18dB/OCTAVE เพื่อให้มีความคลาดเคลื่อนทางเฟส (PHASE SHIFT) ที่ต่ำที่สุดและยังสามารถตอบสนองต่อสัญญาณเฉียบพลัน (TRANSIENT RESPONSE) ได้ดี สำหรับจุดตัดของครอสโอเวอร์เน็ตเวิร์กจะอยู่ที่ 1.9 KHz  ในวงจรฟิลเตอร์นั้นเลือกใช้รีซีสเตอร์เกรดคุณภาพของ MOX ตัวขดลวดเป็นแบบคอยล์แกนอากาศ (AIR-WOUND INDUCTORS) และคาปาซิสเตอร์ของ MUNDORF  สายวายริ่งภายในจะเป็นสายทองแดงบริสุทธิ์แบบ 99.99% PURE COPPER TWISTED CABLE เพื่อการส่งผ่านสัญญาณที่ดีเยี่ยม ตัวตู้ของ MASTER M2 ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ตัวตู้ถูกผลิตขึ้นด้วยวัสดุพิเศษที่ไม่มีค่าเรโซแนนซ์ (NON-RESONANCE) มีความหนาแน่นสูงแบบ HIGH-DENSITY ซึ่งแตกต่างไปจากตู้ลำโพงโดยทั่วไปรวมทั้งตู้ลำโพงในระดับไฮเอนด์ด้วยเช่นกัน  ทาง XTZ เลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักและความแข็งแรงอันประกอบด้วยส่วนผสมระหว่าง อีพ็อกซี่ (EPOXY), โพลียูริเทน (POLYURETHANE), โปตัสเซียม คาร์บอเนต (POTASSIUM CARBONATE) และ ORGANIC GAS BUBBLESทำให้ได้ตัวตู้ที่มีความหนาแน่นสูงกว่าตัวตู้ที่ทำขึ้นจาก MDF ถึง 40% ภายในยังมีการคาดโครงแบบ INTERNAL BRACING เพื่อเสริมความแกร่งและช่วยลดการเกิดเรโซแนนซ์ของตู้ให้ต่ำลงไปอีก ตัวตู้ถูกออกแบบให้เรียวเล็กลงไปทางด้านหลัง ทำให้ MASTER M2 นั้นดูเพรียวขึ้นกว่าขนาดที่ควรจะเป็น และด้วยการออกแบบ MASTER M2 ไม่ให้มีผนังด้านใดด้านหนึ่งของลำโพงขนานกัน จึงช่วยลดการเกิดเรโซแนนซ์ ภายในตู้ที่มักจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงที่ความถี่ใดความถี่หนึ่งเป็นการเฉพาะ ดังที่มักจะเกิดขึ้นกับตู้ลำโพงทรงสี่เหลี่ยมโดยทั่วไป อีกทั้งยังเป็นการลดการเกิดสแตนดิ้งเวฟของคลื่นภายในตู้ให้ต่ำอย่างได้ผล

MASTER M2 จะมีขั้วลำโพงมาให้ 2 ชุด เพื่อต่อใช้งานในแบบไบ-ไวร์ (BI-WIRE) ได้ ขั้วลำโพงทำจากทองแดง (COPPER) เคลือบทอง (GOLD PLATED) แบบ MULTI-WAYต่อสายได้หลายแบบสามารถรองรับได้ทั้งสายเปลือย,ก้ามปู (SPADE) และบานาน่า (BANANA PLUG) ที่น่าแปลกก็คือลำโพงของ MASTER M2 จะวางขั้วบวกและขั้วลบสลับข้างแตกต่างไปจากลำโพงโดยทั่วไป เข้าใจว่าน่าจะเป็นความถนัดของผู้ออกแบบเองหรือไม่ก็เป็นการออกแบบเพื่อความเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างออกไปจากลำโพงโดยทั่วไปก็เป็นได้  สำหรับท่อเบสรีเฟล็กซ์ ที่อยู่ด้านหลังนั้นทาง XTZ ยังได้ออกแบบมาเป็นพิเศษ ตัวท่อจะโค้งลงไปทางด้านใน พร้อมกับลดขนาดของท่อให้เล็กลงกว่าปลายท่อด้านนอกอยู่เล็กน้อย ด้วยการออกแบบพิเศษนี้เข้าใจว่าทาง XTZ คงต้องการจะลดอาการไหลเวียนที่รุนแรงของลมลง โดยให้การตอบสนองความถี่ต่ำลงได้ลึกและมีความราบเรียบขึ้น ทาง XTZ ยังได้ให้โฟม (FOAM PLUGS) สำหรับอุดท่อเบส ที่ทาง XTZ เรียกว่า BASS PLUG มาด้วยกัน 2 แบบ อันแรกคือ BASS REFLEX PLUG ซึ่งเป็นก้อนโฟมที่ใช้อุดท่อทั้งหมดแบบ FULL BASS PLUG MOUNTED เพื่อให้ MASTER M2 ทำงานในลักษณะของลำโพงแบบ “ตู้ปิด” (CLOSED CONSTRUCTION) ด้วยวิธีนี้จะทำให้ MASTER M2 ให้เสียงเบสที่แน่นกระชับ การตอบสนองความถี่ต่ำจะค่อยๆ ลดลงอย่างนุ่มนวล (SMOOTHER ROLL-OFF) แบบที่ 2 จะเป็นโฟมที่จะช่วยลดขนาดของท่อให้เล็กลง ทาง XTZ เรียกโฟมนี้ว่า LOW RESONANCE BASS PLUGการใช้โฟมแบบที่ 2 นี้จะช่วยให้ MASTER M2 มีค่าเรโซแนนซ์ของเบสที่ต่ำที่สุด ส่งผลให้เสียงเบสของ MASTER M2 มีความราบเรียบขึ้น (FLAT BASS REPRODUCTION)

