Test Report: INCRECABLE TIA-240SE

INCRECABLE

iAMP TIA-240 SE

หัสคุณ

 

 

P1070786

INCRECABLE TIA-240SE

 

หลังจากที่ INCRECABLE เปิดตัวในบ้านเรา ด้วยสายดิจิตอล, สายนำสัญญาณ, สายไฟเอซี, สายลำโพง รวมทั้งสาย HIGH-SPEED HDMI ในปีพ.ศ. 2553 ตามมาด้วย อินทีเกรทแอมป์หลอด รุ่น iAMP TIA-240 ที่สามารถสร้างความประหลาดใจ และประทับใจให้กับพวกเราได้ไม่น้อยในปี พ.ศ.2554 จากนั้นก็เป็น อินทีเกรทแอมป์หลอดรุ่นพี่อย่าง iAMP TIA-260 ชื่อเสียงของ INCRECABLE ก็เป็นที่รู้จักในหมู่นักเล่นนักฟังในบ้านเราอย่างแพร่หลาย ที่น่าสนใจกว่าก็คือ INCRECABLE นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร

ถ้าจะว่าไปแล้ว INCRECABLE ถือได้ว่าเป็นแบรนด์น้องใหม่มาจากสหรัฐอเมริกา มีชื่อเป็นทางการว่า INCRECABLE ACOUSTIC LABORATORY มีถิ่นฐานอยู่ในเมือง SEATTLE INCRECABLE ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวของกลุ่มคนที่มีที่มาแตกต่างกัน จากหลายสาขาอาชีพ บางคนเคยเป็นถึงหัวหน้าทีมงานพัฒนาและวิจัยมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี บางคนทำงานอยู่เบื้องหลังงานแสดงคอนเสิร์ต ทั้งวงคลาสสิกและแจ๊สมาแบบมืออาชีพ แต่ด้วยลักษณะการบริหารงานแบบองค์กรใหญ่ ซึ่งมีกรอบและข้อจำกัดที่ทำให้บุคคลต่างๆ เหล่านี้ อยากจะทำอะไรที่แตกต่าง จึงได้ตัดสินใจหันหลังพร้อมกับก้าวออกมาเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ตามที่ได้ตั้งใจ และมุ่งมั่นไปในแนวทางที่ตนได้เลือกเดิน

บุคคลเหล่านี้ได้รวมตัวกันในปีค.ศ. 1992 และได้ก่อตั้ง INCRECABLE ACOUSTIC LABORATORY COMPANY ขึ้น โดยมีจุดหมายที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เน้นคุณภาพและความประณีต ควบคู่ไปกับการพัฒนาและวิจัย เพื่อคุณภาพเสียงที่เป็นเลิศ ที่มาพร้อมกับแนวคิดใหม่ๆ ที่เปิดกว้าง สำหรับคีย์แมนคนสำคัญของ INCRECABLE นั้นก็คือ MR.D’SHOW COLLINS ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ INCRECABLE แต่สำหรับทางสมาชิกคนอื่นๆ นั้นทาง INCRECABLE ขอสงวนไว้ไม่ยอมเปิดเผยแต่อย่างใด สำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนั้น ถูกออกแบบ คัดสรรอุปกรณ์ ผลิต และตรวจสอบ โดยทีมงานของ INCRECABLE เองทั้งหมด สำหรับฝ่ายการตลาดในแถบเอเชียนั้น อยู่ในความดูแลและรับผิดชอบโดย MR.DYSON LAI ซึ่งมีออฟฟิศอยู่ที่ฮ่องกง

 

iAMP TIA-240SE

แรกเริ่มเดิมทีนั้นทาง INCRECABLE มีอินทีเกรทแอมป์หลอดออกมาด้วยกันเพียงแค่ 2 รุ่น คือ iAMP TIA-240 และ TIA-260 แต่เมื่อได้รับการตอบรับที่ดียิ่ง ทาง INCRECABLE ก็ได้เพิ่มอินทีเกรทแอมป์หลอดอีก 2 รุ่นด้วยกัน คือ รุ่น TIA-216 (SINGLE ENDED) ใช้หลอด 300B และ TIA-280 (TRIODE/ULTRA LINEAR) ใช้หลอด KT120

