Test Report: Accuphase A-35

Test Report: Accuphase : A-35  

การุณชาติ  พุกกะเวส

16-2

บริษัท เครื่องเสียงสัญชาติ “ญี่ปุ่น” อย่าง Accuphase ก่อตั้งปี ค.ศ. 1972 ปัจจุบันด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปีในโลกเครื่องเสียงไฮไฟพร้อมด้วยวิถีแบบญี่ปุ่น ทำให้ทุกวันนี้นักเล่นทั่วโลกต่างยอมรับว่าอยู่ในระดับไฮเอนด์อย่างแท้จริง ทุกชิ้นงานเต็มเปี่ยมด้วยความประณีต ใช้อุปกรณ์เกรดสูงสุด พร้อมเทคนิคการออกแบบที่ยอดเยี่ยม ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือ ตัวเครื่องมีความทนทานสูงมาก ซื้อแล้ว “ฟังเสียง” อย่างเดียว แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดก็แทบไม่ต้องซ่อมอะไรเลย หรือถ้าต้องซ่อมก็มีสต๊อกอะไหล่ไว้คอยบริการสำหรับอายุเครื่องระดับ 10 ปี

Accuphase เข้ามาจำหน่ายในบ้านเรามายาวนาน โดยปัจจุบันมีตัวแทนฯ ที่ยอดเยี่ยมอย่าง ร้านไฮเอนด์ออดิโอ ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับ Accuphase มาแล้วกว่า 30 ปีแล้ว!! การันตีมาตรฐานที่ดีได้แน่นอน เพราะไม่ใช่ง่ายๆ แน่ที่สินค้าไฮเอนด์ยักใหญ่ของญี่ปุ่นจะให้ความไว้วางใจมานานขนาดนี้..

Accuphase ผลิตอุปกรณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นต้นทาง, อินทีเกรทแอมป์, ปรี / เพาเวอร์, จูนเนอร์, อีคิวหรือแม้แต่สายสัญญาณ, หัวเข็ม ฯลฯ

ในส่วนของไลน์อัพเพาเวอร์แอมป์มีทั้งหมด 8 รุ่น เริ่มจากใหญ่สุด  M-6000, P-7100, P-6100, P-4200, A-200, A-65, A-46, A-35 โดยที่แต่ละรุ่นก็มีเทคนิคต่างกันไป เช่น เป็นโมโนบล๊อคหรือสเตอริโอ เป็น Class A ล้วนหรือ Class AB แล้วแต่การออกแบบ

เมื่อ พูดถึง Class ของเพาเวอร์แอมป์ ที่ผ่านมาเราๆ ท่านๆ มักจะคุ้นกันแต่เพาเวอร์แอมป์ที่เป็นการทำงานแบบ Class AB กันมากกว่า เพราะออกแบบง่ายกว่า ต้นทุนต่ำกว่า ความร้อนน้อยกว่า ฯลฯ ทำให้เพาเวอร์แอมป์ Class A แท้ๆ หาแทบไม่ได้ จุดนี้ยิ่งทำให้นักเล่นเข้าใจผิดในหลายเรื่องเกี่ยวกับ Class ของเพาเวอร์แอมป์….

ผมเองเคยเปรยๆ กับตัวแทนฯ ว่า อยากลองฟังแอมป์ Class A ดูบ้างว่าเสียงจะเป็นอย่างไร จะได้มีอะไรมาเล่าให้นักเล่นฟังอีกคำรบ หลังจากที่เคยลิ้มชิมรสเสียงจากอินทีเกรทแอมป์ตัวรองท๊อปของค่ายมาเมื่อปี ที่แล้ว

ซึ่งถ้าดูรุ่นเพาเวอร์แอมป์แบบ Class A จะพบว่ามีอยู่ 4 รุ่น โดยมีรุ่นเล็กสุดคือ A-35 ส่วนรุ่นใหญ่สุดคือ A-200 แยกตัวถังเป็นโมโนบล็อก 2 เครื่อง

ตัวแทนฯ ใช้เวลาจัดคิวสักพักก็ได้รับสัญญาณไฟเขียว แจ้งว่า Accuphase : A-35 พร้อมแล้ว นั่นแปลว่า ช่วงส่งท้ายปี พ.ศ.2556 ที่ผ่านมา ผมได้รับโอกาสที่ดีที่จะได้ฟังเพาเวอร์แอมป์ที่ใช้วงจร คลาสส์ A แท้ๆ เพื่อให้ความบริสุทธิ์ของสัญญาณที่ดีที่สุดมาทดสอบ เพื่อเล่าให้แฟนหนังสือ What Audio-Video? ฟัง