ถ้าเลือกที่จะไม่ใช้โฟมทั้ง 2 แบบเลยเพื่อให้ MASTER M2 ทำงานในระบบเบสรีเฟล็กซ์อย่างเต็มที่  MASTER M2 ก็จะให้เบสที่ดุดันพร้อมกับปริมาณเบสที่เพิ่มขึ้น แต่เบสก็จะลงได้ไม่ลึกเท่ากับการใช้โฟมทั้งในแบบ BASS REFLEX และ LOW RESONANCE BASS PLUG  สำหรับหน้ากาก (GRILL) ก็จะเป็นระบบแม่เหล็กที่ซ่อนอยู่ภายในแผงหน้า แผงหน้าของ MASTER M2 จึงดูเรียบสวยปราศจากรูหมุดแบบลำโพงโดยทั่วไป ภายในกล่องนอกจากคู่มือ (OWNERS MANUAL) แล้วยังมีถุงมือมาให้ 1 คู่พร้อมกับแผ่นยาง RUBBER FEETเพื่อใช้ติดใต้ลำโพงมาให้

ทาง XTZ ได้ออกแบบขาตั้งลำโพงเฉพาะมาเพื่อใช้กับลำโพง MASTER M2 เรียกว่า MASTER M2 STAND เป็นขาตั้งแบบเสาเดี่ยว วางตัวเอนเฉียงไปทางด้านหลังเล็กน้อย มีช่องสำหรับซ่อนสายลำโพงอยู่ทางด้านหลัง ตัวเสาสามารถกรอกทรายเพิ่มได้ ตัวขามีส่วนสูงอยู่ที่ 640 มม.(รวม SPIKE) มีน้ำหนักอยู่ที่ 8.5 กก.เข้าใจว่าทาง Discovery Hi-Fi คงจะไม่ได้นำเข้ามา แต่ถ้าท่านใดสนใจก็ต้องสั่งเข้ามาเป็นพิเศษ สเปคของ MASTER M2 มีดังนี้

Dimensions : 231 x 424 x 374 mm (W x H x D)

Weight : 18.6 kg/pc

Magnetically shielded : No

Nominal impedance : 8 Ohm

Minimum impedance : 7 Ohm

Frequency range : 45 Hz – 29 kHz / 37 Hz – 29 kHz (in room), +/- 3 dB

Crossover frequency : 1.9 kHz

Binding posts : Copper bi-wiring / Banana plug / Fork (Spade) / Pole screw

Effiency : 88 dB

Power : 300 W Short term IEC 268-5, 120 W Long term IEC 268-5

Tweeter driver : 30 mm softdome tweeter with waveguide technology, large heat sink and strong magnet.

Woofer/midrange driver : 6,5″ SEAS Curv, composite driver, moulded “high flow” driver basket, powerful magnet, voice coil former in aluminum, phase plug. Weight 2000 gram.