ในบ้านเรานั้น ได้มีโอกาสยลโฉมไปแล้วด้วยกัน 3 รุ่น คือ TIA-240, TIA-260 และ TIA-280 ในงาน WHAT AUDIO-VIDEO? SALES 2012 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27-30 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสพบและพูดคุยกับ MR.DYSON LAI ที่เดินทางมาร่วมงานด้วย เขาบอกว่า เร็วๆ นี้ จะมีแอมป์หลอดของ INCRECABLE ตัวใหม่มาเซอร์ไพรส์ หรือสร้างความประหลาดใจให้ ได้สอบถามกลับไปเช่นกันว่า เป็นรุ่นไหน MR. DYSON ก็ตอบมาว่าเป็น TIA-240SE แล้ว TIA-240 ตัวเดิมละ “โอย… ตอนนี้ต้อง TIA-240SE เท่านั้น ผมว่าคุณจะต้องประทับใจ เมื่อได้ฟัง TIA-240SE แล้วลืม TIA-240 ไปได้เลย !“ Mr.DYSON ตอบกลับมาอย่างมั่นใจ ผมทำได้เพียงส่งยิ้ม พร้อมกับตอบไปว่า จะเป็นไปอย่างที่ว่าหรือไม่นั้น ก็ต้องมีโอกาสได้ลองฟังกันอย่างจริงๆ จังๆ เท่านั้น จึงจะให้คำตอบได้ นั่นคือ ประโยคสุดท้ายที่เราได้คุยกันในวันนั้น

ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็ได้รับแจ้งจาก บ.ยูโรวิชั่น ว่าอินทีเกรทแอมป์หลอด iAMP TIA-240SE นั้นได้เดินทางมาถึงแล้ว ไม่นานหลังจากนั้น TIA-240SE ก็เดินทางมาถึงห้องฟังเป็นที่เรียบร้อย

รูปลักษณ์และการออกแบบ

iAMP TIA-240SE ถูกจัดส่งมาในกล่องแบบ 2 ชั้น ที่มีความแข็งแรงและแน่นหนา ภายในกล่องมีโฟมใยสังเคราะห์ เนื้อแน่นและหนาเป็นพิเศษ เมื่อเปิดกล่องออกมาจึงพบว่า TIA-240SE ได้ถูกปรับเปลี่ยนรูปโฉมไปจากเดิม TIA-240SE ใหม่นี้ มีรูปโฉมแทบจะเหมือน TIA-260 แบบไม่ผิดเพี้ยน

จากเดิมที่แผงหน้าเป็นอะลูมิเนียมหนาประมาณ 8 มม. สีดำเงา แบบ GLOSS FINISH ก็ถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นสีดำกึ่งด้านแบบ BRUSHED SATIN แทน มีการลบเหลี่ยมมุมตลอดแนวทั้งหมด จากตัวถังเดิมใน TIA-240 ที่เป็นสแตนเลสเงางาม สำหรับใน TIA-240SE นั้น ทาง INCRECABLE ก็หันมาใช้ตัวถังแบบ TIA-260 คือเป็นเหล็กหนาสีดำด้านทั้งหมดเพื่อให้ตัดกับแผงด้านบนที่เป็นสีทองแบบ ROSE GOLD ( ทองกุหลาบหรือสีนาค ) ส่งผลให้ TIA-240SE ดูหรูหราขึ้นกว่าเดิม ตรงกึ่งกลางของแผงอลูมิเนียมสีทองกุหลาบระหว่างหลอด 6SN7 และหลอด 6SL7 จะมีการกัดเป็นโลโก้และชื่อของ INCRECABLE ดูสวยงาม

ตรงแผงหน้าจะมีลูกบิด ที่ทำเป็นสีทองกุหลาบทั้งหมด 3 ชุด จัดแบ่งระยะห่างกันอย่างเหมาะสมเช่นเดียวกับ TIA-240 ในอดีต โดยปุ่มทางด้านซ้ายจะเป็นลูกบิด เปิด/ปิดเครื่อง ตรงกึ่งกลางจะเป็นโวลลุ่มเพื่อปรับระดับความดัง ในขณะที่ทางขวามือจะเป็น SELECTOR เพื่อเลือกอินพุท ใน TIA-240SE จะมีอินพุทมาให้ 3 ชุดด้วยกัน ซึ่งมากกว่า TIA-240 ในอดีต 1 ชุด

