Test Report: ELAC BS 312

Test Report: ELAC BS 312 (ลำโพงใหญ่ ที่เล็กและแพง…ที่สุดในโลก)

 ไมตรี ทรัพย์อเนกสันติ

2098

             เกือบ 30 ปีมาแล้ว ELAC จากเยอรมันได้สร้างความตื่นตะลึงให้แก่วงการลำโพงโลกด้วย ลำโพงมินิที่ถือว่าเล็กที่สุดในโลก ตัวตู้ประมาณว่ากล่องใส่รองเท้า ดอกลำโพงแค่ 5 นิ้ว ซึ่งในสมัยนั้นไม่มีใครเขาใช้ดอกเล็กแค่นั้น แต่เสียงที่ได้ ใหญ่ ดุจฟังลำโพงขนาดดอก 6 นิ้ว วางหิ้งดีๆ คู่หนึ่งทีเดียว ELAC ใช้ชื่อเล่นรุ่นนั้นว่า Merlin (ผู้วิเศษ) (จริงๆ คือรุ่น BS 300)

นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ELAC ได้พัฒนาลำโพงที่จิ๋วแต่แจ๋วจนขึ้นชื่อเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก (ดังมากกว่ารุ่นวางพื้นเรือธงของ ELAC เองด้วยซ้ำ)

วันนี้ ELAC นำเสนอ ลูกสุดท้อง ที่จะปลุก Merlin ให้กลับมานั่นคือ BS 312 ด้วยขนาดตู้ที่พอๆ กับ Merlin เก่า แต่ดูเหมือนตู้จะลึกกว่าประมาณ 50% ด้วยดอกลำโพงที่พัฒนาใหม่หมด

เราจะมาดูว่า Merlin ใหม่ BS 312 จะมีอะไรที่เหนือกว่า Merlin เก่า

2100

คุณสมบัติ และสเปค

BS 312 เป็นลำโพง 2 ทางวางหิ้งตู้เปิด มีรูระบายอากาศเป็นท่อกลมภายในเป็นปากแตร รีดอากาศออกทางช่องเปิดอยู่ด้านหลัง

ดอกลำโพงเสียงแหลมใช้ระบบ JET ตัวผลักดันอากาศ (เสียง) เป็นแผ่นพับเหมือนหีบเพลง ก็จะขยาย-หด บีบ-รีดอากาศออกมาด้วยความเร็วสูง ให้ความถี่ตอบสนองสูงถึง 50 kHz ที่ ELAC เรียกว่า JET 5 (สูงกว่า Merlin เมื่อ 30 ปีที่แล้วมาก)

ดอกลำโพงกลาง-ทุ้มเป็น DYNAMIC ปกติ แต่กรวยเป็นโลหะเบาแกร่งขึ้นรูปเป็นเหลี่ยมเพชร กรวยขนาด 115 มม. (ประมาณ 5 นิ้ว) ช่วงชักลึก ขอบยางตัวตู้เป็นอะลูมิเนียมฉีดเป็นกระบอกแล้วตัดแบ่งออกมา ภายนอกเคลือบสีขัดเงา (สีขาว/สีดำเลือกได้) ภายในแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งดอกกลางทุ้มกับฝั่งดอกแหลม

ขั้วรับสายลำโพงด้านหลังแบบ Binding Post อย่างดี เกรดสูงสุดสังเกตว่า ตัวตู้แม้จะมีหน้าเล็ก แต่จะลึกกว่าปกติมากเมื่อเทียบกับขนาดด้านหน้า บางครั้งเราอาจคิดว่า ถ้าเอามาตั้งขึ้น เอาข้างหันออกก็จะดูว่าหน้าตู้ไม่ได้เล็กกว่าลำโพงวางหิ้งเล็กทั่วๆ ไป แต่จริงๆ แล้วการเลือกให้ตู้มีความลึก และหน้าแคบ จะมีผลดีกว่า หน้าแคบจะให้การกระจายเสียงที่อิสระกว่า มีการสะท้อนกวนจากผนังหน้าตู้น้อยกว่า มิติ, เวทีเสียง, สุ้มเสียงจะดีกว่า ตู้ลึกจะผ่อนคลายจัดความช้าเร็วของลมเบสจากท่อหลังตู้ได้ดีกว่า เหนือสิ่งอื่นใด หน้าตู้ที่เล็ก จะจัดวางได้ลงตัวง่ายกว่า ดูน่าทึ่งกว่า เป็นผลดีด้านการตลาดอย่างแรงด้วย

BS 312 ตอบสนองความถี่ได้กว้างเหลือเชื่อคือ ตั้งแต่ 42 Hz ถึง 50 kHz ระดับน้องๆ ซุปเปอร์ทวีตเตอร์กันเลย โดยจุดแบ่งความถี่อยู่ที่ 3.2 kHz ซึ่งถือว่าสูง เหมือนกับว่าดอกกลางทุ้มแทบจะทำงานแบบ FULL RANGE กันเลย

