Test Report: QUAD II – 40

Test Report: QUAD II – 40    

Monoblock Tube Power Amplifier

มงคล อ่วมเรืองศรี

main_3253

Peter J. Walker ได้เริ่มต้นก่อตั้ง S.P. Fidelity Sound Systems ขึ้นมาในปี ค.ศ.1936 เพื่อตอบรับต่อแวดวงของ Professional Audio และ Industrial Products ก่อนที่จะมาเปลี่ยนมาเป็น Acoustical Manufacturing Co. Ltd. ในภายหลัง จนกระทั่งปรับเปลี่ยนอีกครั้งในปี ค.ศ.1983 มาเป็น QUAD เช่นทุกวันนี้ ด้วยหลักปรัชญา ‘The Closest Approach to the Original Sound’ ที่ได้รับการยึดถือกันมากกว่าจะเป็นแค่คำขวัญ หรือ สโลแกน (Slogan) โดยมี QA12/P Integrated Amplifier เป็นผลิตภัณฑ์ทางด้าน Domestic Amplifier เครื่องแรก และออกจำหน่ายในปี ค.ศ.1949

ผลปรากฏว่า QA12/P ให้คุณภาพเสียงที่เยี่ยมยอดมาก เมื่อเทียบกับแอมป์หลอดฯ อื่นๆ ที่ออกจำหน่ายในขณะนั้น กระทั่ง BBC ยังนำไปใช้งาน ถัดจากนั้นอีก 2 ปี, Peter Walker ก็ได้พัฒนา QA12/P ให้แยกออกมาเป็น Control Unit & Power Amplifier ภายใต้ชื่อรุ่นว่า Q.U.A.D. 1 (ซึ่งย่อมาจาก Quality Unit Amplifier Domestic จนกลายเป็นที่มาของทั้งแบรนด์เนม และชื่อบริษัทว่า QUAD Electroacoustics Ltd.)

ต่อมาในปี ค.ศ.1953 ก็ได้มี Quad II Power Amplifier ถือกำเนิดขึ้นมา (ในช่วงเวลาเดียวกับที่เป็นวาระเฉลิมฉลองของ Queen Elizabeth’s Coronation) และได้กลายเป็นบรรทัดฐานของแอมปลิไฟเออร์ในเวลาต่อมา ด้วยแนวทางที่เรียกว่า Cathode Coupled Output Stage ทำให้สามารถลดค่าความผิดเพี้ยนทางเสียงลงได้อย่างมาก และกลายเป็นที่กล่าวขวัญ จน QUAD นั้นต้องผลิตขายอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 18 ปี

ในปี ค.ศ.1957 QUAD ก็ได้สร้างความลือลั่นสนั่นไปทั้งวงการอีกครั้ง ด้วยการนำเสนอแนวทางของ True Full-Range Electrostatic Loudspeaker เป็นครั้งแรกในโลก ซึ่งต่อมาก็ได้รับการผลิตออกจำหน่ายภายใต้ชื่อรุ่นว่า ESL 57 โดยแหวกตลาดไปสู่ความแปลกใหม่-แตกต่างจากตัวขับเสียงโดยทั่วไป ที่ในขณะนั้นมักนิยมใช้ตัวขับเสียงในแบบ Moving Coil หรือ Electrodynamic Loudspeakers จนได้รับการยอมรับอย่างมาก กลายเป็นหนึ่งใน Landmark Products ของ QUAD ที่มีผู้คนจำนวนมากรำลึกนึกถึงตราบจนปัจจุบัน