บนแผงหน้ายังมีสวิตช์แบบคันโยกมาให้ 2 ชุด โดยที่ตัวทางด้านซ้ายจะเป็นตัวปรับเลือก เกนการขยายของแอมป์ (GAIN CONTROL SWITCH) โดยมีค่า 0 กับ 1 เพื่อใช้ในการปรับแหล่งอินพุททั้ง 2 ให้มีระดับความดังที่ใกล้เคียงกัน โดยที่ 0 จะมีค่าเซ็ทเกนอยู่ที่ -6 dB ส่วนคันโยกทางด้านขวามือนั้นจะเป็นสวิตช์ MUTE เพื่อใช้ในการลดระดับความดังในทันที เมื่อสวิตช์ MUTE ถูกใช้งานจะมี LED สีแดงแสดงอยู่ทางด้านบนให้เห็น INCRECABLE ยังได้ออกแบบให้มี LED สีฟ้าอมเขียว อีก 2 ดวง วางคู่ขนาบ LED MUTE สีแดง ซึ่งจะวางตัวอยู่ตรงกึ่งกลางด้านบนของเครื่องเพื่อแสดงสถานการณ์ทำงานของ TIA-240SE ในกรณีที่ใช้งาน TIA-240SE ในห้องที่ค่อนข้างมืด แสงไฟ LED สีฟ้าอมเขียวดังกล่าวจะส่องสว่างขึ้นไปสะท้อนกับเพดานด้านบน ให้ความสวยงามและความรู้สึกที่ดี

ด้านหลังจะเป็นแผงอะลูมิเนียมหนาประมาณ 8 มม. มีขั้วอินพุทแบบ RCA มาให้ 3 ชุด สำหรับลำโพงจะมีขั้วต่อเพื่อใช้งานกับลำโพงที่มีอิมพีแดนซ์ 8 และ 4 โอห์ม มาให้ มีชุดฟิวส์มาให้ 1 ชุด เพื่อสะดวกในการถอดเปลี่ยนไปใช้ฟิวส์แบบออดิโอเกรดได้สะดวก ขั้ว AC เป็น IEC แบบ 3 ขา ลงกราวด์ สามารถถอดเปลี่ยนสายไฟ AC ได้

iAMP TIA-240SE ได้รับการออกแบบจากผู้ที่มีความชำนาญในเรื่องของแอมป์หลอดแบบช่ำชอง คลุกคลีกับแอมป์หลอดมาอย่างยาวนาน สำหรับวงจรนั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแอมป์หลอดของ H.J.LEAK ที่โด่งดังและมีชื่อเสียงในช่วงปี ค.ศ. 1950s ใน TIA-240SE นั้น จะใช้วงจรแบบ ULTRA-LINEAR ที่มีการใช้อัตราการป้อนกลับ (FEED BACK) ที่ต่ำ แต่แทนที่จะเลือกใช้หลอดเบอร์ “ตลาดนิยม” อย่าง 12AX7      ที่ใหม่และทันสมัยกว่า แต่ทาง INCRECABLE เลือกที่จะหันกลับไปใช้หลอดเบอร์ 6SL7 ที่มีขนาดใหญ่และเก่ากว่า (จริงๆ แล้ว หลอดเบอร์ 12AX7 ถูกพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อมาแทนที่หลอดเบอร์ 6SL7 ในอดีต)

หลอด 6SL7 ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1940s เป็นหลอดแบบ TWIN หรือ DUAL TRIODE แบบ HIGH-MU ใน TIA-240SE ทาง INCRECABLE เลือกใช้หลอด 6SL7 ของ SOVTEK ในภาค HIGH LEVEL CIRCUITRY หรือภาคไดร์ฟ หลอด 6SL7 ของ SOVTEK เป็นหลอดในระดับ MILITARY-GRADE ที่ทำในรัสเซีย และถูกนำไปใช้ในแอมป์หลอดกันอย่างแพร่หลาย