ปกติลำโพงเล็กๆ ถ้าจะให้ได้เบสดีๆ ลงลึกๆ แบบว่าเป็นอะไรที่ เกินตัวมักต้องยอมสูญเสียความไวไปโขอยู่ โดยความไวมักเหลือแต่ 85 dB JPL/W/M ทำให้ต้องใช้ภาคขยายกำลังเป็นร้อยวัตต์ขึ้นไปขับ (100 W RMS/CH ที่ 8 โอห์ม) แต่น่าแปลกที่ BS 312 ให้ความไวถึง 87 dB SPL/2.83 V/M มากเกินคาดถึง 2 dB ถือว่ามากและขณะทดสอบก็พบว่า มันกินวัตต์พอๆ กับลำโพงวางหิ้งส่วนใหญ่ ถือว่า ELAC ทำการบ้านมารได้ดีมากๆ

 

174023yv7hhwagzzv5vzac

ความต้านทานของ BS 312 เฉลี่ยอยู่ที่ 4 โอห์ม และไม่ต่ำไปกว่า 3.4 โอห์ม ที่ 280 Hz ถ้าภาคขยายของคุณอัดฉีดกระแสได้เก่ง เช่น ให้กำลังขับสูงขึ้นเกือบ 2 เท่า หรือ 2 เท่า ที่ 4 โอห์ม (เทียบกับที่ 8 โอห์ม) คุณจะได้เปรียบยิ่งขึ้น (เชื่อว่า ผู้ที่มีปัญญาเล่น BS 312 ก็น่าจะสามารถเป็นเจ้าของแอมป์ระดับไฮเอนด์ เบิ้ลกำลังขับ 2 เท่าที่ 4 โอห์ม ได้อยู่แล้ว)

ในด้านการรับกำลังขับ BS 312 รับได้แบบต่อเนื่องที่ 75 วัตต์ และรับการสวิงชั่วคราวได้ถืง 100 W ก็ถือว่า เกินตัวเช่นกัน บริษัทแนะนำให้ใช้กับภาคขยาย 50 150 W/CH

            ก็รู้ว่า BS 312 เป็นลำโพงระดับมินิ มาดูว่าขนาดแท้จริงคือ เท่าไรกันแน่ ตัวตู้สูงแค่ 20.8 ซม. (คืบกว่า), หน้ากว้าง 12.3 ซม. ต่ำกว่าคืบ ลึก 28.2 ซม. เกือบศอก (ทอนครึ่งคืบก็แล้วกัน) แต่น้ำหนักนี่ไม่ธรรมดา คือ หนักถึง 7.2 กก. ซึ่งถือว่าเป็นสิ่ง จำเป็นถ้ารักจะใช้ดอกลำโพงแหลมที่ตอบสนองได้สูงถึง 50 kHz อย่างนี้ ตัวกำเนิดเสียงต้องเบามากๆ จึงจะสั่นได้ฉับไว ถึง 50,000 ครั้งต่อวินาที ถ้าตัวตู้เบามันจะไปสั่นตัวกำเนิดเสียงดอกแหลมจนเสียงเพี้ยนหมด เชื่อว่า การที่ ELAC เลือกระบบ บีบ-ดีด-รีดเสียงให้ดอกแหลม ลึกๆ อาจต้องการหลีกเลี่ยงตัวกำเนิดเสียงแบบโดมปกติ ที่การสั่นของตู้ลำโพงมีผลกว่าระบบรีดเสียงของ JET (ว่าไปแล้วผู้คิดระบบรีดเสียงแหลมนี้รายแรกในโลกคือ ดร.เฮล ที่เขาเรียกว่าดอกแหลมแบบ HEIL AIR MOTION TRASFORMER) ใช้กับลำโพงยี่ห้อ ESS ของเขาเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้วปัจจุบัน ESS เลิกไปแล้ว ระบบเสียงแหลมนี้ก็มีการขายลิขสิทธิ์ออกไป

 41-qwpb-03

 