หลังจากนั้น รออีกไม่นาน Accuphase : A-35 ถูกส่งมาให้ผมแล้ว ลองมาดูกันครับว่า ความกลัวหรือความเข้าใจผิดต่อแอมป์ Class A ว่าเสียงจะออกหวานๆ แต่ดูหนังไม่มันส์? และกำลังขับอันน้อยนิดด้วยการเป็นรุ่นเล็กสุดคงจะขับลำโพงไม่ได้เรื่อง? บัดนี้ได้เวลาเปิดเผยความจริงกันแล้ว

 

ประวัติย่อของ Accuphase

          Accuphase เป็นการรวมจากคำ 2 คำ คำแรกคือ ACCU ย่อมาจาก แปลว่าความถูกต้อง ความแม่นยำ คำที่สองคือ PHASE ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในระบบเสียง ที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ คือ กลับเฟส ถูกเฟส ฯลฯ เมื่อรวมกันเป็น Accuphase น่าจะแปลแบบชาวบ้านได้ว่า เป็นยี่ห้อที่ให้เฟสได้อย่างถูกต้องแม่นยำ นั่นหมายถึง ความเป็นดนตรีที่ไพเราะและสมจริงก็ว่าได้ ส่วนชื่อเต็มๆ คือ Accuphase Laboratory, Inc. 2-14-10 Shin-ishikawa, Aoba-ku,Yokohama, 225-8508 Japan เว็บไซต์คือ www.accuphase.com

 

คุณสมบัติพิเศษ Accuphase : A-35

– ผลิตในประเทศญี่ปุ่น

– วงจรเป็น Fully Balanced

– การทำงานแบบ Pure Class A

– ให้กำลังขับสูง 30 วัตต์ x 2 แชนแนล (8 โอห์ม)

– กำลังขับเพิ่มเท่าตัวคือ 60 วัตต์ x 2 แชนแนล (4 โอห์ม) และ 120 วัตต์ x 2 แชนแนล (2 โอห์ม)

– สามารถ Bridge หรือ Dual Mono ได้

– ภาคแอมป์ใช้ MCS+ Topology

– ใช้ Current feedback

– ภาคขยายแบบ MOSFETs แบบ triple-parallel

– วงจรลดนอยส์ ปรับได้ 4-step gain control (-12 dB / -6 /-3 / MAX)

– หม้อแปลงชีลด์หุ้มสนามแม่เหล็ก

– ตัวเก็บประจุรวมขนาด 94,000 µF (47,000 µF x 2)

– มีมิเตอร์วัดสัญญาณแยกซ้าย / ขวา (ปรับได้ 0 dB / -20 / off)

– ใช้ขั้วต่อ XLR ของ Neutrik

– ขั้วต่อ RCA ชุบทอง

– อุปกรณ์ภายในเกรดสูง เช่น ทรานซิสเตอร์ Toshiba J618 / K3497 ข้างละ 3 ตัว,ตัวเก็บประจุ

จ้าง Nichicon ผลิต, Op amp ของ JRC

– ขั้วต่อลำโพงขนาดใหญ่ที่สุด

– รีเลย์คุณภาพสูง ไม่อั้นเสียง และทนทาน

 

แอบดูภายใน Accuphase : A-35

ปกติผมจะไม่แกะฝาเครื่องที่นำมาทดสอบอยู่แล้ว ยิ่งกับ Accuphase : A-35 เป็นเครื่องราคาสูง จึงได้แต่มองลอดตามช่องระบายความร้อนที่มี รวมทั้งหาจากเว็บไซต์ www.accuphase.com (ตามรูป) พบว่า ตัวเครื่องจัดวางแผงวงจรแบบสมมาตร ใกล้กับแผงหน้าเป็นบอร์ดวางแนวตั้งพร้อมกันห้องด้วยแผ่นเหล็ก มีตัวเก็บประจุขนาดใหญ่ 2 อันวางกึ่งกลางเครื่องหลังแผงหน้าปัดด้านใน ถัดจากนั้นเป็นหม้อแปลงลูกเขื่องชีลด์หุ้มกันสนามแม่เหล็กไว้แล้ว ด้านข้างซ้ายขวามีแผงวงจรสำหรับภาคขยายด้านละอันเรียงแนวตั้ง ติดกันเป็นครีบระบายความร้อนขนาดใหญ่ ด้านท้ายเครื่องก็เป็นบอร์ดขนาดเล็กของภาคอินพุท / เอาท์พุท ฯลฯ

 16-3

ลักษณะทั่วไป Accuphase : A-35

Accuphase : A-35 ใส่ในกล่องกระดาษ 2 ชั้น ตัวเครื่องมีผ้าดิบหุ้มมาด้วย มีโฟมกันกระแทกขั้น ด้านบนมีกล่องกระดาษขนาดเล็ก ภายในใส่คู่มือ,สายไฟ

ตัวเครื่องสีทองแชมเปญที่สวยงาม มีความคลาสสิคที่ลงตัวมากๆ แผงหน้าปัดขึ้นรูปจากอลูมิเนียมหนา ตัวเครื่องมีความสูงใหญ่พอประมาณ