แล้วก็มาถึงช่วงเปลี่ยนผ่านของ QUAD จากยุคทองของแอมป์หลอดฯมาสู่ยุคเฟื่องฟูของทรานซิสเตอร์ ด้วยการออกจำหน่าย QUAD 50 Professional Monoblock ในปี ค.ศ.1966 ที่โดดเด่นด้วยการมี Tapped Transformer Output ไม่ต่างจากแอมป์หลอดฯ และในอีก 1 ปีถัดมา QUAD 33 Preamplifier และ303 Power Amplifier ก็ออกจำหน่ายด้วยจุดเด่นในสิ่งที่เรียกว่า Triples Output Stage Configuration จนชนะเลิศได้รางวัล Design Council Award มาครองในปี ค.ศ.1969 จากนั้นในปี ค.ศ.1975 QUAD 405 Power Amplifier ก็ออกจำหน่าย ภายใต้รูปแบบการทำงานของ Solid-State ในแบบฉบับ ‘Current Dumping’ Amplifier ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และสร้างชื่อเป็นที่ยอมรับกันเป็นหนึ่งในเพาเวอร์แอมป์รุ่นสุดคลาสสิกของ  QUAD ทั้งยังได้รับรางวัล  Queen’s Award for Technological Achievement มาครองในปี ค.ศ.1978 อีกด้วย

ในปี ค.ศ.1995 QUAD ถูกเปลี่ยนมือมาสู่การถือครองของ Verity Group plc. ซึ่งได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของ QUAD เนื่องเพราะฐานการผลิตทั้งหมดได้ถูกโยกย้ายจากเมือง  Huntingdon ในอังกฤษไปสู่เมือง Shenzhen ในประเทศจีน ทว่าต่อมาอีก 2 ปีทาง Verity Group plc. ก็ได้ขายกิจการ QUAD (รวมทั้ง Wharfedale และ MISSION) ให้แก่ International Audio Group หรือ IAG เพื่อนำเงินที่ได้ไปลงทุนในการพัฒนาโครงการ Flat Panel Loudspeakers

นับแต่นั้น QUAD จึงเข้าสู่การบริหารงานของ International Audio Group [หรือชื่อเดิมว่า Sanecore Musical Instrument (Shenzhen) Co.,Ltd.] ที่มี Bernard  Chang และ Michael Chang สองศรีพี่น้อง-คู่แฝดกันเป็นเจ้าของบริษัท โดยมีฐานที่ตั้งอยู่ในจังหวัด Jiang Xi ของประเทศจีน ส่วน Peter J. Walker ผู้ก่อตั้ง QUAD นั้นได้จากโลกนี้ไปในปี ค.ศ.2003 ขณะมีอายุได้ 87 ปี

 

เกริ่นนำ

ย้อนยุคกลับไปสู่จุดเริ่มของ QUAD II ต้นตำรับที่กำเนิดขึ้นในช่วงปี’53 ซึ่ง ณ ตอนนั้นใช้หลอดฯเบอร์ KT66 จำนวน 2 หลอดเป็นขุมกำลัง โดยมีหลอดฯ เบอร์ EF86 ทำหน้าที่เป็นภาคไดรฟว์/อินพุท และใช้หลอดฯ เบอร์ GZ32 เป็นตัวเรคติไฟเออร์ (Rectifier) ผลลัพธ์คือ คุณภาพเสียงอันเยี่ยมยอด จนติดหูผู้ได้ฟัง เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้งานกับระบบลำโพง Quad ESL57ด้วยกำลังขับ 15-22 วัตต์โดยประมาณ จึงสามารถใช้งานร่วมกับระบบลำโพงที่มีค่าความไวเสียงตั้งแต่ 93 dB/W/M ขึ้นไป ในช่วงความต้านทานระหว่าง 8 – 32 โอห์ม

ต่อมาดูเหมือนว่า ค่าความไวเสียงของระบบลำโพงดูจะค่อยๆ ลดลง ไม่ใช่ 93 dB/W/M อย่างเช่นที่เป็นมา ประมาณว่าอยู่ที่ 87 dB/W/M เป็นค่าโดยเฉลี่ย ซึ่งนี่หมายความว่า ระบบลำโพงดังกล่าวจำเป็นต้องใช้กำลังขับมากยิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาแต่เดิมถึง 4 เท่า เพื่อให้ได้มาซึ่งระดับแรงดันเสียง หรือ SPL ที่เทียบเท่ากัน นั่นเป็นเพราะว่า ระบบลำโพงยุคใหม่นี้มีค่าความผิดเพี้ยนทางเสียง (Distortion) ที่ลดต่ำลงมาเรื่อยๆ แนวทางของเสียงก็ยิ่งราบเรียบมากขึ้น (Flatter) รวมไปถึงเรื่องของการเจือสีสัน (Coloration) ที่ลดน้อยลง แต่ทว่าปัจจัยราคาที่จำเป็นต้องจ่ายเพื่อให้ได้มาในสิ่งเหล่านี้นั้นก็ย่อมต้องเพิ่มสูงขึ้นเป็นธรรมดา