94deec3fabc55cd9fefae74fa98c4212

ผลการทดลองฟัง

MASTER M2 มาอยู่กับพวกเราเป็นเวลาพอสมควร จึงมีโอกาสและเวลาทั้งในการเบิร์นอินเพื่อให้ลำโพงมีความพร้อมอย่างเต็มที่ รวมทั้งได้ลองปรับตั้งลำโพงในหลายลักษณะเพื่อค้นหาตัวตนที่แท้จริงของ MASTER M2 ต้องขอขอบคุณทางตัวแทนจำหน่าย Discovery Hi-Fi ที่ใจกว้างมิได้เร่งรัดพร้อมกับให้เวลาในการทดสอบอย่างเต็มที่มา ณ ที่นี้ สำหรับซิสเต็มที่ใช้ร่วมในการฟังประกอบด้วย

เครื่องเล่นซีดี: MARANTZ CD 11 MK II (CLOCK II), MARANTZ CD 17 (CLOCK II)

ปรีแอมป์: ADCOM GFP 750, PARASOUND P3, MICHELL ORCA

เพาเวอร์แอมป์: FORTE F5, PARASOUND A23, ADCOM GPA 5800, KRELL KSA 50s, MICHELL ALECTO MONOBLOCK

อินทีเกรทแอมป์: AURA EVOLUTION100 MKII, INCRECABLE IAMP TIA- 240

(UPGRADE VERSION)

สายนำสัญญาณ: VAMPIRE AI-II

สายลำโพง: VAMPIRE ST-II, ST-III

สายไฟ AC: XAV XAC#5, MUSIC MUSE “JORMUNGANDR” AC CABLE

ฟิวส์: MUSIC MUSE V2

ห้องฟังขนาด 4×8 เมตร ได้รับการปรับแต่งอะคูสติกมาอย่างดี

ในคู่มือของ MASTER M2 นั้น  ทาง XTZ ดูจะให้ความสำคัญในรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับที่มาของทาง XTZ, รายละเอียดของ MASTER M2 รวมทั้งยังได้ให้ข้อแนะนำต่างๆ ในการจัดวางลำโพงเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดี ซึ่งต้องนับว่ามีประโยชน์สำหรับนักเล่นนักฟังที่ควรให้ความสำคัญและใส่ใจ สำหรับในการจัดวางลำโพงนั้นทาง XTZ ได้แนะนำให้จัดวางลำโพงซ้ายและขวาให้มีระยะห่างกันเป็นระยะทาง 80% ของระยะห่างระหว่างลำโพงกับจุดนั่งฟัง ตัวอย่างเช่นถ้าวางลำโพงห่างจากจุดนั่งฟังที่ระยะ 2.50 เมตรก็ให้จัดวางลำโพงซ้ายและขวาให้ห่างกันที่ 2.00 เมตรหรืออีกนัยหนึ่งก็คือจัดวางลำโพงให้ได้มุมของสายตาประมาณที่ 45 องศาจากจุดนั่งฟังนั่นเอง

สำหรับการจัดวางนั้น เรานำ MASTER M2 วางบนขาตั้งไม้กรอกทราย ที่มีความสูง 600 มม. (24 นิ้ว) ลองปรับตำแหน่งจนมาลงตัวที่ระยะห่างระหว่างลำโพงซ้ายและขวาที่ 2.00 เมตร ห่างจากผนังด้านหลัง1.63 เมตร และห่างจากผนังด้านข้าง 0.81 เมตร สำหรับมุมในการโท-อิน มาลงตัวที่มุม 30 องศาซึ่งตรงกับที่ทาง XTZ ได้ให้คำแนะนำเอาไว้ สำหรับใต้ลำโพงนั้นได้ลองฟังเปรียบเทียบโดยใช้ทั้งทิปโทของ MICHELL, GEL PAD ของ ATACAMA และ RUBBER FEETชนิดบางซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับที่ทาง XTZ ให้มา ผลปรากว่ามาลงตัวที่ RUBBER FEET ดังนั้นตลอดการฟังทดสอบในครั้งนี้ จึงใช้แผ่น RUBBER FEETรองใต้ลำโพงเป็นหลัก

กับโฟมปลั๊กนั้น ทาง Discovery Hi-Fi ไม่ได้ให้โฟม BASS REFLEX PLUG เพื่ออุดท่อทั้งหมด เพื่อให้ลำโพงทำงานคล้ายกับลำโพงแบบตู้ปิดมาด้วย  จึงไม่ได้มีโอกาสทดลองฟัง MASTER M2 ในแบบตู้ปิด จะมีเพียงโฟมแบบ LOW RESONANCE BASS PLUG มาให้เท่านั้น ดังนั้นในการฟังพวกเราจึงแบ่งการฟังออกเป็น 2 คาบ โดยเริ่มต้นในคาบแรกนั้นจะฟัง MASTER M2 โดยติดตั้งโฟมแบบ LOW RESONANCE BASS PLUG พร้อมกับถอดหน้ากากของลำโพงออก