สำหรับหลอดในภาค PHASE REVERSAL หรือ PHASE INVERTER ทาง INCRECABLE เลือกใช้หลอดเบอร์ 6SN7 แทนที่จะเป็นหลอดเบอร์ 12AU7 อย่างที่นิยมกัน หลอด 6SN7 ถือกำเนิดขึ้นในปีค.ศ. 1939 และได้รับการจดสิทธิบัตรในปีค.ศ. 1941 ว่าเป็นหลอดแก้วที่มีรหัส 6SN7 GT เป็นหลอดแบบ DUAL TRIODE แบบ MEDIUM-MU ทาง INCRECABLE เลือกใช้หลอด 6SN7 ของ SHUGUANG ซึ่งผลิตในประเทศจีน หลอด 6SN7 ของ SHUGUANG ได้รับการกล่าวขวัญจากนักเล่นหลอดว่า เป็นหลอดที่ให้รายละเอียด และตรึงตำแหน่งของชิ้นดนตรีต่างๆ ได้ดี

ในภาคเอาท์พุทนั้น TIA-240SE จะจัดวงจรแบบ PUSH-PULL ใช้หลอด POWER PENTODE EL34 หลอด EL34 ถูกคิดค้นขึ้นและผลิตเป็นครั้งแรกโดย บ. PHILIPS จากยุโรป วางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในปีค.ศ. 1953 ภายใต้แบรนด์ MULLARD ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ PHILIPS เอง หลอด EL34 เป็นหลอดแบบ HIGH POWER ที่มีราคาค่าตัวไม่สูงนัก และเป็นหลอดที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ในแอมป์ปลิไฟเออร์ ในช่วงปีค.ศ. 1960s ถึง 1970s

ใน TIA-240SE เลือกใช้หลอด EL34 ของ SHUGUANG เบอร์ EL34-B ถึงแม้ว่าจะเป็นหลอดที่ผลิตในประเทศจีน แต่หลอด SHUGUANG EL34-B ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นหลอดที่ดีเยี่ยมในระดับ FIRST CLASS เพราะเป็นหลอดที่มีเสียงรบกวนต่ำมาก (VERY LOW MECHANICAL NOISE) และมีคุณภาพเสียงที่ถูกจัดให้อยู่ในระดับ “คับแก้ว” เมื่อคำนึงถึงราคาค่าตัวถ้านำไปเปรียบเทียบกับหลอดยี่ห้ออื่นๆ ในตลาด

ที่พิเศษกว่านั้นก็คือ หลอดที่ใช้ในแอมป์ของ INCRECABLE ทั้งหมดได้ผ่านกระบวนการ DCT (DEEP CRYOGENIC TREATMENT) ซึ่งก็คือ การนำหลอดไปผ่านกระบวนการลดความเย็นจนถึงระดับอุณหภูมิที่ -312 F (ฟาเรนไฮต์) สำหรับขั้นตอนและกรรมวิธีในการทำกระบวนการ DCTนั้น ก็มีความแตกต่างกันไปตามเทคนิคของแต่ละเจ้า ซึ่งรายละเอียดนั้นไม่ได้มีการเปิดเผย ว่ากันว่า หลอดที่ผ่านกระบวนการ DCT นั้น จะสามารถให้ไดนามิกเรนจ์ได้ดีขึ้น การตอบสนองความถี่ต่ำมีความสะอาดและชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถลดทอนสัญญาณรบกวนแบบ MICROPHONICS NOISE ได้ดี อีกทั้งหลอดก็จะมีความทนทานเป็นเยี่ยม สามารถถ่ายทอดน้ำเสียงที่ปราศจากอาการ กร้าวจัด กระด้างหู แต่จะให้เสียงที่มีความนุ่มนวล และมีความเป็นดนตรีที่ดี