ที่ แผงหน้า กึ่งกลางทำเป็นจอแสดงผลขนาดใหญ่ พร้อมมิเตอร์เข็มแบบอนาลอกขนาดใหญ่ (ไฟสีส้ม) แยกเป็นข้างซ้าย และขวา ซึ่งมีแผงวงจรขนาดเล็กคอยป้องกันการทำงานอีกด้วย ตรงกลางเป็นโลโก้ยี่ห้อ Accuphase (ไฟสีเขียว) ด้านใต้เป็นดวงไฟแสดงสถานะการทำงานต่างๆ 3 โหมดดังนี้ Unbalanced / balanced / Bridge ขอบล่างของจอแสดงผลสกรีนว่า Class A Stereo Power Amplifier A-35

แถบล่างเป็นสันยกลอย ขึ้นมา ทางซ้ายเป็นปุ่มหมุนควบคุมระดับเข็มในมิเตอร์ กึ่งกลางเป็นสวิตช์เปิดปิด ส่วนทางขวาเป็นปุ่มกดเลือกอินพุท และปุ่มหมุนเลือกค่า Gain) เรียบง่ายมากๆ

ด้านแผงหลัง มีการ์ดกันกระแทกทรงตัว L ยื่นออกมาที่ขอบมุมซ้าย และขวา ช่วยปกป้องสายสัญญาณ / สายลำโพงได้ระดับหนึ่ง ซ้ายมือสุดเป็นขั้วต่อ RCA In 1 ชุดแบบชุบทอง เรียงแนวตั้ง, ช่อง XLR In ของ Neutrix เรียงแนวนอน, ขั้วต่อลำโพงแดงดำขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยทดสอบมาเรียงแนวนอน ขวาสุดเป็นป้ายบรรยายสรรพคุณต่างๆ ชื่อรุ่น การกินไฟ สถานที่ผลิตต่างๆ ส่วนด้านขวาล่างสุดเป็น เบ้ารับสายไฟเอซีแบบ IEC สามารถอัพเกรดสายไฟเอซีคุณภาพสูงได้ทันที ถัดไปทางซ้ายเป็นเพลทซีรีส์นัมเบอร์

ด้านข้างซ้าย และขวาเป็นแผ่นเหล็กหนาพ่นสีเทาเข้มมันวาวมาประกบกับตัวเครื่อง โดยที่มีการทำเป็นลอนเล็กๆ ครึ่งหนึ่งของพื้นที่เพิ่มความแข็งแกร่ง ส่วนฝาหลังพ่นสีฝุ่น (ด้าน) แยกเป็นคนละชิ้นกับแผงหน้าข้าง เจาะรูระบายความร้อนเต็มพื้นที่ตัวเครื่องด้านบน และด้านล่าง ด้านใต้มีขาทรงกลมขนาดใหญ่

Accuphase : E-460 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์คือ www.accuphase.com ซึ่งจะมีไฟล์ PDF ให้ดาวน์โหลดข้อมูล / โบรชัวร์มาให้อ่านกันได้

 110329142208b3033954396cab

สเปค Accuphase : A-35

– กำลังวัตต์ 2 ข้างพร้อมกัน (20 Hz – 20 kHz)

30 วัตต์ @8 โอห์ม

60 วัตต์ @4 โอห์ม

120 วัตต์ @2 โอห์ม

150 วัตต์ @1 โอห์ม*

– กำลังวัตต์เมื่อ Bridge (20 Hz – 20 kHz)

120 วัตต์ @8 โอห์ม

240 วัตต์ @4 โอห์ม

300 วัตต์ @2 โอห์ม*

– การตอบสนองความถี่

0.5-160,000 Hz

– Input Impedance

balanced 40 K.

Unbalanced 20 K.

– Damping Factor

200 (8 โอห์ม)

– อัตราความเพี้ยน (20 Hz – 20 kHz)

0.05%, 2 โอห์ม

– อัตราส่วนเสียงต่อสัญญาณรบกวน

111 dB

– Im Distortion

> 0.01%

– อัตราการกินไฟ (ใช้งาน และ idle)

270 W / 155 W

– ขนาดตัวถัง (กว้าง x สูง x ลึก)

465 x 170 x 425 มิลลิเมตร

– น้ำหนัก

22.8 กิโลกรัม 

อุปกรณ์ที่ใช้ทดลอง Accuphase : A-35

ห้องโฮมเธียเตอร์

เครื่อง Blu-ray : Panasonic : DMP-BDT330 สายไฟใช้ตัวแปลงทำเองจาก 2 ขาออกเป็น IEC ใส่ Wood Block : Versalab คั่นไว้ ใช้สายไฟเอซี JPS : In Wall (หัว / ท้าย Wattgate กลมดำ) รองสายไฟด้วย Shunyata : Dark Field และ Shunyata : Dark Field mini อย่างละ 1 อัน ตัวเครื่องวางบนแผ่นไม้จากชั้นวาง Target Audio : TT5 ด้านใต้รองด้วย Symposium : Rollerblock Series 2 แบบประกบเป็นแซนวิช  ทั้งหมดวางบนแท่นรอง Brightstar Audio : Big Rock I (มีทรายภูเขาไฟ Lovan ผสมด้วย) ฝาหลังเหนือช่อง HDMI ทับด้วยก้อนอิทธิเจ 1 ก้อน