เพียงเริ่มต้นในคาบแรกของการฟัง MASTER M2 ก็นำเสนอเสียงกลางที่นุ่มนวลมีมวลเสียงที่น่าฟัง เสียงร้องของ ADELE นั้นมีความสะอาดและชัดเจนดีเป็นพิเศษ คุณจะสัมผัสฟังได้ถึงโฟกัสที่โดดเด่น รายละเอียดต่างๆ ถูกนำเสนอออกมาได้อย่างเพียงพอ (ADELE 19: XL RECORDING/COLUMBIA : USA) เสียงกลางของ MASTER M2 นั้นมีความชัดเจนที่แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลมีความกระชับสะอาดและรวดเร็ว ทำให้คุณรู้สึกถึงความกระจ่างที่ฟังแล้วปลอดโปร่ง ฟังสบาย ถึงแม้ว่ารายละเอียดต่างๆ อาจจะไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมาทั้งหมด แต่สำหรับในการรับฟังโดยทั่วไปนั้นก็ต้องถือว่ามีอย่างเพียงพอ (JACKIE EVANCHO : DREAM WITH ME IN CONCERT : SYCO MUSIC/USA) กับเสียงร้องของ CAROL KIDD นั้น MASTER M2 สามารถแสดงตัวตนออกมาได้ดี มีมวลเสียงที่พอเหมาะ มีความกระชับ และฉับไวซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยั้งตัวของไดรเวอร์ เบส/มิดเรนจ์ ที่ทำได้อย่างรวดเร็ว (CAROL KIDD : NICE WORK/LINN RECORS : UK)

กับเสียงในย่านกลางสูงนั้น MASTER M2 จะเพิ่มความนุ่มนวลเข้าไปอีกเล็กน้อย เสียงไวโอลินจากการบรรเลงของ ISAAC STERN จะมีมวลที่อิ่มขึ้นมีความนุ่มนวลที่ฟังระรื่นหูขึ้นโดยที่ยังรักษาความชัดเจนพื้นเสียงที่มีความสะอาด และรวดเร็วเอาไว้ได้ดี (ISAAC STERN“HUMORESQUE” FAVORITE, VIOLIN ENCORES : SONY MUSIC/USA) เช่นเดียวกันกับเสียงของเปียโนที่บรรเลงโดย VLADIMIR HOROWITZ ที่มีความนุ่มนวลแต่ชัดเจน การกดย้ำคีย์เปียโนนั้นมีความรวดเร็วเป็นพิเศษ (HOROWITZ IN MOSCOW : DG/ GERMANY) สำหรับเสียงแหลมนั้น MASTER M2 ถ่ายทอดการย้ำเน้นที่เด่นชัด จะแจ้ง รวดเร็ว ให้ความกังวานที่ดีพร้อมกับการนำเสนอฮาร์โมนิกออกมาได้อย่างน่าฟัง มวลเสียงจะค่อยๆ ลดระดับลง เมื่อความถี่ไต่ระดับสูงขึ้น ปลายเสียงแหลมจะเรียวบางลงพร้อมกับสามารถทอดตัวออกไปได้ดี มีการจางหายไปอย่างเป็นธรรมชาติ (LARS ERSTRAND AND FOUR BROTHER : OPUS 3 / SWEDEN)