หลอดที่ผ่านกระบวนการ DCT แล้วจะได้รับการทดสอบ และตรวจเช็คด้วยเครื่อง MODEL 257 TUBE TESTER และทำการจับคู่แบบ MATCHED PAIR โดยทีมงานของ INCRECABLE เอง สำหรับหม้อแปลง หรือทรานสฟอร์เมอร์ที่ใช้ใน TIA-240SEนั้น ทาง INCRECABLE ก็ได้ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน มีการสั่งทำขึ้นแบบ CUSTOM-MADE และมีขนาดใหญ่ แบบ “เผื่อเหลือ” หรือ OVERKILL กันเลยทีเดียว

สำหรับวงจรภายในเดินสายแบบ ฮาร์ด-ไวร์ เป็นแบบ POINT-TO POINT ด้วยมือทั้งหมด ไม่มีการใช้แผงวงจรแบบลายปริ้นท์เลย ทาง INCRECABLE อธิบายว่า การเดินวงจรแบบนี้จะมีประโยชน์ ในการลดความร้อนสะสมที่เกิดขึ้นภายในเครื่องได้ดี รวมทั้งการดูแลรักษาก็สามารถทำได้ง่าย และสะดวก

อุปกรณ์ภายในได้ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี คาปาซิเตอร์ของ NIPPON CHEMICON และ RUBYCON รีซีสเตอร์แบบคาร์บอน และเมทัลฟิล์ม คาปาซิเตอร์แบบ โพลีโพรไพลีนของ SCR ในส่วนที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่า TIA-240 เดิม ก็คือ ในจุดที่มีความสำคัญ จะมีการเลือกใช้คาปาซิเตอร์แบบโพลีโพรไพลีนชนิด MKP 3% ของ M-CAP ซึ่งผลิตโดย บ. MUNDORF จากเยอรมัน สำหรับโวลลุ่ม(volume pot)เป็นของ ALPS เกรดสูงขึ้นแบบ BLUE VELVET ผลิตในประเทศญี่ปุ่น สาย AC ภายในเครื่องใช้เป็นสายขนาดใหญ่ของ INCRECABLE เอง สำหรับขั้วสัญญาณและขั้วลำโพงนั้นก็ขยับขึ้นไปใช้แบบเดียวกับที่ใช้ใน TIA-260 ซึ่งเป็นขั้วที่สั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษจาก FURUTECH ผ่านขั้นตอนการชุบเคลือบด้วยเงินบริสุทธิ์ถึง 2 ชั้น ก่อนจะเคลือบทับด้วยโรเดี่ยม (RHODIUM) อีกชั้นหนึ่ง

สำหรับฝาครอบหลอดก็ปรับเปลี่ยน จากเดิมที่เป็น HIGH DENSITY PERSPEX ที่โปร่งใสทั้งชิ้น ก็หันมาใช้ฝาครอบเหล็กที่มีช่องมองเป็น PERSPEXแบบที่ใช้ใน TIA-260 ใหม่แทน

 

P1070809

สเปคของ TIA-240SE มีดังนี้

Power OutputMinimum sine wave continuous average power output per

channel, both channels operating is:

40 watts into a 4 ohm load

40 watts into an 8 ohm load

Rated Power Band

20Hz to 20,000Hz

Total Harmonic Distortion

Maximum Total Harmonic Distortion at any power level from 250 mill watts

to rated power output is:  0.5% for a 4 or 8 ohm load

Frequency Response

+0, -0.5dB from 20Hz to 20,000Hz

+0, -3dB from 10Hz to 50,000Hz

Sensitivity

High Level: 450mV for 2.5V rated output

Power Amplifier Input: 2.5V for rated output

A-Weighted Signal To Noise Ratio

High Level: 97dB below rated output

Power Amplifier: 110dB below rated output

Inter Modulation Distortion

Maximum Inter modulation Distortion if instantaneous peak output does

not exceed twice the rated output, for any combination of frequencies

from 20Hz to 20,000Hz is:  0.5% for a 4 or 8 ohm load 

Input Impedance

High: Level, 100K ohms

Maximum Input Signal

High Level: 8V

Voltage Gain

High Level to Main: 15dB

Wide Band Damping Factor

Greater than 20

Power Requirements

100 Volts, 50/60Hz at 3.6 amps

110 Volts, 50/60Hz at 3.6 amps

120 Volts, 50/60Hz at 3.6 amps

220 Volts, 50/60Hz at 1.8 amps

230 Volts, 50/60Hz at 1.8 amps

240 Volts, 50/60Hz at 1.8 amps

Note: Refer to the rear panel of the TIA-240

for the correct voltage.