เอ/วี รีซีฟเวอร์ Pioneer : VSX-LX70 เปลี่ยนฟิวส์เป็น Furutech : TF-15A (เยอรมัน) ตัดสายไฟเอซีภายในให้สั้นลง เชื่อมย้ำแต่ละจุดสำคัญด้วยตะกั่วเงิน แยก-คลี่สายไฟ / สายสัญญาณ / สายลำโพงให้ห่างกันเท่าที่ทำได้ วางบนชั้น XAV #111 เหนือหม้อแปลงทับด้วยอิฐมหัศจรรย์ VPI : HW dB-5 วาง XAV : EMX-9 ที่มุมขวา ใช้สายไฟเอซี Kimber Kable : PK10 (หัว / ท้าย Wattgate : 330i / 350i) รองสายไฟด้วยแท่งอะครีลิก 1 อัน

สาย HDMI สำหรับเสียงเป็น Monster Cable : isf2000HD รองสายด้วย Cardas : Notched Myrtlewood Blocks Mini 1 อัน และ Cardas : Notched Myrtlewood Blocks 1 อัน ส่วนสาย HDMI สำหรับภาพเป็น Monster Cable : MC1000 (HDMI) ยาว 10 เมตร

จอฟิกส์ Stewart : Grayhawk RS (Reference Screen) ขนาด 92 นิ้ว โปรเจคเตอร์ JVC : DLA-RS10 อุดช่อง Composite / Component ด้วยปลั๊กอุด Cardas ติดตั้งแบบแขวนผนังด้วยขา Omni Mount : PMD2 ใช้สายไฟเอซี Acoustic Zen : CL-3 (หัว / ท้าย Marinco แบบ Hospital Grade) มาเข้าปลั๊กลอย FIM : 886 จากนั้นใช้สายไฟเอซี Halu Cable (หัว Pass & Semour / ท้าย Shurter : 4781) ยาว 10 เมตรลากมาเข้าปลั๊กกรองไฟ

เพาเวอร์แอมป์ Accuphase : A-35 วางบนชั้น Finite Element : Spider สายไฟเอซี Hovland : Main Line (หัว Hubbel : 8215 CT / ท้าย Furutech) รองสายไฟด้วย Shunyata : DarkField 1 อัน

ลำโพงโฮมเธียเตอร์เป็น Sonus Faber คู่หน้า Concerto Home วางบนขาตั้ง Totem Stand : T4s  เซ็นเตอร์ Solo Home วางบนชั้น Finite Element : Spider ชั้นบนสุด เซอราวด์ Concertino Home วางบนขาตั้ง JM Labs : Utopia สูง 24 นิ้วที่มีแท่นไม้สักรองพร้อมด้วย Michael Tender Feet รุ่นจานบินรองอีกที รวมสูง 26 นิ้ว

ลำโพงโฮมเธียเตอร์อีกชุดเป็น System Audio คู่หน้าตั้งพื้น Aura 50 เซ็นเตอร์ Mantra 10AV วางบนชั้น Finite Element : Spider เซอราวด์ Aura 1 วางบนขาตั้ง JM Labs : Utopia เช่นเดิม

สายสัญญาณช่วงไปเพาเวอร์แอมป์เป็น Kimber Kable : Hero (XLR-Swisscraft) พร้อมอแดปเตอร์แปลงจาก RCA เป็น XLR

สาย ลำโพง Kimber Kable : 8TC ทั้งซิสเต็ม คู่หน้าคั่นด้วยบานาน่าปลั๊ก Monster Cable : Power Connect 2 รองสายลำโพงด้วย Cable Elevator ข้างละ 2 ตัว เซ็นเตอร์ และเซอราวด์เข้าหัวบานาน่าของ Kimber Kable ส่วนเซอราวด์ยกลอยด้วย บล๊อกไม้ Cardas : Multi Blocks

แอคทีฟซับ วูฟเฟอร์ Velodyne : CT-150 วางบนชั้น Master Stand Base : 2217 สายไฟเอซี Monster Cable : Power Line 300 รองสายด้วยที่วางเทียน (ทำจากแก้ว) 4 ตัว ใช้สายสัญญาณซับวูฟเฟอร์ Monster Cable : M1000SW รองสายด้วย Cable Tower 3 อัน และ Cardas : Notched Myrtlewood Blocks 1 อัน