ดังนั้นการนำ QUAD II ต้นตำรับมาใช้ขับดันระบบลำโพงสมัยใหม่ในระดับไฮเอนด์จึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะเจาะนัก ผู้คนที่หลงรักในความเป็น QUAD จึงต่างหวังที่จะให้มีการฟื้นคืนชีพเจ้า QUAD II ขึ้นมาใหม่ ซึ่งทาง IAG ที่ได้ซื้อกิจการ QUAD ไป ก็มีความรักความผูกพันในความเป็น QUAD อยู่ในหัวใจเช่นกัน …QUAD II ใหม่จึงบังเกิดขึ้นมา ภายใต้การมอบหมายให้ Andy Grove แห่ง Audio Note UK. ทำหน้าที่กำกับดูแล …นี่คือที่มาของ QUAD II – 40

บางท่านอาจจะคิดว่า QUAD II – 40 นั้นได้รับการปรับเปลี่ยน หรือปรับปรุงขึ้นมาใหม่ แต่ในความจริงนั้นไซร้ Andy Grove มิได้ทำอะไรให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมๆ จะมีเพียงแค่ว่า หาอุปกรณ์ใหม่ๆ ใส่เข้าไปทดแทนของเก่าที่หามาใส่อย่างเดิมๆ ไม่ได้แล้วเท่านั้น แม้กระทั่งรูปลักษณ์ภายนอกก็ยังแทบจะถอดแบบมาจากตัวต้นตำรับในยุค’50 แบบ Retro Look

 gallery_5921

คุณลักษณ์

ทั้งนี้ Andy Grove ยังคงยึดถือรูปแบบวงจร หรือ Schematic ที่ Tim de Paravicini ได้ทำการออกแบบไว้แต่ต้น และ Peter J. Walker นำมาใช้ใน QUAD II “ต้นตำรับ” หากจะว่าไป Andy Grove เพียงแค่ทำการปรับสมรรถนะให้สูงขึ้นกว่าเดิม โดยมีกำลังขับเพิ่มขึ้นเป็น 40 วัตต์ที่ 8/4 โอห์ม จากการใช้หลอดฯ เบอร์ KT88 จำนวน 2 หลอดทำงานร่วมกันเป็นขุมกำลัง ในลักษณะของ Push-Pull Configuration โดยมีหลอดฯ เบอร์ 6SH7 ทำหน้าที่เป็นภาคไดรฟว์/อินพุท และใช้หลอดฯ เบอร์ 5U4G เป็นตัวเรคติไฟเออร์ (Rectifier) นอกจากนี้ Andy Grove ก็ได้เลือกที่จะใช้หม้อแปลงแบบใหม่ สำหรับการฟื้นคืนชีพของ QUAD II ในรูปของ QUAD II – 40

QUAD II – 40 เป็นเพาเวอร์แอมป์หลอดฯ แบบโมโนบล็อก ครอบคลุมช่วงความถี่ตอบสนอง 10-30,000 เฮิรตซ์ ค่าความเพี้ยนเสียงโดยรวม ต่ำกว่า 0.3% (ขับเต็มกำลัง) ค่าสัดส่วนสัญญาณต่อเสียงรบกวนดีกว่า 80 ดีบี ค่าแดมปิ้งแฟกเตอร์เท่ากับ 20 และค่าความไวในการรับสัญญาณขาเข้าอยู่ที่ 1V RMS ภายใต้ขนาดตัวเครื่อง 185 x 200 x 390 มม. (สูง x กว้าง x ลึก)