Preamplifier Tube Compliment

2 – 6SL7   Preamp Circuitry

2 – 6SN7  High LevelCircuitry

Power Amplifier Tube Compliment

4 – EL34   ** ( KT-66 are compatible)

Overall Dimensions

Width is 16-7/8inches (43.0cm)

Height is 8-1/4 inches (21.0cm) including feet

Depth is 16-1/2 inches (42.0cm) including the Front Panel and Knobs

Weight

45 pounds (21.5kg) net, 56 pounds (25.5kg) in shipping carton

 

P1070815

ผลในการทดลองฟัง

INCRECABLE iAMP TIA-240SE ได้ผ่านการใช้งานมาบ้าง แต่ก็ยังไม่พ้นช่วงเบิร์นอิน พวกเราจึงต้องเร่งมือ เนื่องจากเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด (จริงๆ) เนื่องจาก TIA-240SE เดินทางเข้ามาอย่างฉุกละหุก จึงไม่สามารถนัดแนะคณะลูกขุนทั้งหลายได้ จะมีก็แต่ลูกขุนบางท่านที่มีโอกาสแวะเวียนผ่านเข้ามา ก็เลยมีโอกาสฟัง สำหรับการฟังก็เป็นแบบต่างกรรมต่างวาระ ไม่ได้มีการรวมตัวตามที่ควร แต่ก็ได้รวบรวมความคิดเห็นไว้ในคราวเดียวกัน สำหรับซิสเต็มที่ใช้ร่วมในการฟัง ประกอบด้วย

เครื่องเล่นซีดี    : MARANTZ CD 17 (CLOCK II)

อินทีเกรทแอมป์ : INCRECABLE iAMP TIA-240 (ตัวเดิม)

สายนำสัญญาณ : VAMPIRE AT-II

สายลำโพง       : VAMPIRE ST-II

สายไฟ AC     : XAV XAC#5, MUSIC MUSE “THE

PROTOTYPE” AC CABLE

ฟิวส์                   : MUSIC MUSE V2

ห้องฟังขนาด 4 x 8 เมตร ได้รับการปรับแต่งอะคูสติกมาอย่างดี

พวกเราได้ลองปรับเกนระหว่างค่า 0 กับ 1 เพื่อหาความแตกต่าง ผลปรากฏว่า การเซ็ทไว้ที่ 0 จะได้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า (เหมือนกันกับ TIA-240 ตัวเดิม) ดังนั้นตลอดการฟัง จึงได้เซ็ทค่าเกนของ TIA-240SE ไว้ที่ 0 ตลอดการรับฟัง

นับแต่วินาทีแรก ที่น้ำเสียงเปล่งออกจากลำโพงมากระทบโสตสัมผัส ก็พอจะทราบในทันทีว่า TIA-240SE นั้น มีคุณภาพเสียงที่แตกต่างไปจาก TIA-240ในอดีตไม่น้อยเลย ลูกขุนท่านหนึ่ง เมื่อฟังอยู่ได้ 2 ถึง 3 เพลง ก็แสดงความคิดเห็นว่า TIA-240SE ใหม่นี้ให้เสียงที่โดดเด่น เรียกร้องความสนใจได้ดี “อย่างนี้น่าจะโดนใจนักฟังส่วนใหญ่ได้สบายๆ “(CLAIR MARLO-LET IT GO) อีกท่านมีความเห็นว่า TIA-240SE ให้เสียงที่มีความนุ่มนวลกว่า TIA-240เดิม แต่ก็มีความชัดเจนที่สูงกว่าด้วยเช่นกัน “จะว่าไปดู TIA-240SE จะมีความเป็นหลอดมากขึ้นกว่า TIA-240 เดิมเสียด้วยซ้ำ” อีกท่านกล่าวเสริม (CAROL KIDD-NICE WORK)