สายไฟเอซีของ เครื่องเล่นทั้งหมดเสียบต่อเข้าปลั๊กกรองไฟ PAC : Super Idos วางบนแผ่น Hi-Fi Block รองสายไฟด้วย Shunyata : DarkField 2 อัน และ Shunyata : Dark Field mini 1 อัน ใช้สายไฟเอซีของ Shunyata : Viper (Z-tron) เสียบเข้าที่ตัวกรองกระแส DC ของ Perfect Power : Super DC Filter (ปรับปรุงภายใน และใช้ฟิวส์ Marsh 10A ชุบทอง) ภาคขาออกใช้สายไฟเอซี Supra : LoRad (หัว / ท้าย Wattgate กลมดำ) เสียบเข้าที่กำแพงใช้เต้ารับ Wattgate : 381 (ตัวที่สอง-ช่องมีดาว) ใช้ฝาครอบเต้ารับ FIM : 308-1 สายไวริ่งระหว่าง Wattgate : 381 ทั้ง 2 ตัวเป็น Supra : LoRad

ห้อง ฟังขนาด 4 x 5 x 2.2 เมตร ควบคุมสภาพอะคูสติกห้องบ้าง บริเวณผนังข้างด้านหน้าปะด้วยผ้าดำหุ้มฟองน้ำ ที่กลางห้อง และผนังหลังมีแผ่นซับเสียงสูตร RPG (DIY) ปะไว้ มีจิ๊กซอว์ PRS จำนวน 1 คู่ที่ด้านหลังจุดนั่งฟัง มีแผ่น XAV : G-Sap เบอร์ 1 จำนวน 1 คู่ ติดตั้งไว้ที่ผนังด้านหน้า, เบอร์ 2 จำนวน 1 คู่ ติดตั้งไว้ที่ผนังด้านหลัง มี XAV : Trap พร้อมฐาน 1 คู่ XAV : Base Trap ตั้งมุมห้องด้านหน้า ใช้ Room Tune : Michael Green Audio 4 แท่งที่มุมทั้ง 4 ด้าน / Echo Tune 4 อัน

 

การติดตั้งและการเซ็ทอัพ Accuphase : A-35

Accuphase : A-35 เป็นเครื่องที่ต้องการที่ระบายอากาศได้ดี อย่าไปใส่ไว้ในตู้หรือมีสิ่งใดรอบข้างใกล้เกินไป การมีน้ำหนักตัวที่ค่อนข้างหนักมาก การยก / เคลื่อนย้ายต้องกระทำอย่างดี ชั้นวางควรจะมีความแข็งแรงที่ดี ส่วนการต่อสายต่างๆ จัดวางค่อนข้างห่าง จึงไม่ต้องกังวลในเรื่องการใช้สายขนาดใหญ่ รวมทั้งสายจะพาดพันกัน แม้จะกำหนดให้ขั้วสายสัญญาณอยู่ทางซีกซ้าย และขั้วลำโพงอยู่ทางซีกขวา

ส่วนเรื่องการเซ็ทอัพ อาจจะต้องขยับลำโพงไปมาบ้าง หากรู้สึกว่าเสียงยังแผ่ลอยไม่เต็มที่

 a-35_b

ผลการลองฟัง Accuphase : A-35

ที่ ผ่านมา เรามักได้ยินว่า แอมป์ตัวนี้ Class AB บ้าง หรือช่วงหลังมีแอมป์ Class D เข้ามาแจมบ้าง ส่วนสำหรับเครื่องเสียงบ้านนั้น Class A แท้ๆ แทบไม่มี ถ้ามีก็แพงมากๆ นับเป็นโอกาสอันดี เพราะ Accuphase : A-35 รุ่นล่าสุด (รุ่นก่อนหน้าคือ A-30) เป็นเพาเวอร์แอมป์ Class A ตัวแรกที่เข้ามาในห้องของผมเอง คราวนี้จะได้รู้กันละครับว่าเสียงเป็นอย่างไร? หลังจากที่ช่วงกลางปีที่แล้วผมประทับใจกับอินทีเกรทแอมป์ E-460 ไปแล้วว่าสามารถตอบโจทย์ใช้งาน 2 ระบบในซิสเต็มเดียวกันได้ดี คุ้มค่าน่าลงทุน

เมนหลักคือการใช้ทดสอบโฮมเธียเตอร์เป็นหลักตามสไตล์ ของผม เพื่อพิสูจน์ข้อข้องใจว่าเมื่อเป็นเพาเวอร์แอมป์ Class A กำลังน้อยนิด เมื่อใช้ดูหนังแล้วมันส์หรือไม่? ขาดความสะใจไหม? หวานเกินไปหรือเปล่า? 30 วัตต์จะขับออกหรือไม่?