ผลการทดสอบ

          จากเครื่องเล่น CD T+A 1260R ต่อออกสายเสียง Madrigal CZ-GEL 2 (หัว RCA) ตามทิศเข้า INPUT 5 ของอินทีเกรทแอมป์ Mark Levinson No.383 (100 W RMS/CH ที่ 8 โอห์ม, 200 W RMS/CH ที่ 4 โอห์ม เป็นบาลานท์แอมป์แท้ ตั้งแต่เข้าถึงออก) ออกสายลำโพง FURUKAWA S-2 (ตามทิศ) หัว WBT (เงิน-หางปลา) ด้านแอมป์หัว WBT (บานาน่า, ล็อคได้) ด้านลำโพงยกสายลำโพงสูงหนีพื้นด้วยตั้งกระดาษพิมพ์ดีด 2 รีม ไม่มีกระดาษห่อที่สีแดง (มีตะกั่ว) ทับบนสายลำโพงอีก 2 ตั้ง ซ้าย, ขวา ทำเหมือนกัน ระวังสายต่างๆ ไม่ให้แตะต้องกัน หรือม้วนทับตัวเอง ลำโพงวางบนขาตั้งเหล็ก TARGET 24 HJ เอียงเข้ามาจูนให้ได้ทั้งมิติเสียงโฟกัส, มีทรวดทรง และสุ้มเสียงครบ ไม่ใส่หน้ากากลำโพง ลำโพงซ้าย-ขวาวางห่างกันประมาณ 2.2 เมตร นั่งฟังห่างจากลำโพงประมาณ 3 6 เมตร ถือว่าสุดโหดสำหรับลำโพงดอกทุ้มแค่ 5 นิ้วอย่างนี้ (ยิ่งไกล ทุ้มจะตกลงมาก อย่างรวดเร็ว) ห้องฟังประมาณ 3.85 x 10 x 2.5 เมตร ฝาผนังบุด้วยฟองน้ำเก็บเสียง SONEX สีขาว (จากเยอรมัน) พื้นปูพรม ในห้องมีของเยอะพอควร ไม่ก้องแน่ ไม่มีจอ LCD, PLASMA ไม่มี PC, โน้ตบุ๊ก, โทรศัพท์บ้านไร้สาย, โทรศัพท์มือถือ รีโมทไร้สาย Tablet นาฬิกาควอตซ์ (ไฟฟ้า) กล้องถ่ายรูปดิจิตอล WiFi Spot หรือ LAN ใดๆ (แต่มีคลื่น WiFi รั่วมาจากภายนอก, ข้างบ้านประมาณ 6 คลื่น) มีหัวเสียบ AC กรองไฟของ PHD 2 สองตัว, ผลึกอะมิทิสพุ่มขนาด 4 กำปั้น 1 พุ่ม ขนาด 1 กำปั้น 1 ก้อน กล่อง CRYSTAL PACK (มีตัวอย่างผลึก 12 ก้อนเล็กๆ) วางอยู่ 1 กล่องกลางห้อง ปรับมุมจนได้เสียงโฟกัสดีที่สุด (ไว้ดูดคลื่นวิทยุ, คลื่น WiFi ที่จะมารบกวนสมองเรา ลดประสิทธิภาพการฟัง) ปัดลมแอร์ (ตั้งที่ LOW, 25 องศา C) ลงด้านหลังลำโพง

ฟังครั้งแรก เสียงออกทึบนิด อุ่นๆ หัวโน้ตไม่คมชัดเท่าที่ควร ออกคลุมเครือ ฟังสัก 10 วินาที โฟกัสจะเบลอหมด วอกแวก สับสน เป็นทุกครั้งที่เงียบแล้วเริ่มใหม่ (ใต้ตู้ลำโพงมีจุกยางใสซิลิโคนเล็กๆ เท่าปลายนิ้วก้อย แต่เนื่องจากตู้ผอมลึก วางแล้วตัวตู้จะแตะกับขาวางเหล็กเลย)

คิดว่าน่าจะเกิดการเหนี่ยวนำ จากแม่เหล็กดอกลำโพง (ซึ่งค่อนข้างแรงมากทีเดียว) ทำปฏิกิริยากับตู้อะลูมิเนียม (แม้ไม่ใช่ตู้เหล็กก็ตาม) และส่งทอดถึงขาตั้งเหล็กภายนอก

จึงเอาตั้งกระดาษพิมพ์ดีด (ไม่มีกระดาษห่อ) 1 รีม สูง 2 นิ้ว มาวางใต้ตู้ลำโพงคั่นตรงกลางระหว่าตู้กับขาตั้ง ปรากฏว่า เสียงคมชัดขึ้น, นิ่งขึ้นใช้ได้เลย, เวทีเสียง, สุ้มเสียง ทุกอย่างดีขึ้นหมด อาการแปลกเดิมหายหมด…ตรงนี้สำคัญมาก เชื่อว่าเมืองนอกเองก็ไม่รู้

หลังจากฟังทดสอบอยู่ 6 ชั่วโมงติดต่อกัน (ไม่นับต้องปรับโน่นนี่) ก็เขียนรายงานดังที่คุณอ่านได้ดังนี้

          ความจริงปรากฏ จริงๆ แล้วเท่าที่ฟังทดสอบจนแล้วนี่ ถือว่า เหลือเชื่อแล้ว และขอยืนยันว่า ทุกอย่างดีกว่ารุ่น BS 300 (Merlin) ในอดีตแบบว่า หนังคนละม้วนเลย (ราคาก็คนละเข่งด้วย!)