ดูท่า TIA-240SE น่าจะมีประเด็นให้ได้คุยกันอย่างสนุกปาก ถ้าเหล่าคณะลูกขุนได้มีโอกาสมารวมตัวในคราเดียวกัน ในการเก็บตกนอกรอบ ก็พบว่า TIA-240SE นั้น นำเสนอเสียงกลางที่มีความโดดเด่น ทั้งในแง่ของความชัดเจน และการแยกแยะรายละเอียดได้ดีพอตัว ถึงแม้ตัวตนอาจจะไม่เข้มข้น และขึ้นรูปอย่างเด่นชัด เหมือนกับแอมป์รุ่นพี่อย่าง TIA-260 ก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า TIA-240SE ใหม่นี้ ได้ขยับแนวทางของเสียงโดยเฉพาะในย่านของเสียงกลางเข้าใกล้แอมป์รุ่นพี่อย่าง TIA-260 มากยิ่งขึ้น เนื้อเสียงแม้จะค่อนมาทางบางอยู่บ้าง แต่ TIA-240SE ก็ได้ผสานเอาความนุ่มนวลเข้ามาเพิ่มเติมในอัตราที่พอเหมาะพอดีอย่างลงตัว (ELLA FITZGERALD : FOREVER ELLA)

ตอกย้ำกันอีกครั้งกับเสียงร้องของคุณป้า CAROL KIDD ที่เหมือนกับจะส่งเสริมและทำให้ TIA-240SE ยิ่งฉายแวว ความสามารถ ในการนำเสนอเสียงกลางของตนออกมาได้อย่างเด่นชัดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับแนวดนตรีแจ๊สที่มีเครื่องดนตรีไม่มากชิ้น กับเสียงร้องที่มีเสน่ห์ไม่ว่าจะเป็น JACINTHA ในชุด HERE’S TO BEN ที่บทเพลง GEORGIA ON MY MIND ถูกเปิดตัวด้วยเสียงร้องของเธอ พร้อมกับเสียงเบส ฝีมือของ DAREK OLES โดยมี เสียงเปียโนของ KEI AKAGI เคล้าคลอไปอย่างเบาๆ เสียงกลองที่เดินจังหวะอยู่ห่างๆ จากการเล่นของ LARANCE MARABLE ตามมาด้วยการเป่า TENOR SAXOPHONE ของ TEDDY EDWARDS ที่สามารถชักนำให้คุณเพลิดเพลินไปกับบทเพลงที่บรรเลงอย่างยากที่จะปฏิเสธ

หรืออย่างเสียงร้องของ DIANA KRALL ในชุด WHEN I LOOK IN YOUR EYES ก็เป็นอีกแผ่นหนึ่งที่ TIA-240SE นำเสนอออกมาได้อย่างโดดเด่น มีความน่าฟังจนทำให้คุณเคลิ้มไปกับบทเพลง ถึงกับลืมไปว่า กำลังนั่งฟังทดสอบเจ้า TIA-240SE อยู่ จะให้ทำอย่างไรได้…ในเมื่ออารมณ์เพลงนั้นพาไปนี่ครับ

เสียงในย่านกลางสูงก็ยังคงความชัดเจนที่โดดเด่นเอาไว้ได้อย่างมั่นคง มีความต่อเนื่อง แต่สำหรับเสียงแหลมแล้ว TIA-240SE จะค่อยๆ ลดระดับความเข้มข้นลงเป็นลำดับ แจกแจงรายละเอียดของเสียงแหลมได้พอประมาณ สำหรับปลายเสียงไม่ทอดตัวออกไปไกลนัก และเก็บตัวเร็ว (OPUS 3 : LARS ERSTRAND AND FOUR BROTHERS)