 QDII40_1_Zoom

ผลการรับฟัง

บอกกันตรงๆ ว่า ฟังเจ้า QUAD II – 40 แล้วได้ความปลอดโปร่ง โล่งสบาย รวมทั้งความนวลเนียน ละมุนละไม รายละเอียดเสียงในช่วงย่านกลาง-สูงนั้นต้องยอมรับครับว่า ‘เยี่ยม’ ครับ สรรพเสียงในช่วงย่านความถี่กลาง-สูงมีความละเมียด หางเสียงที่พละพลิ้ว และกังวานทอดยาวไกล ให้ความมีชีวิตชีวาอย่างสมจริง เฉพาะอย่างยิ่งกับชิ้นดนตรีที่เป็นอะคูสติก และเสียงร้อง (Vocal) อิมเมจ-ซาวด์สเตจให้การรับรู้ได้อย่างชัดเจน โดยไม่ต้องใช้จินตนาการลึกล้ำ เสียงชิ้นดนตรีที่ประโคม ประชันกันขึ้นมาในช่วงเวลาเดียวกัน ยังสามารถจำแนกแยกแยะได้ชัดเจน (ไม่มั่วหรือสับสนปนเปกัน) ไร้ซึ่งการซ้อนทับ บดบังตำแหน่งแห่งที่ของแต่ละเสียงที่ประดังประเดขึ้นมาพร้อมๆ กัน

เราสามารถแยกแยะเสียงดนตรีแต่ละชิ้นนั้นได้อย่างแจ่มชัด และนิ่งสนิท ไม่มั่วฟุ้งหรือเบลอ ทั้งเสียงร้องและชิ้นดนตรีทุกชิ้นจะไม่มีอาการเด่นล้ำ นำหน้า แนวตำแหน่งตั้งวางระบบลำโพงออกมา โดยจะไปแผ่กว้างอยู่หลังตำแหน่งตั้งวางระบบลำโพง พร้อมทั้งความลึกที่ราวกับผนังด้านหลังระบบลำโพงนั้น -เขยิบ- ถอยห่างออกไปไกลขึ้น สิ่งสำคัญที่ทำเอาผมถึงกับ ’ทึ่ง’ ก็คือ -ความสูง- ที่สูงเลยจากแนวหลังตู้ลำโพงขึ้นไปอย่างสมจริง เสียงฟ้าร้องก็ครืนครั่นอยู่ใกล้ๆ ระดับเพดาน เลยทีเดียว

สัญญาณเสียงฉับพลัน จะผุดโผล่อย่างฉับพลันทันใด และให้อาณาบริเวณเสียงที่มีตัวตน ระบุตำแหน่งได้ชัดเจน ไม่เบียดบังซ้อนทับกัน ทั้งยังให้ความกังวานหวานพลิ้วในทุกอณูเสียง เสียงทุกเสียงที่รับฟัง สัมผัสได้ถึงความมีตัวตนของเสียง เป็นเสียงที่มีวิญญาณ มีลมหายใจ แม้แต่เสียงประสานของนักร้องหมู่ ก็แทบจะแยกแยะออกมาได้เป็นเสียงเฉพาะตัวของแต่ละคน-แต่ละคน-เป็นคนๆ ไปกันเลยทีเดียว