BS-312 ให้เสียงที่ ยิ่งใหญ่ถ้าปิดไฟฟัง ทุกคนจะคิดว่าฟัง จากลำโพงวางพื้นด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าเป็นแผ่น CD ที่มีการกดการสวิงเสียงไว้บ้างไม่มากก็น้อย (เช่นแผ่นเพลงพระราชนิพนธ์ สไตล์แจ๊สล่าสุด KING OF JAZZ ปกเหลือง 32 บิท 600 บาท), แผ่นเพลงไทยรวมดาว, แผ่นเพลงไทยเรือนแพ (ของเมโทรแผ่นเสียงที่เพิ่งวางตลาด), แผ่น AUDIOPHILE บางแผ่นเป็นต้น เสียงนี่มหึมาเต็ม (ล้น) ห้องกันเลย ทุ้มยังกับมี SUB!! เวทีเสียงอลังการงานสร้าง ลำโพงล่องหนหายไปอย่างสมบูรณ์ บรรยากาศเหลือกิน

อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นเพลงคลาสสิกบรรเลงโหดๆ ก็ต้องอภัยกันบ้าง ผมทำโทษ BS 312 โดยหาญกล้าเปิดแผ่น TELAC (32 บิท HD ด้วย) ชุด CARMEN ของ Bizet ใครๆ ก็รู้ว่า 2 3 เพลง ในแผ่นนี้สุดโหดแค่ไหน ผมหรี่เสียงลงจากปกติ 42.1 44.1 มาเป็น 40.1 ซึ่งดังพอได้ปรากฏว่า BS 312 สอบผ่านไม่แป๊กถือว่า โครตเก่งเลย

ล่าสุดก่อนส่งต้นฉบับ ผมทนไม่ไหว กับอะไรบางอย่างที่ทะแม่งๆ น้อยๆ ในบางครั้ง จึงถือวิสาสะขันนอตเอาดอกลำโพงทุ้ม, แหลมออกมาส่องดู ปรากฏว่า

  1. การขันนอตของดอกกลาง, ทุ้มด้านขวา ขันไม่แน่นเท่าด้านซ้าย นอตทั้ง 4 ก็ขันไม่ตึงมือเท่ากัน จึงขันเก้บใหม่ให้นอตทุกตัวตึงเท่ากัน
  2. สายลำโพงที่ดอกแหลมกับไปดอกกลางทุ้มของตู้ซ้าย โอเคไม่แตะกัน (แต่คอแตะตัวตู้ ที่ไปดอกแหลม) และฉิวเฉียด แตะกับตูดแม่เหล็กที่ไปดอกกลางทุ้มก็คงทำอะไรไม่ได้ (ไม่อยากไปเจาะแจะมาก ของแพง)
  3. แต่กับตู้ขวา สายลำโพงที่ดอกแหลมกับสายไปดอกกลางทุ้ม ดันทะลุใยซับเสียงจากจุดเดียวกัน คือสายทั้งสองแตะกันเต็มๆ ผมจึงพยายยามดึงใยซับเสียงที่อัดแน่นหนาเต็มตู้ หลังดอกกลางทุ้ม มาเป็นก้อนหนา (ไม่ได้ดึงขาดแค่เขยิบออกมา) มาคั่นแยกสายแหลมกับสายกลางทุ้ม ไม่ให้แตะต้องกัน เอามือล้วงไปตรวจปลายสายจากแผงวงจรด้วยว่าไม่แตะกัน

 

ปรากฏว่า อาการทะแม่งๆ นั้นหายไปหมด มิติโฟกัสยิ่งขึ้น สงัดขึ้น คมชัดขึ้น ทุ้มเข้มข้นคมชัดขึ้น ลงลึกหนักขึ้น บรรยากาศความกังวานชัดขึ้น การห่อหุ้มตัวเราดีขึ้น (ฟังอีก 2 ชั่วโมง)

ใครที่คิดจะเล่น BS 312 ขอให้เปิดตรวจภายในดังกล่าวด้วย ทำง่ายไม่มาก ให้ทางบริษัททำให้เลย