MASTER M 2 ให้เบสในย่านอัพเปอร์เบสที่แน่น กระชับ รวดเร็ว มีแรงปะทะ ของหัวโน้ตที่ดี แต่ไดร์เวอร์เบส/มิดเรนจ์นั้นยั้งตัวได้เร็วเป็นพิเศษ จึงทำให้การย้ำเน้นฟังดูอ่อนพลังลงเร็วไปหน่อย เสียงเบสจึงฟังสะอาด ชัดและเคลียร์แต่ลงได้ไม่ลึกนัก สปีดของดนตรีจะไปในทางนุ่มนวล เบสต่ำจะเก็บตัวและอ่อนน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว (EXOTIC DANCES FROM THE OPERA : R&R/USA) การยั้งตัวได้ดีเป็นพิเศษของไดรเวอร์เบส/มิดเรนจ์นั้น ทำให้พวกเรานำแผ่น AFTER MIDNIGHTออกมาฟังกัน และก็ไม่ผิดหวังเพราะ MASTER M 2 สามารถที่จะแยกแยะรายละเอียดของชิ้นดนตรีที่บรรเลงอย่างรวดเร็วและมีความสนุกสนานออกมาได้อย่างชัดเจน โดยไม่มีความคลุมเครือ ซึ่งกับกรวยหรือไดรอะเเฟรมที่ทำมาจากโพลีโพรไพลีน (POLYPROPYLENE) โดยทั่วไปแล้ว ปกติจะให้คุณภาพเสียงที่มีโทนเสียงที่นุ่มเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อเจอกับการบรรเลงที่มีเครื่องดนตรีมากชิ้นพร้อมกับจังหวะที่รวดเร็วเป็นพิเศษ กรวยแบบโพลีโพรไพลีนส่วนใหญ่ ก็จะแสดงคุณภาพเสียงที่มีความคลุมเครือ  แยกแยะรายละเอียดได้ไม่ชัดเจน  มีแต่ความสับสนที่ฟังอื้ออึงไปหมด พอจะเรียกได้ว่า “สอบตก” กันเป็นส่วนใหญ่เมื่อเจอกับเพลงโหดๆ เช่นนี้ แต่กับกรวยแบบ THE NEW ‘CURV’ ที่ทาง XTZ ร่วมพัฒนากับทาง SEAS ได้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของกรวยแบบโพลีโพรไพลีนใหม่นี้ ที่สามารถก้าวข้ามจุดอ่อนเดิมๆ ออกมาได้อย่างน่าสนใจยิ่ง การยั้งตัวของไดรเวอร์ที่ดีเป็นพิเศษนั้นต้องมาจากไดอะแฟรมที่เหนียว แกร่ง แข็งแรง และต้องมีน้ำหนักที่เบาอีกด้วย เพียงแต่ MASTER M 2 ดูจะยั้งตัวได้เร็วจนรูสึกว่าเบสนั้นขาดพลังและอ่อนน้ำหนักไปอย่างน่าเสียดาย ประเด็นนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่คาใจพวกเราอยู่ไม่น้อยด้วยเช่นกัน (AFTER MIDNIGHT: SHEFFIELD LAB CD-30/USA)

สมรรถนะทางด้านอิมเมจนั้น MASTER M2 สามารถถ่ายทอดอิมเมจได้นิ่งไม่มีปัญหา การขึ้นรูปของอิมเมจนั้นแม้จะมีตัวตนให้สัมผัสฟังได้แต่ก็ขึ้นรูปได้ไม่ชัดเจนนัก ช่องว่างระหว่างดนตรีนั้นสงัดเงียบมีให้สัมผัสฟังได้แต่ไม่โดดเด่นนัก การจัดวางรูปวงจะวางตัวในลักษณะเดินหน้า (FORWARD) สัดส่วนด้านกว้างทำได้อย่างโดดเด่นและดีกว่าทางด้านลึก

ผลจากการรับฟัง พอจะสรุปได้ว่าการเลือกใช้โฟมแบบ LOW RESONANCE BASS PLUG นั้นน่าจะเหมาะสมกับการใช้งาน MASTER M2 ในห้องฟังที่มีขนาดเล็ก และจำเป็นต้องวางลำโพงไว้ใกล้กับผนังด้านหลังซึ่งมีระยะห่างที่ประมาณเพียง 30 เซนติเมตร และไม่เกิน 50 เซนติเมตร ซึ่งเมื่อวางใกล้กับผนังแล้วปริมาณของเบสโดยรวมน่าจะให้ผลต่อการรับฟังที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับการใช้โฟมแบบ FULL BASS REFLEX PLUG (ที่ไม่ได้ให้มาในการฟังทดสอบในครั้งนี้) ซึ่งจะทำให้ MASTER M2 ทำงานในลักษณะของลำโพงแบบตู้ปิด (CLOSED BOX) เบสที่ได้ก็คาดว่าน่าจะกระชับและแน่นขึ้นด้วย

จากนั้นพวกเราเริ่มการฟังในคาบที่ 2 คราวนี้เราจะให้ MASTER M2 ทำงานในแบบตู้เปิด (BASS REFLEX) ตามที่ได้รับการออกแบบมา โดยไม่ใช้โฟมใดๆ ทั้งสิ้น ในการฟังครั้งนี้ พวกเราค้นพบว่า MASTER M2 จะต้องใส่หรือติดแผงหน้ากากผ้า (GRILL) ไว้ตามปกติ เพราะเมื่อฟังกันแล้ว คุณภาพเสียงโดยรวมจะดีกว่า ตำแหน่งในการจัดวางยังคงเอาไว้ตามเดิมทุกประการ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