โดยที่อุปกรณ์ซิสเต็ม เดิมๆ พื้นๆ ไม่ได้เลิศหรูอะไรมากแต่ปรับจูนอย่างดี พิถีพิถันในหลายจุดที่สำคัญ และคราวนี้ผมไม่ได้จัดซิสเต็มสำหรับฟังเพลงแยกออกมาต่างหากด้วย เพื่อต้องการพิสูจน์ว่า Accuphase : A-35 จะประคองตัวให้รอดได้ดีเพียงใดในยามที่เพื่อนร่วมซิสเต็มไม่ได้ไฮเอนด์เต็มขั้น

Accuphase : A-35 เครื่องนี้ผ่านการใช้งานมาบ้าง ผมเบิร์นอินอีกสักพักก็พร้อมฟัง สิ่งอื่นใดที่รับรู้ได้ก่อนการฟังคือ การที่แม้ตัวเครื่องจะมีกำลังเพียง 30 วัตต์ แต่วงจรเป็น Fully Balanced มีทำงานแบบ Class A ทำให้มิเตอร์ไฟแล่นฉิวมาก เพราะแม้จะแค่เปิดเครื่องทิ้งไว้ก็กินไฟ 155 วัตต์แล้ว ถ้าเป็นแอมป์ทั่วไปจะไม่กินไฟเท่านี้ แต่เวลาเล่นจริงกลับกินไปไม่มากกว่าเดิมนักแถมน้อยกว่าคู่เทียบจากค่ายเดียว กันด้วย ลองดูตัวเลขเทียบในตารางครับ

กำลังขับ เปิดเครื่องไม่เร่งเสียงกินไฟ ใช้งานจริงกินไฟ
Accuphase : A-35 30 วัตต์ 155 วัตต์ 270 วัตต์
Accuphase : E-460 180 วัตต์ 92 วัตต์ 440 วัตต์

ตัว ไฟหน้าปัดมิเตอร์มีสีส้ม ไม่จ้าจนเกินไป (เมื่อเทียบกับไฟสีฟ้า) เมื่อดูในห้องที่มืดสนิท ส่วนโลโก้มีไฟสีเขียว ให้ความรู้สึกสวยงาม โดยรวมดูสบายตามาก

นอกจากนี้กำลังสำรองยังสูงมาก สามารถให้กำลังขับเพิ่มเท่าตัวคือ 60 วัตต์ x 2 แชนแนล (4 โอห์ม) และ 120 วัตต์ x 2 แชนแนล (2 โอห์ม) ผลจากการที่ภาคแอมป์ใช้ MCS+ Topology / Current feedback และภาคขยายแบบ MOSFETs แบบ triple-parallel จึงไม่กลัวลำโพงใดๆ มากนัก

นอกจากนี้หากต้องการพละกำลังเพิ่ม สามารถ Bridge หรือ Dual Mono ได้ (กรณีหลัง คือ การเล่นไบแอมป์แยก 1 เครื่อง ขับลำโพง 1 ข้างนั่นเอง)

เริ่มต้นเทียบการต่อสายระหว่าง RCA กับ XLR แน่นอนว่าควรเน้นต่อใช้งานที่ช่อง XLR นะครับ โดยรวมให้เสียงที่ดังขึ้น การสวิงสัญญาณกว้างมากขึ้น ได้ยินรายละเอียดแผ่วเบาดีขึ้นไปพร้อมๆ กับความดังที่ดังมากขึ้นด้วย ช่วยทำให้สมจริงขึ้น

การใช้ตัวเก็บประจุ ค่ารวมถึง 94,000 µF (47,000 µF x 2) การปิดเครื่อง ควรจะทิ้งไว้สักพัก ให้กระแสคายตัวลงก่อน มิฉะนั้นอาจจะมีเสียง “ปุ๊” ออกลำโพงเบาๆ

ส่วนการเปิดเครื่องใหม่ทุกครั้ง ต้องเผื่อเวลาราว 30 นาที เสียงจึงจะออกมาได้คุณภาพสูงสุดเสมอ

เริ่ม ดูหนังก่อนเลย cars (Blu-ray แผ่นญี่ปุ่น Dolby True HD 6.1) ตอนแรกยังไม่รู้จะเป็นอย่างไร แต่ทันทีที่โน้ตตัวแรกถ่ายทอดออกมา ผมบอกได้เลยว่าไม่มีปัญหาเรื่องกำลังเพียง 30 วัตต์เลย ขับออกสบายๆ ระดับโวลุ่มเท่าเดิมด้วยซ้ำแต่ที่ดีขึ้นคือ การแยกซ้ายขวาเด็ดขาดมากขึ้น บางครั้งเสียงจะวนอยู่ด้านหน้าซ้ายทีขวาที (เดิมอาจจะไม่ชัดเจน) แล้วยังมี “รายละเอียดในรายละเอียด” ให้ได้ยินโดยไม่ใช้ “การเน้นหรือเค้น” ให้ออกมา ถูกใจผมมาก เรียกว่าเก็บมาถ่ายทอดกันทุกโน้ตเลยทีดี ให้การแพนทิศถูกต้องสอดคล้องกับภาพ สนามเสียงเปิดโปร่ง ลำโพงล่องหนได้ ชิ้นดนตรีต่างๆ มีความชัดเจนยิ่งขึ้น