จากแผ่นระนาดเอก (ไทลำภู) เพลง 3 เสียงตีระนาดเป็นเม็ดๆ ดีมากตลอดเวลาเสียงฉิ่งโฟกัสเป๊ะอยู่ตรงกลางเวที นิ่งสนิท หัวโน้ตดีมาก แหลมต่ำอาจน้อยกว่าปกติสักนิด แต่ก็โอเคไม่น่าเกลียดอะไร ตอบสนองฉับไว การกินวัตต์ของ 312 ไม่น่าสพึงกลัว (ผมเร่แค่ 42.1 ซึ่งก็พอๆ กับฟังจากลำโพง MONITOR BR-5 วางพื้นความไว 89 dB SPL/W/M ถือว่าน่าแปลกใจกับ 312) เพลง 4 ขึ้นต้นสงัดใช้ได้ เสียงตีระนาดเป็นเม็ดๆ ดี ออกอวบอิ่ม ไม่ผอมเล็กตามขนาดของลำโพงอย่างใดเลย ให้จังหวะจะโคนดี หัวโน้ตระนาดชัดเจนโดยไม่เน้นเกินงาม เสียงฉิ่งระริกพริ้วตามการสั่นมือของผู้ดี แยกเสียงกลองแขกที่อยู่ฉากหลังกับเสียงระนาดทุ้มได้จะแจ้ง ไม่กลืนๆ กันไปหมด น้ำหนักเสียงดีไม่ส่ออาการ เสียงเล็กหรือ บวมอ้วนฉุเกินจริงให้ความรู้สึกดุจฟัง BR-5 ลำโพงวางพื้น เพลง 5 ขึ้นต้นสงัดดีทีเดียว เสียงตีระนาดทุ้มหัวโน้ตอยากให้คมกว่านี้อีกนิด (น่าจะมาจากแหลมต่ำที่น้อยไปนิดดังกล่าวแล้ว) เสียงตีระนาดเป็นเม็ดๆ ดี (ผมฟังโดยถอดถุงเท้าอยู่…เพิ่งกลับมาจากข้างนอก ลองสวมถุงเท้ากลับเข้าไป โอ้…พระเจ้า เสียงออกแบนหมด ทรวดทรงหาย! น่าจะมาจากการลงดินของร่างกายทำได้แย่ลงถ้าสวมถุงเท้า (EARTHING แย่ลง) ห้องผมพื้นปูนปูพรม ประจุไฟฟ้าร่างกายจะคั่นค้างมากขึ้น ฝรั่งเขียนตำราเรื่อง EARTHING ร่างกายต่อสุขภาพเป็น TEXT BOOK 1 เล่ม ผมซื้อไว้) โดยถุงเท้าออกไปนอกห้องเลย หัวเสียงของระนาดมีเสียงผิดดีขึ้นรายละเอียดดีขึ้น (TRANSIENT RESPONSE ดีขึ้นด้วย)

วิ่งไปปิดพัดลมในครัวที่อยู่นอกห้องเสียง มิติเสียงคมชัดขึ้น เสียงระนาดขึงขังขึ้น ตอนนี้เมฆดำทะมึน หลายก้อน ไม่ช้าฝนคงตก เลยมีประจุไฟฟ้า มีผลต่อสายไฟ AC MAIN รายนอก ส่งผลถึงไฟ AC ของเครื่องเสียง เช่นกัน เมื่อคืนฟ้าโปร่ง เสียงเป็นมิติ (3D) ดีกว่า

เพลง 6 เสียงตีระนาดเป็นเม็ดๆ ดีตลอดเวลา โฟกัสตรงกลาง อยู่ลึกไปหลังเวที (ให้ความตื้นลึกได้ดี) เสียงทั้งหมดบางครั้งเหมือนถอยไปบ้าง บางครั้งหลุดลอยยื่นออกมาหาเรา ตามการรับ-ส่งสัญญาณ WiFi รอบตัว มีอยู่ประมาณ 5 – 6 คลื่น SPOT รั่วจากภายนอกเข้ามาห้องฟัง นี่ขนาดมีกล่อง CRYSTAL POWER PACK, อะมิทิส ช่วยดูดคลื่นแล้ว

เพลง 7 เสียงทั้งหมดดังขึ้นอีกนิด ขึงขังขึ้น จังหวะจะโคนดี ความกังวานใช้ได้ เมื่อคืนความสงัด, ความเกลี้ยงสะอาดระหว่างชิ้นดนตรีต่างๆ ในวงจะดีกว่า เพราะบริษัทข้างบ้าน 2 บริษัท ปิดทำการคือใช้ WiFi ลดลง (ขนาดที่ติดกันใช้ LAN สายคลื่นยังแผ่นมากวนได้!)

เพลง 8 ขึ้นต้นเสียงตีกลองตะโพน ให้ทุ้มได้เอาเรื่องเลย มีทรวดทรงชัดเจนเป็น 3 มิติ (3D) กระชับ มีน้ำหนัก อาจไม่ลงลกได้สุดขนาดสะท้านห้อง แต่ยืนยันได้ว่าเหลือเฟือแล้ว (น่าจะลงต่ำได้ขนาด 50 Hz กับดอกลำโพง 4 นิ้ว นะเนี่ย!) การตบกลองไล่จากขวาไปซ้าย แต่ละตำแหน่งที่ไม่ไปพอจะรับรู้ ติดตามได้ตลอด ไม่เบลอ แต่ยังไม่คมชัดเต็มที่นัก (ผมมั่นใจว่ามาจากปัญหา WiFi กับดินฟ้าอากาศกวนแน่ๆ กวนทั้งเครื่องเสียง (รวมลำโพง) สายไฟ AC ห้องเสียง, สมองของเรา) เพราะเมื่อคืนความคมชัดของหัวเสียงเล่นเอาผมอึ้งมาแล้ว (ล่าสุดเอากุญแจบ้าน-พวง ออกจากตัว มิติโฟกัสชัดขึ้นทันที!)