MASTER M2 กลับมาอีกครั้งในมาดใหม่ ด้วยคุณภาพเสียงที่ฟังจริงจังขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่รูสึกได้ในทันทีก็คือ ความกระจ่างรวมทั้งรายละเอียดที่ลดลง แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือมวลเสียงที่เพิ่มขึ้น มีความพอดีที่ลงตัว ความสมดุลของเสียงโดยรวมที่ฟังราบเรียบขึ้นและมั่นคงยิ่งกว่าเดิม  เสียงร้องของ ADELEฟังจริงจังขึ้น รู้สึกสัมผัสได้ถึงพลังในน้ำเสียง ความมุ่งมั่นและความตั้งใจในการร้องที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างน่าฟัง การให้น้ำหนักของคำร้องที่ผ่อนหนัก ผ่อนเบานั้นฟังออกได้ชัดเจนมากขึ้น คุณแทบจะเลิกสนใจที่จะจับความแตกต่างที่เกิดขึ้นแล้วปล่อยวาง ปล่อยให้สรรพสำเนียงของเสียงดนตรีที่ถ่ายทอดผ่าน MASTER M2 นั้นทำหน้าที่ในการชักนำให้คุณเพลิดเพลินไปกับการขับกล่อมดนตรีที่น่าฟังโดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น MASTER M2 เพียงแต่ทำหน้าที่ในการขับขานดนตรีอย่างที่ควรจะเป็น ไม่มากและก็ไม่น้อยไปกว่านั้นได้อย่างแม่นมั่นจริงๆ ! (ADELE 19: XL RECORDING/COLUMBIA : USA)

ตอกย้ำกันอีกครั้งกับเสียงร้องของ JACKIE EVANCHO ที่ครั้งนี้กลับมามีพลังและมีชีวิตชีวามากขึ้นจนคุณสัมผัสฟังได้ ยิ่งในเพลง SOMEWHERE ที่เธอร้องประสานกับ BRABRA STREISAND ที่ส่งเสียงผ่านภาพและเสียงที่ทำการบันทึกก่อนล่วงหน้าเนื่องจากเธอไม่สามารถมาร่วมร้องสดในการแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้ได้ด้วยแล้ว ความแตกต่างที่กล่าวมายิ่งฟังออกได้ง่ายและชัดเจนยิ่ง (JACKIE EVANCHO: DREAM WITH ME IN CONCERT: SYCO MUSIC/USA) การเซ็ตอัพ MASTER M2 ในลักษณะนี้ดูจะช่วยให้การทำงานระหว่างไดรเวอร์เบส/มิดเรนจ์ และทวีตเตอร์ มีความกลมกลืน ต่อเนื่องและราบรื่นขึ้น เสียงไวโอลินที่บรรเลงโดย ISAAC STERN ยังคงความนุ่มนวลเอาไว้โดยมีความกลมกลืนและความต่อเนื่องที่ดีขึ้น การให้น้ำหนักในการสีไวโอลินนั้นจะมีความมั่นคง ฉับไวขึ้นพร้อมกับแสดงความแตกต่างในการให้น้ำหนักออกมาได้อย่างชัดเจน น้ำเสียงนั้นเปิดเผย พร้อมกับแจกแจงรายละเอียดต่างๆออกมาได้ดี  (ISAAC STERN “HUMORESQUE” FAVORITE VIOLIN ENCORES : SONY MUSIC/USA) เช่นเดียวกันเสียงของเปียโนที่บรรเลงโดย VLADIMIR HOROWITZ ที่ครั้งนี้จะฟังกระชับ เข้ารูปมากขึ้น เสียงของเปียโนจะทอดตัวออกไปได้ดีขึ้น พร้อมกับการถ่ายทอดบรรยากาศภายในห้องแสดง GREAT HALL OF MOSCOW CONSERVATORYออกมาได้สมจริงยิ่งขึ้น (HOROWITZ IN MOSCOW : DG/GERMANY)