Man of Steel (Blu-ray แผ่นไทย, dts MSTR 5.1) แยกแยะชิ้นดนตรีชัดเจน แผ่ลอยออกมาหาเรา และตรึงตำแหน่งได้นิ่งสนิท ลำโพงด้านหน้าล่องหนไปในทันที ไดนามิครุนแรงไม่รู้สึกการตื้ออั้นใดๆ

Rise of The Planet of The Apes (Blu-ray แผ่นไทย, dts MSTR 5.1) ถ่ายทอดบรรยากาศโอบล้อมได้ดี เสียงต่างๆ ค่อนข้างพรั่งพรู การแพนทิศทางถูกต้อง เบสมีเนื้อเสียงที่ดี เสียงกลางสะอาดมาก ปลายแหลมชัดเจน ไม่บาดหู

The Wolverine (Blu-ray แผ่นไทย, dts MSTR 5.1) ถ่ายทอดการแพนทิศได้อย่างถูกต้อง ไม่มีวูบวาบเมื่อวนมาด้านหน้า บรรยากาศโอบล้อมดีมาก ความถี่ต่ำหนักแน่น เด้งตัวมหึมา เสียงกลางสะอาด แหลมสดใส พริ้วกังวานดี ไม่แห้ง ไทมิ่งดีไม่ช้าหรือเนือยๆ จนขาดความเร้าใจ

King Kong (Blu-ray 100th Anniversary, Augmented Reality Edition แผ่นอังกฤษ, dts MSTR 5.1) โอบเยี่ยม แพนทิศดีมาก ไดนามิครุนแรง เบสอิ่มแน่น ไม่ต้องกลัวว่าจะจืดๆ เรียบร้อย นุ่มนิ่ม

Unstoppable (Blu-ray แผ่นอเมริกา, dts MSTR 5.1) ไดนามิคมาเต็มไม่ตื้ออั้น เขย่าห้องดีเหลือเกิน นอกจากนี้ยังได้ยินรายละเอียดสรรพเสียงต่างๆ อย่างเหลือเฟือ ก่อให้เกิดความน่าค้นหาไปเรื่อยๆ ว่าจะได้ยินเสียงอะไรบ้าง

นี่ขนาดว่าซิสเต็มประกอบไม่ได้เป็นไฮเอนด์ด้วยซ้ำ แสดงว่า Accuphase : A35 เล่นง่าย ไม่เลือกเครื่องมากนัก โดยเฉพาะปรีแอมป์ที่ในที่นี้คือ เอ / วี รีซีฟเวอร์! แน่นอนว่าหากใช้ซิสเต็มไฮเอนด์เต็มขั้นกว่านี้เสียงน่าจะดียิ่งไปกว่านี้อีก แต่ก็ต้องจ่ายแพงอีกมากด้วย…อย่าลืมจุดนี้

สำหรับการดูหนังคงพอเท่านี้ ทั้งที่ผมเองอยากจะเอาหนังหลายเรื่องมาฟังเสียงใหม่ ซึ่งน่าจะได้ยินความแตกต่างแน่ๆ

เมื่อ ได้รับเครื่องที่โดดเด่นเรื่องการฟังเพลงแล้วไม่ลองฟังเพลงก็กระไรอยู่ โดยคราวนี้ใช้แหล่งโปรแกรมใหม่เป็น Pioneer : DV400 เดิมๆ เปลี่ยนฟิวส์เป็น Bussmann 3.15 แอมป์ ต่อด้วยสายดิจิตอล Canare เข้าตัวถอดรหัส Audiolab : M-DAC (ใช้ภาคปรีในตัว) ผ่านสายสัญญาณ Kimber Kable : Hero (XLR-Swisscraft) แล้วมาเข้า Accuphase : A35 ผ่านลำโพง 3 คู่ เริ่มต้นแทนที่จะใช้แผ่นดีๆ แต่ผมทำโทษด้วยการใช้เพลงไทยค่าย GMM แผ่น ฟังเพราะ miss u. แน่นอนว่าคุณภาพยังห่างไกลจากแผ่นขั้นเทพ  ถ้าวัดที่น้ำเสียงอย่างเดียว ถือว่าลื่นไหล ไม่จัดจ้านอย่างที่คิด เวทีกว้าง รายละเอียดแผ่วเบาดี เบสกระชับ