QUAD II – 40 ให้ความผ่อนปรน ไม่เร่งเร้า ร้อนรน รู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้ฟัง มีความชุ่มฉ่ำ ชื่นมื่นหัวใจ ฟังแล้วติดหู ติดใจ อยากจะฟังต่อเนื่องเรื่อยๆ ไป… อย่างไรก็ตาม รับรองว่า QUAD II – 40 นั้นมิใช่แอมป์หลอดฯ ประเภทแช่มช้า เนิบนาบ อย่างบุคลิกเสียงที่เคยได้รับจากแอมป์หลอดฯ ยุคเก่าๆ เพราะสิ่งที่คุณจะได้รับจาก QUAD II – 40 นี้จะเป็นบุคลิกเสียงแอมป์หลอดฯ ที่อบอุ่น มีเนื้อมีหนัง สดสะอาด และโปร่งกระจ่าง สามารถตอบสนองต่อสัญญาณฉับพลันได้อย่างฉับไว ไร้อาการเฉื่อย-เนือย ให้ความมีชีวิตชีวา มีตัวตน พร้อมด้วยมวลอากาศห้อมล้อม เสมือนหมอกจางๆ ที่อบอวลร่วมอยู่ในทุกๆ สรรพเสียงอย่างมีมนต์เสน่ห์

 

ความโดดเด่นอย่างที่สุดของ QUAD II – 40 อยู่ที่ช่วงย่านเสียงกลางต่อเนื่องไปจนสุดปลายเสียงสูงที่ให้ความสะอาดสะอ้าน หวานหยด สดใส เปิดโปร่ง และลอยตัว เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา รวมทั้งความกังวานทอดยาวไกลของปลายหางเสียง ให้ทั้งความไหลระรื่นต่อเนื่อง และนวลเนียนมีความเป็นตัวตน ระบุตำแหน่งแห่งที่ของเสียงนั้นๆ ได้อย่างชัดเจน แยกแยะรายละเอียดที่แทรกซ้อนออกมาได้แจ่มชัด เสียงเครื่องเคาะจังหวะเป็นเสียงที่ผลุดโผล่ขึ้นมาอย่างฉับไว มีมวลอากาศแผ่กระจายเป็นปริมณฑลรายรอบ ไร้ซึ่งความแห้งผาก สากกร้าน ให้ความรู้สึกเสมือนของจริงทั้งเสียงร้องและเสียงดนตรี มีความชัดเจนปราศจากความคลุมเครือ การออกเสียงอักขระชัดเจนมาก บ่งบอกรายละเอียดความแตกต่างกันของแต่ละบุคลิกเสียงนักร้องได้ดี

 

ยิ่งเมื่อรับฟังจากเพลงร้อง บุคลิกเฉพาะของ QUAD II – 40 จะให้ลักษณะเสียงร้องอันน่าทึ่ง เป็นเสียงที่มีวิญญาณมีตัวมีตนของคนเราจริงๆ ซึ่งเปล่งออกมาจากปากอย่างมีลมหายใจ (Breathing) สัมผัสได้ถึงห้วงอารมณ์ของการขับร้อง พร้อมทั้งการแยกแยะอาณาบริเวณเสียงของกลุ่มนักร้อง เสียงนักร้องล้วนมีมวลมีน้ำหนักมีตัวตนของแต่ละคน สรรพเสียงที่รับฟังยังเปี่ยมด้วยความกังวานหวานพลิ้วในทุกอณูเสียง สัมผัสได้ถึงตำแหน่งแห่งที่ของเสียงนั้นๆ พร้อมทั้งปริมณฑลของเสียงแต่ละเสียง

 

QUAD II – 40 จะบ่งบอกสภาพเสียงที่มีมวลอากาศห้อมล้อม อบอวล ทำให้รับรู้ได้ถึงสภาพบรรยากาศของโถงแสดงดนตรีที่ถูกบันทึกเสียงมา ได้ราวกับเรา-ท่านกำลังนั่งฟัง-ดื่มด่ำในอรรถรส ท่ามกลางห้วงอารมณ์ดนตรี ณ โถงแสดงดนตรีนั้นๆ ได้อย่างสมจริงมาก สามารถรับรู้อิมมิจเสียงที่แยกแยะเป็นแถวเป็นแนวชัดเจน ในสภาพเวทีเสียงอันแผ่กว้าง ถอยลึก และสูงได้อย่างเป็น 3 มิติ สร้างความรู้สึกโอบล้อมทางเสียงอย่างเสมือนจริง สรรพเสียงล้วนกระจายตัวอย่างมีอาณาบริเวณ มิได้กระจุกรวมเป็นกลุ่มเป็นก้อนหนาทึบ