www.minhembio.com

          เสียงแหลมของ MASTER M2 จะลดระดับความจะแจ้งและความชัดเจนลงโดยจะมีมวลที่ฟัง นุ่มนวลขึ้น  มีตัวตนที่กลมกลืนต่อเนื่อง มีความกระจ่างที่ดีขึ้นพร้อมกับยังรักษารายละเอียดและฮาร์โมนิกความกังวานเอาไว้ได้ครบ ปลายเสียงจะยังคงค่อยๆ ลดระดับของมวลเสียงลง พร้อมกับทอดตัวออกไปและจางหายไปอย่างเป็นธรรมชาติ (LARS ERSTRAND AND FOUR BROTHER : OPUS 3/SWEDEN) สำหรับเสียงเบสที่ขาดพลังและอ่อนน้ำหนักของ MASTER M2 ที่เป็นประเด็นค้างคาใจก่อนหน้านี้ มาครั้งนี้ MASTER M2 ก็สามารถไขข้อข้องใจเดิม ให้เกิดความกระจ่างขึ้นได้อย่างน่าชม เบสของ MASTER M2 นั้นแน่น ทรงพลัง มีความอิ่ม กระชับ มีน้ำหนักพร้อมกับแรงปะทะที่ดี ยิ่งได้แอมป์ในระดับคุณภาพและเข้ากับ MASTER M2 ได้ดีเป็นพิเศษด้วยแล้ว เสียงเบสจะมีความฉับพลัน มีความโปร่งสามารถแยกแยะรายละเอียดของเบสต่ำๆ ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง คุณจะสัมผัสฟังถึงแรงกระเพื่อมของเบสที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นระลอกคลื่นและลงได้ลึกอย่างน่าฟัง ยิ่งเมื่อคำนึงถึงขนาดของไดรเวอร์ที่ 6.5นิ้ว ด้วยแล้ว MASTER M2 ต้องถือว่าเป็นลำโพงที่ถ่ายทอดเสียงเบสได้ในระดับ”คุณภาพ” เข้าขั้นดีเยี่ยม อย่างหาตัวจับยาก มีคุณภาพที่เหนือกว่าลำโพงในขนาดพิกัดเดียวกันหรือใหญ่กว่า ยิ่งถ้านำเอาราคาค่าตัวมาใช้เปรียบเทียบด้วยแล้ว MASTER M2 สามารถขยับขึ้นไปกระทบไหล่    เทียบเคียงกับลำโพงในระดับไฮเอนด์ที่มีราคาสูงกว่าหลายเท่าตัวได้อย่างภาคภูมิ (The Missing Linc: Lincoln Mayoga And Distinguished Colleagues: Sheffield Lab CD-S10/USA)

กับสมรรถนะทางด้านอิมเมจนั้น MASTER M2 สามารถทำคะแนนตีตื้นขึ้นมาได้ในเรื่องของการขึ้นรูปของอิมเมจ แต่ก็ยังไม่ถึงกับโดดเด่นนัก การจัดวางรูปวงนั้นจะวางตัวถอยหลัง (LAIDBACK) ลงไปอยู่ในแนวระนาบของลำโพงซ้ายและขวา พร้อมกับขยายตัวลงไปทางด้านหลังได้ดีขึ้น สัดส่วนความกว้างยังคงโดดเด่นเช่นเดิม ในขณะที่ช่องว่างระหว่างดนตรี และสัดส่วนความลึกก็สามารถทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม

ผลของการฟังในคาบที่ 2 นี้สรุปได้เลย ว่า ถ้าห้องมีขนาดที่กว้างและใหญ่พอที่จะสามารถจัดวาง MASTER M2 ให้เป็นอิสระและห่างจากผนังด้านหลังได้เกินกว่า 1 เมตร พร้อมกับมีการปรับแต่งอะคูสติกมาอย่างดีและพอเหมาะแล้ว แนะนำให้เซ็ตอัพ MASTER M2 ในแบบตู้เปิด ติดตั้งแผงหน้ากากลำโพงไว้ตามปกติ และไม่ต้องใช้โฟมในการอุดท่อระบายอากาศแต่อย่างใด MASTER M2 ก็จะสามารถฉายแววความเป็นตัวตนของ MASTER M2 และความโดดเด่นของลำโพงชั้นดีเยี่ยมโดยเฉพาะในเรื่องของเบสออกมาให้สัมผัสฟังกันได้อย่างน่าชื่นชม

MASTER M2 ไม่ใช่ลำโพงที่ขับยาก และไม่ได้เรียกร้องหรือต้องการ แอมป์ปลิไฟเออร์กล้ามโตที่สามารถให้เบสที่ทรงพลัง มีกำลังขับมากมายหลายร้อยวัตต์ ดีไม่ดีกับแอมป์ล่ำบึ้กขนาดนั้น MASTER M 2 อาจจะไม่ชอบพอและไปกันไม่ได้ก็เป็นได้ ขอเพียงได้แอมปลิไฟเออร์ชั้นดีที่มีคุณภาพในระดับ “ถึง-ถึง” สักหน่อย กำลังขับเพียง 50 วัตต์/ข้าง ก็นับว่าเพียงพอต่อความต้องการแล้ว และเพียงแค่นี้ MASTER M2 ก็สามารถที่จะขับขานสรรพสำเนียง เสียงของดนตรีออกมาได้อย่างไพเราะ YES,IT’S SIMPLY SING!