สำหรับเบสนั้น TIA-240SE สามารถถ่ายทอดการย้ำเน้นในย่านอัปเปอร์เบสได้ดี มีทั้งน้ำหนัก และความอิ่ม ถึงแม้เบสจะมีความนุ่มนวลที่แฝงไว้ด้วยความเร่งเร้าแต่พองาม แต่สปีดของดนตรีเหมือนจะถูกหน่วงช้าลงเล็กน้อย ส่งผลให้ TIA-240SE ถ่ายทอดน้ำเสียงที่มีความเป็นหลอดมากกว่า TIA-240 ตัวเดิม (THE MERRY ANGEL OPUS 5 : พญาลำพอง) เบสต่ำๆ จะอ่อนน้ำหนักลง และเก็บตัวอย่างรวดเร็ว (R&R EXOTIC DANCES FROM THE OPERA) ถึงแม้ว่า TIA-240SE จะไปได้ดีกับแนวเพลงแจ๊ส แต่กับเพลงบรรเลงคลาสิกก็สามารถนำเสนอออกมาได้ดี สำหรับบทเพลงคลาสสิกที่หนักหน่วง และมีไดนามิกแบบเต็มพิกัด อย่างแผ่น TUTTI !ORCHESTRAL SAMPLER (ของค่าย R&R ) TIA-240SE ก็สามารถถ่ายทอดออกมาได้ดี เมื่อเร่งระดับความดังไว้ที่ไม่เกินตำแหน่ง 12 นาฬิกา

กับสมรรถนะทางด้านอิมเมจ TIA-240SE สามารถตรึงตำแหน่งได้นิ่ง มีความมั่นคง การขึ้นรูปของอิมเมจจะทำได้ดีกับเสียงร้อง โดยมีการวางตำแหน่งให้ล้ำหน้ากว่า แนวเครื่องดนตรีต่างๆ ซึ่งจะวางตัวเว้นระยะถอยลึกลงไปทางด้านหลัง การจัดวางซาวด์สเตจ สามารถที่จะขยายตัวเลยลำโพงทั้งซ้ายและขวาออกไปเป็นอิสระ ทำให้ได้ขนาดวงที่กว้างใหญ่อย่างโดดเด่น สำหรับสัดส่วนความลึกนั้นจะแสดงตำแหน่งและระดับชั้นของความลึกที่ถอยลงไปในเวทีได้ดีในระดับหนึ่ง

 

 

P1070788

สรุป

หลังจากที่ iAMP TIA-240 สร้างความประทับใจให้กับพวกเราอย่างมาก เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทาง INCRECABLE ก็นำเสนอ TIA-240SE ออกมาใหม่ในปีนี้ เพื่อต่อยอดความสำเร็จตามที่ TIA-240 ในอดีตได้ทำไว้ สำหรับคุณภาพเสียงนั้น TIA-240SE ได้รับการปรับเปลี่ยนให้มีความแตกต่างไปจาก TIA-240 เดิม ใน TIA-240SE ใหม่นี้นั้นจะให้น้ำเสียงที่มีความเป็นแอมป์หลอดมากขึ้นกว่า TIA-240 ในอดีต มีแนวเสียงที่ขยับเข้าไปใกล้กับแอมป์หลอดรุ่นพี่อย่าง TIA-260 ซึ่งในแนวทางนี้ อาจจะตอบโจทย์และตรงใจกับนักเล่นบางกลุ่มได้เป็นอย่างดี

กับราคาที่เขยิบสูงขึ้นไปอีก 40% ( ในเมืองนอก TIA-240 เดิมมีราคาอยู่ที่ MSRP : $ 1,980/SET ในขณะที่ TIA-240 SE ใหม่มีราคาอยู่ที่ MSRP:$ 2,980/SET) สำหรับ iAMP TIA-240SE ใหม่จาก INCRECABLE ก็ยังนับเป็นอินทีเกรทแอมป์หลอดที่น่าสนใจไม่น้อย ถึงแม้ในราคาระดับนี้จะมีทั้งแอมป์หลอดและทรานซิสเตอร์ ห้อมล้อมเป็นคู่แข่งอยู่อย่างมากมายก็ตามที แต่สำหรับ Mr.DYSON LAI นั้น ผมมีคำตอบในใจไว้เรียบร้อยแล้วครับ.

ขอขอบคุณ บ.ยูโรวิชั่น จำกัด โทร.0-2969-3751-3 ที่เอื้อเฟื้อเครื่องมาให้ทดสอบในครั้งนี้