 

QUAD II – 40 จะทำให้คุณสามารถจับจังหวะจะโคนของการเดินเบสได้อย่างชัดแจ้ง กระชับ-กระฉับกระเฉง ควบคุมช่วงจังหวะวรรค-ตอนของท่วงทำนองได้อย่างรวดเร็ว-แม่นยำ ทั้งยังจำแนกแยกแยะลักษณะความต่างกันของเสียงเบสได้อย่างน่าทึ่ง พร้อมด้วยเรี่ยวแรงปะทะ-มัดกล้ามที่ทรงพลังพอประมาณ เปี่ยมด้วยความสุภาพราบเรียบ ไม่เบ้อะบ๊ะ-รุ่มร่าม-ล้นหลาม (เก็บตัวได้ฉับไว) ให้การตอบสนองช่วงย่านความถี่เสียงต่ำที่ทิ้งทอดตัวลงไปได้ลึก มากกว่าจะอิ่มใหญ่-เข้มข้น อวบหนา ให้ความกระชับในจังหวะจะโคน ในขณะที่ช่วงย่านความถี่เสียงกลาง-แหลมนั้น สดใส เปิดโปร่ง โล่งกระจ่าง สะอาดสะอ้านมากทีเดียว หางเสียงมีความกังวานและทอดตัวยาวไกลไม่หดสั้น ทั้งยังอบอุ่นมีมวลอากาศ ให้ความเป็นตัวเป็นตนของสรรพเสียง

 

สำหรับแนวดนตรีที่โหมกระหน่ำ ประโคม คำรน สุ้มเสียงที่รับฟังจาก QUAD II – 40 ก็ยังคงปราศจากอาการตีรวน ปนเปกัน อาณาบริเวณเสียงของชิ้นดนตรี หรือ นักร้องจะยังคงมีตัวตน เด่นลอยออกมาจากพื้นเสียงดนตรีที่กำลังบรรเลงอยู่ ระบุตำแหน่งได้ชัดเจน ไม่เบียดบังซ้อนทับกัน โดยมิได้ปรากฏอาการอั้นเครียดเค้นหรือตื๊อแต่อย่างใด ยังคงรับฟังได้เป็น

ปกติ QUAD II – 40 ยังคงดำรงไว้ซึ่งลักษณะน้ำเสียงที่สะอาด สดใส ให้ความสอดประสาน-ไหลลื่นที่ดี ช่วงย่านเสียงสูง สว่าง กระจ่าง หางเสียงทอดยาวไกล ช่วงย่านเสียงกลางให้ความหวานฉ่ำ มีเนื้อมีหนังไม่แห้งกร้าน-กระด้าง ส่วนในด้านการตอบสนองความถี่เสียงต่ำนั้น น้ำหนักของเบสอิ่มใหญ่ ไม่รุ่มร่าม-ยานคราง มีมัดกล้ามที่ให้แรงปะทะอันเด็ดขาดและแม่นยำในจังหวะจะโคน …คุณอาจจะเผลอลืมตัว นึกไปว่ากำลังฟังแอมป์โซลิดสเตตชั้นดีที่มีกำลังขับมากกว่า 100 วัตต์อยู่ก็เป็นได้นะครับ