xtz_m2_990

สรุป

ถึงแม้ XTZ จะเป็นแบรนด์น้องใหม่ในบ้านเรา ที่ยังมีนักเล่นนักฟังรู้จักกันไม่มากนัก แต่ต้องนับว่า MASTER M2 คือความพยายามของ XTZ จากสวีเดนที่พยายามจะนำเสนอผลงานที่ควรค่าในการวางตัวให้อยู่ในระดับไฮเอนด์ซึ่งในปัจจุบันผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงที่ถูกจัดชั้นให้อยู่ในระดับไฮเอนด์ได้นั้นมักจะถูกตีกรอบด้วยราคาที่สูงลิบริ่ว ถึงพร้อมด้วยความหรูหราที่สัมผัสได้ด้วยตาที่มองเห็น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนกับเป็นการชี้นำให้ “เชื่อ” ไปก่อนแล้วว่าราคาคือตราประทับรับรองถึงคุณภาพเสียงที่จะต้องดีเยี่ยมอย่างแน่นอน เพราะราคาที่สูงเช่นนี้ ถ้าไม่ดีจะขายหรือจำหน่ายได้อย่างไร แต่ในโลกของความเป็นจริงแล้ว “ราคา” อาจจะไม่ใช่ตัวชี้วัดที่มีมาตราฐานเพียงพอในการชี้ขาดถึงคุณภาพเสียงของผลิตภัณฑ์ ตัวใดตัวหนึ่งอย่างแท้จริง ถ้าจะนำเอายอดจำหน่ายมาเป็นตัววัด ก็ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะด้วยราคาที่สูงย่อมมีจำนวนนักเล่นนักฟัง ที่สามารถจะไขว่ขว้ามาครอบครองได้อย่างจำกัดยิ่ง และถ้าจะใช้มาตราฐานดังกล่าวมาเป็นกรอบในการวัดคุณภาพเสียงด้วยแล้ว MASTER M2 ควรเป็นลำโพงที่จัดอยู่ในระดับ “เริ่มต้น” (ENTRY LEVEL) ที่วางตัวอยู่ในระดับกลางๆ เท่านั้น

แต่ถ้าเราปรับเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ เอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการออกแบบลำโพงใหม่ๆ มาเป็นตัวชี้วัดแล้วละก็ คุณจะพบว่า OLLE ELIASSON แห่ง XTZ ได้นำประสบการณ์ ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในผลิตภัณฑ์ของตนอย่าง MASTER M2 ได้อย่างเหมาะสม ในสนนราคาที่น่าสนใจไม่น้อย ลืมไปได้เลยกับคำว่า MADE IN CHINA ที่บอกถึงแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ซึ่งในครั้งนี้ไม่ได้มีผลต่อคุณภาพเสียงแต่อย่างใดเลย  ถึงแม้ว่ารูปโฉมของ MASTER M2 อาจจะไม่เป็นที่ต้องตาต้องใจหรือถูกใจนักเล่นนักฟังทั้งหมดก็ตาม แต่ถ้าวัดกันด้วยคุณภาพเสียงแล้วถึงแม้ว่า MARTER M2 จะไม่ใช่ลำโพงที่สมบูรณ์พร้อมในทุกแง่มุมก็ตาม  แต่ MASTER M2 ต้องถือว่าเป็นลำโพงที่สามารถก้าวออกมายืนอยู่ในระดับชั้นแนวหน้าได้อย่างไม่ต้องสงสัย แน่นอนว่า MASTER M2 ไม่ใช่ลำโพงที่จัดวางได้ง่ายนัก นักเล่นที่ต้องการและคาดหวังกับคุณภาพเสียงแบบสำเร็จรูปที่วางแล้วเสียงจะต้องดีเลย หรือเป็นนักเล่นที่มีความพยายามและความอดทนต่ำคงจะไม่เหมาะกับ MASTER M2 เป็นแน่ แต่ถ้าคุณเป็นนักเล่นที่ชอบ “เล่น” กับลำโพงอย่างตั้งใจแล้วละก็ MASTER M2 ถือเป็นลำโพงที่มีอะไรให้”เล่น”อย่างหลากหลายและกำลังรอพบกับคุณด้วยความท้าทายที่น่าลิ้มลอง   MASTER M2 พร้อมเต็มที่ ที่จะนำคุณให้เข้าไปสัมผัสฟังกับอรรถรสทางดนตรีอันเป็นทิพย์ แต่คุณเองละ…พร้อมหรือยัง… ถ้าพร้อม MASTER M2 คือลำโพงที่แนะนำให้คุณหาโอกาสเข้าไปสัมผัสฟังให้ได้ครับ

รูปลักษณ์: 3 ดาว

สมรรถนะ: 4 ดาว

คุณภาพเสียง: 4 ดาว

ความคุ้มค่า: 4 ดาว

โดยรวม: 4 ดาว

 

ขอขอบคุณ Discovery Hi-Fi โทร. 0-2747-6710, 085-517-8292 ที่เอื้อเฟื้อลำโพงมาให้ทดลองฟังในครั้งนี้