พูดง่ายๆ ว่า 312 เป็นลำโพงขี้ฟ้องอย่างสาหัสเอามากๆ อย่าได้มีอะไรแพ้วพาน รบกวน หรือทะแม่งๆ มันจะแฉออกมาทันที

แผ่น RHYTHM BASKET, A Tasket, A Tisket, A Child’s ของ Brent Lewis เป็นเสียงตีกลองท่อ เครื่องดนตรีเคาะแบบธรรมชาติ, ดิบๆ เล่นเพลงเด็ก

เพลง 2 เสียงตีกลองท่อแยกแยะดีแต่อยากให้อวบกว่านี้อีกหน่อย ให้ความกังวานไปด้านหลังเวทีได้ดี ช่วงโหมดนตรีหลากชิ้น การหลุดลอยกระเด็นออกมาของเสียงจะลดลง (ก็คงเข้าใจได้ เพราะดอกแค่ 4 นิ้ว ต้องทำหน้าที่ออกทุกเสียง ทุกชิ้นดนตรี มันก็ต้องเบลอกันบ้าง แต่กับหูชาวบ้าน น่าจะไม่มีปัญหา)

เพลง 3 เสียงตีกลองท่อซ้ายที, ขวาที ชัดเจนดี แม้จะไม่มหึมานัก

เพลง 4 เสียงพายวักน้ำจะแจ้งใช้ได้ แต่เสียงคลื่นน้อยใหญ่ บนผิวน้ำยังไม่ชัดเหมือนเบลอๆ ไป นาที 1.56 เสียงปลายแหลมของระฆังราวยังออกเตี้ยแค่ระดับตู้ลำโพงซ้าย (ปกติจะลอยสูงเหนือตู้มาก และอยู่ลึกไปหลังเวที) เสียงทั้งวงน่าจะลอยสูงได้มากกว่านี้ (เมื่อคืนดีกว่า) น่าจะเรื่องดินฟ้าอากาศ และคลื่นกวนจากสารพัด WiFi จากภายนอก (ในห้องไม่ได้ต่อไว้)

เพลงที่ 5 เสียงรถจักรไอน้ำ เปิดหวูดวิ่งมาจากไกล ทำได้ไม่เลวตามด้วยเสียงตีกลองท่อซ้ายที, ขวาที ให้ความกังวานของ ท่อได้ดี แต่น้ำหนักทุ้มลึงยังอ่อนไปนิด (ก็เกินคาดจากดอก 4 นิ้วอยู่แล้ว) เพลง 6 เสียงไก่ขันอยู่ลึกไปหลังเวที ยังออกบานฟุ้ง ไม่โฟกัสเท่าที่ควร เสียงสัตว์ต่างๆ จีบปากจีบคอร้องพอควร (แต่ยังไม่แยกแยะเสียงอ่อนแก่ได้เต็มที่…DYNAMIC CONTRAST ยังไม่โดดเด่น) นาทีที่ 2.00 ฟังออกว่าทุ้มหนักๆ หายไปหมด เวทีเสียงกว้างใช้ได้ นาทีที่ 4 เสียงสารพัดสัตว์ แห่กันแผ่ออกมาหาเราพอได้ แต่ไม่ขนาดโอบมาหลังซ้าย, ขวาได้

เพลงที่ 7 เสียงม้าวิ่งหอบมาแต่ไกล หอบครบ 6 ครั้ง ตามด้วยเสียงตีกลองท่อฉวัดเฉวียนเหนือลำโพงซ้าย, ขวา แต่ยังไม่เก่งขนาดลอยสูงขึ้นๆ จนเกือบถึงเพดานห้องได้

เพลง 10 สารพัดเสียงในฟาร์มตอนเช้าๆ 312 ให้เสียงต่างๆ ได้ไม่เลว แม้จะดูสับสนอยู่บ้างจนลืมเสียงบานประตูเปิดอ้า, เสียงลมที่เป็นฉากหลัง เสียงน้ำพุ พวกนี้ฟังผ่านๆ แทบไม่สังเกต ปกติเพลงนี้ฟังไปๆ เสียงจะลอยสูงขึ้นๆ จนถึงเพดานห้อง 312 ทำได้เฉพาะในช่วงต้นเพลงนิดหนึ่ง และท้ายๆ เพลงอีกหน่อย ซึ่งก็ยังดี ลำโพงบางคู่ได้สูงแค่ระดับลำโพงตลอด