 gallery_5920

สรุปส่งท้าย

ขอเน้นย้ำว่า QUAD II – 40 ให้การรับรู้สภาพอิมเมจ-ซาวด์สเตจที่สามารถจำแนก-แยกแยะระดับความลึก-ตื้นของแถว-แนวเสียงที่รับฟังได้เป็นชั้นๆ (Layered) อย่างชัดเจน มั่นคง แม้ในขณะที่วงออร์เคสตรากำลังแผดสนั่น เสียงนักร้องให้ความรู้สึกมีตัวมีตน มีเนื้อมีหนัง มีมวลมีน้ำหนัก แม้แต่เสียงนักร้องที่สอดประสานเป็นกลุ่มใหญ่ก็ยังให้ความกระจายตัวที่ดี มีช่องว่างระหว่างกลุ่มคน มิได้กระจุกตัวเป็นกลุ่มก้อนหนาทึบ สามารถจำแนก-แยกแยะรายะเอียดแทรกซ้อนเล็กๆ น้อยๆ ได้ดีน่าประทับใจมาก ทุกสรรพเสียงที่รับฟังล้วนมีทรวดมีทรง ไม่แบนบาง และปรากฏขึ้นอย่างลอยตัวเป็นอิสระ เสมือนลอยตัวออกมาจากตรงโน่น-ตรงนี้-ตรงนั้นอย่างสมจริง และมีอาณาบริเวณของแต่ละเสียง ไม่เบียดบัง ซ้อนทับกัน ฟังแล้วให้ความระรื่นโสตประสาทเป็นอย่างมาก พร้อมด้วยความกลมกล่อม มีน้ำมีนวลชวนฟัง ให้ความผ่อนคลาย สบายใจ…

 

* การเทสต์เครื่องและลำโพงของผม มุ่งเน้นการไม่ได้เปรียบ/เสียเปรียบกัน  และยึดหลักความตรงไปตรงมา-มาโดยตลอด พยายามตัดปัจจัยแห่งความเข้าใคร-ออกใครให้น้อยที่สุด จึงไม่มีการใช้ “อุปกรณ์ช่วย” หรือ “มวลสารพิเศษ” เสริมสมรรถนะอะไรต่อมิอะไรเข้ามาเป็นปัจจัยแปรผันแต่อย่างใด เพื่อมิให้สับสนว่า ซิสเต็มที่รับฟังนั้น-ดี-ด้วยพื้นฐานการออกแบบในตัวในตนของมันเอง หรือว่า -ดีขึ้น-  เนื่องเพราะ “อุปกรณ์ช่วย” หรือ “มวลสารพิเศษ” ส่งอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชแผ่ออกมาช่วยเสริมสมรรถนะให้แก่ซิสเต็มนั้นๆ กันแน่ *

* อีกทั้งสายไฟฟ้าเข้าเครื่องทุกเส้นของแต่ละเครื่อง ล้วนเป็นสายไฟฟ้าเข้าเครื่องที่ให้มาพร้อมกับเครื่องนั้นๆ มิได้มีการเปลี่ยนไปใช้สายไฟฟ้าพิเศษอื่นใด เข้ามาเป็นตัวช่วยเช่นกัน ด้วยเหตุผลว่า เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ทางเสียงอันเป็นพื้นฐานที่ได้จากเครื่องนั้นๆอย่างแท้จริง ซึ่งหากท่านใดได้เปลี่ยนไปใช้สายไฟฟ้าเข้าเครื่องที่เกรดสูงขึ้น ก็ย่อมที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นไปกว่าการทดสอบ-ลองฟังอย่างปกติธรรมดาของผมครับ *

 

อุปกรณ์ร่วมใช้งาน : เครื่องเล่นแผ่นซีดี marantz CD/DA-12; ปรีแอมป์หลอดฯ LuxKit : A3400; สายสัญญาณ HighDiamond 7 และสายลำโพง SPC-650 ของ SAEC

 

อุปกรณ์อ้างอิง : XAV : EMX -9 (วางทับบน LuxKit : A3400); Entreq : Ground Box รุ่น MinimUs Silver + Earth Cable รุ่น Silver; MagicBoxAudio : Lunar 1

 

 

ขอขอบคุณ บริษัท ออดิโอ แอบโซลุท จำกัด โทร. 0-2489-8954, 081-845-4321 ที่เอื้อเฟื้อ QUAD II – 40 มาให้ได้ทดสอบกันในครั้งนี้

 

รูปลักษณ์ – 4 ดาว

สมรรถนะ – 4 ดาวครึ่ง

คุณภาพเสียง – 4 ดาวครึ่ง

โดยรวม – 4 ดาวครึ่ง