จากแผ่นนี้ทำให้เราจับประเด็นได้ว่า เพลงประเภทตีเกราะเคาะไม้ หรือ PECUSION ที่มีเสียงทุ้มตลอดเวลา น่าจะโหดเกินไปกับ 312 เพราะขณะที่ดอกกลางทุ้มควรช่วยเติมแหลมด้านต่ำให้ดอกแหลม เพื่อให้เกิด DYNAMIC (ความดัง-ค่อย/อ่อนแก่ของช่วงแหลม) กับแหลม เป็นขณะเดียวกับที่ดอก 4 นิ้ว นี้ต้องกระแทกเสียงทุ้มต่ำออกมาด้วย ทุ้มต่ำจะไปเบลอแหลมต่ำจนเจือจางหมด ทำให้มวลแหลมต่ำจมหมด จึงเหมือนช่องแหลมไม่มีการดัดเสียงหลุดออกมาหาเราเท่าที่ควร จะไปพึ่งดอกแหลมที่เป็นริบบ้อนคงไม่ได้ เพราะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้กินลงแหลมล่างๆ เอาดีเฉพาะขยับได้ฉับไวที่สุด (ต้องเบาสุด) เพื่อตอบสนองความถี่สูงได้ระดับเกิน 35 kHz แต่ถ้าเป็นลำโพงที่มีดอกมากกว่านี้ ตัวดอก 4 นิ้วก็จะออกแหลมต่ำได้จะแจ้ง เพราะไม่ต้องคอยออกเสียงทุ้มอีกต่อไป หรือถ้าเป็น 2 ทางเท่าเดิม แต่ดอกกลางทุ้มสัก 5 6 นิ้ว มันให้ทุ้มได้สบายตัว โดยไม่ต้องขยับกรวยชักเข้า-ออกเป็นช่วงลึกๆ แรงๆ อย่างดอก 4 นิ้ว การกวนต่อแหลมต่ำก็จะน้อยลงมาก ก็จะให้แหลมต่ำได้ดีกว่า (แน่นอน ก็จะไม่ได้ขนาดตู้ที่เล็กมากอย่าง 312)

ถ้าอย่างนั้นลองฟังแผ่นที่ร้องช้าๆ ไม่หักโหมมากอย่างอัลบั้ม THE GREATEST ALTO FEMALE Vol.1 (Top Music) เป็นเสียงร้องเพลงจีนเย็นๆ ของสุภาพสตรี แผ่นนี้ผมเร่งเสียงมากขึ้นจาก 42.1 เป็น 44.1 (เพลง 1 แผ่น RHYTHM BASKET), มา 45.1 ที่แผ่นนี้ก็ยังถือว่ารับได้ (ลำโพงวางหิ้งบางคู่เร่งถึง 47.1) วางพื้นส่วนใหญ่ 44.1 (แผ่น RHYTHM กับแผ่นนี้) แผ่นนี้ต้องกดกลับเฟสที่เครื่อง CD T+A

เพลง 1 ELAC 312 ให้เสียงร้องที่จีบปากจีบคอ ชัดถ้อยชัดคำดีมาก สอดใส่อารมณ์ได้ดีเอามากๆ เวทีเสียงแผ่ลอยออกมาได้ดี

เพลง 2 เพลงเกาหลีอารีรัง เสียงตีกลองใหญ่ 312 ทำได้อย่างน่าทึ่ง เกือบไม่แพ้ลำโพงวางหิ้งระดับดอก 6 นิ้วเลย (90% ของดอก 6 นิ้ว) ขณะที่ 312 ให้เสียงหน้ากลองที่ตึงดี ทุ้มไม่ครางกระชับดีมาก ลงลึกได้ดีผิดคาด (ระดับ 50 Hz) แม้ไม่ขนาดขากางเกงไหว ห้องสะท้าน แต่รับรองว่าให้ใครฟังก็ต้องบอกว่าเป็นเสียง ขนาดกลองขนาด ใหญ่จริงใหญ่มากด้วย

เพลง 3, 4 เสียงร้องตื่นตัว เข้มข้นขึ้น เพลง 4 เสียงเดินดับเบิ้ลเบสทำได้ดี อาจไม่หนักขนาดทุ่มตัวลง พื้นอย่างลำโพงใหญ่แต่รับรองว่าคุณฟังได้อิ่มอกอิ่มใจก็แล้วกัน เสียงทั้งหมดตื่นตัว ฟังสนุก มีรายละเอียดเป็นเส้นสายดี โปร่งคมชัด

เพลง 5 ขึ้นต้นเสียงกรุ้งกริ้งของปลายแหลม อาจไม่หนักเข้มข้นอย่างทุกครั้ง แต่ก็ให้ความถี่สูงไปได้ไกล จนเป็นลมหายใจตัวโน้ตได้ (AIRY) หัวเบสต้นอาจขาดหายไป (เป็นช่วงแคบๆ) ทำให้อ่อนการกระแทกเบสต้นไปบ้าง แต่เบสลึกก็ลงได้อิ่มเกินตัว เครื่องสายจีนเป็นเส้นสายดีทั้งดีด และสี อาจไม่หวานโรแมนติกสุดๆ แต่ก็ฟังได้เพลิน ไม่มีสะดุดอารมณ์แน่ๆ ทุ้มลงหนักลึกเกินขนาดลำโพง พูดง่ายๆ ว่าฟังแล้วเหมือน หรือเกือบเหมือนฟังลำโพงใหญ่ทีเดียว

            แผ่นเพลงไทย ริมน้ำคืนหนึ่ง (ปกเขียว/ดำ โดย Impression Sound Studio) (ผมชอบจำเป็น Inspiration ขออภัยด้วย) กลับมาเฟสปกติลดเสียงลงที่ 44.1 แผ่นนี้มีแค่ 2 เพลง

เสียงร้องชัดถ้อยชัดคำ จีบปากจีบคอ สอดใส่อารมณ์เต็มที่ เสียงเปียโนลอยในอากาศ ฟังหรูหรา สมจริงดีมาก เวทีเสียงกว้างลอย บรรยากาศดีมาก พูดง่ายๆ ยังกับฟังลำโพงขนาดใหญ่วางพื้นทีเดียว

            แผ่น THE BEST CHINESE CLASSIC OF TERESA TENG (ปกเขียว) ที่นักร้องรุ่นหลัง นำเพลงของเต้อ หลี จวิน (เทเรซ่าเต็ง) มาร้องเลียนแบบเสียงเธอ ซึ่งทำได้ใกล้เคียงมากๆ ด้วยดนตรีแบบกึ่งแจ๊ส, เปียโน, กลองชุด, เบสสมัยใหม่ แผ่นนี้กดการสวิงเสียงไว้บ้าง และดูเหมือนว่าห้องบันทึก หรือระบบไฟ AC ในห้องบันทึกเสียงจะเดินย้อนทิศหมด ทำให้ทรวดทรงของเสียงออกแบนเกือบหมด อย่างไรก็ตามก็ฟังเพลิน ร้องได้ดีมาก ดนตรีดี บรรยากาศโอ่อ่า อลังการดี ฟังแผ่นนี้แล้ว ไม่น่าเชื่อว่า เสียงที่ได้มาจากลำโพงตู้เท่าแมวขนาดนี้ บอกได้ว่า เสียงใหญ่, อลังการดี น้องๆ ลำโพงใหญ่เลย

 maxresdefault

สรุป

จริงๆ แล้วผมยังฟังอีกหลายแผ่นยอมรับว่า BS 312 ให้ความเพลิดเพลินอย่างยิ่ง ลืมเรื่องรูปร่างอันเล็กจิ๋มของมันได้เลย รับประกันว่า เสียงที่ได้ ใหญ่จริง แทบไม่ต่างจากการฟังลำโพง 3 ทาง วางพื้นกันเลย ด้วยทุ้มที่อิ่ม ลึก ไม่มีการครางกระเส่า กลางที่เปิดคมชัดแต่ผ่อนคลาย จีบปากจีบคอแหลมที่พลิ้งระยิบระยับระดับอณูอากาศแตกตัว มิติเสียงที่ชัด, นิ่งไม่วอกแวกกำหนดตำแหน่งได้เป๊ะๆ (เสียแต่ทรวดทรงบางครั้งออกแบนไปบ้าง คิดว่าถ้าใครซื้อไป และลองสลับขั้วสายลำโพงที่เข้าดอกกลางทุ้ม กับดอกแหลม ดูอาจชอบแบบนี้ก็ได้ ทรวดทรงอาจดีขึ้น ความสว่างสดอาจสงบขึ้นสักนิด วันนี้เป็นเรื่องความชอบก็แล้วกัน)

BS 312 ให้การสวิงเสียงค่อย สุดไปดังสุดได้ดีผิดคาด โอเคมันคงไม่กระหึ่มจนขากางเกงไหว ห้องสะท้าน แต่ยืนยันได้ว่าคุณจะไม่รู้สึกว่า เสียงตื้อ, อั้น เหมือนลำโพงเล็กที่พยายามทำเสียงใหญ่หลายๆ คู่ที่ผมเคยทดสอบ หรือมีโอกาสฟัง ซึ่งมักใช้วิธีกดการสวิงเสียงเอาไว้ เพื่อหลอกหูว่า เสียงอวบอิ่มใหญ่พวกนี้มักกินวัตต์มาก แอมป์ต้อง 100 W RMS/CH ขึ้นไปจึงจะพอให้เสียงได้เต็มหู (บางคู่ต้อง 200 W RMS/CH) และถ้ามีดนตรีพร้อมกันหลายๆ ชิ้น เสียง/มิติ จะมั่ว กอดกันนัวเนีย ฟังไม่ได้ศัพท์ เป็นก้อนกระจุก ซึ่งอาการพิการเหล่านี้ ไม่ปรากฏกับ BS 312 เลย

ถ้าคุณกำลังมองหา ลำโพงสักคู่ที่เสียงดุจการแสดงสด แต่ติดขัดที่ขนาดห้องทีทางที่ไม่เหมาะกับลำโพงใหญ่ และงบประมาณไม่ใช่ปัญหาละก็ ทางเลือกเดียวของคุณคงไม่พ้น BS 312 (Best Sounding Hi-End Mini Loundspeaker Of The Century!)

 

ขอขอบคุณ บริษัท ยูโรวิชั่น จำกัด โทร. 0-2969-3751-3 ที่เอื้อเฟื้อลำโพงมาให้ทดสอบในครั้งนี้