แผ่นรวมเพลงของลิเดีย ค่าย RS เสียงเอื้อนขึ้นลงต่างๆ ห่อปาก ฟังแล้วได้อารมณ์มาก ส่วนหนึ่งต้องยกประโยชน์ให้ Accuphase : A-35 ด้วยที่มีความเป็นดนตรีสูง ช่วยกลบสากเสี้ยนของแผ่นเพลงไทยเหล่านี้ออกไปได้ ถ้าหากเป็นแนวเที่ยงตรงดุจมอนิเตอร์คงฟังแผ่นคุณภาพต่ำไม่ได้เลย

เมื่อ ใช้ขับ System Audio : Aura 50 ลำโพงตั้งพื้นความไวสูง จึงไม่ค่อยเป็นภาระต่อแอมป์นัก ขณะที่คู่วางหิ้ง (จะทำเซอราวด์) คือ Aura 1 ค่อนข้างกินวัตต์คือ 84 dB แต่ความต้านทานปกติ 8 โอห์ม หยิบมาเซ็ทลองฟังเป็นคู่หน้าก่อน บอกได้เลยว่าเสียงนั้นใหญ่โตเกินตัว โอ่อ่า ไม่มีการอู้ก้องทั้งที่สายตานั้นแลเห็นว่าตัวตู้ Aura 1 นั้นค่อนข้างเล็กเอาการ เบสแน่น / กระชับเกินคาด หรือลงได้ลึกในบางเพลง จากดอกวูฟเฟอร์ 4.5 นิ้ว!! เพียงตัวเดียว.. เหลือเชื่อมากๆ มิติชิ้นดนตรีนั้นโดดเด่น

แผ่นไซ่ฉิน Golden Voice Vol.1 (BM-206003) ที่ฟังประจำ สิ่งที่ต่างจากแอมป์ทั่วไปคือ ย่านเสียงกลาง จะฟังแล้วออดอ้อน มีการสอดใส่อารมณ์ดีขึ้น มีหนักเบาที่ดีกว่า ไทมิ่งช้าลงอีกนิด แต่อาจจะเที่ยงตรงถูกต้องกว่าก็เป็นได้ แหลมพริ้วกังวาน รู้สึกถึงความเป็นอนาลอกมากๆ ไม่รู้สึกว่านี่ฟังกำลังดิจิตอลใดๆ เบสอาจไม่อูมเท่า แต่ให้การแจกแจงที่ดีกว่าเดิม ไล่ได้ทุกโน้ต รับรู้ว่ามีมากกว่าเดิมแต่ก็ในระดับที่เบามากๆ (เขียนให้เข้าใจง่ายๆ คือ เดิมอาจฟังได้ยิน 8 ครั้ง แต่คราวนี้ได้ยินถึง 10 ครั้ง แต่ 2 ครั้งหลังนี่เบามาก)

Jazz at The Pawnshop (Prophone PRCD 7778) รายละเอียดดีมากๆ ทุ้มแน่นเป็นตัวเกินความต้องการ มีการย้ำหนักเบาดีไม่ใช่เน้นให้ “ชัด” ทุกโน้ต แหลมสะอาด พลิ้วหวานดี บรรยากาศดีมากๆ

Harry Belafonte Live In Concert At The Carnegie Hall (BMG / RCA 74321 15713 2 (2)) ได้ยินเสียงหมุนตัวไปมา เสียงเดินบนเวทีไปซ้ายไปขวา แสดงบรรยากาศที่โอ่อ่า เสียวผิวปากสด ไดนามิคดี สวิงเสียงได้กว้าง ลืมว่ามีกำลัง 30 วัตต์เลย..ดีที่สุดที่ฟังแผ่นนี้กันเลย

The Wonderful Sound of Three Blind Mice (Golden String GSCD004) เพลง Bridge Over Trouble Water แทรคคุ้นเคย ถ่ายทอดเสียงร้องได้หวาน ลื่นไหล วงกว้างแผ่เลยลำโพงซ้ายขวาไปได้ ย้ำเน้นอักขระ / รายละเอียดชัดเจน

Top 12 in Gold (Golden String GSCD034) เสียงเปิดโปร่ง คมชัด แต่ไม่จัดจ้าน รับรู้โน้ตแรกได้ดี โฟกัสชัดเจน กระแทกกระทั้นให้พลังเต็มที่ ไม่ตื้ออั้นหรืออ่อนแรง มิติดีมาก

Teresa Teng Forever Vol.1 (Golden String GSCD030) แหลมสด สะอาด กังวานดี กลางหวาน เบสแน่น ไดนามิคดี

Arnold Overtures (Reference Recordings RR-48CD) แทรค 5 มิติด้านลึกดีมาก เรียงชิ้นดนตรีต่างๆ เป็นลำดับ ลึกเลยกำแพงห้องเข้าไปด้วยความนิ่งสนิท ไม่วูบวาบ

Lonesome Nights : The Wallis Blue Orchestra CHC8096 เสียงเป่าขลุ่ยค่อยๆ ไล่จากขวามาตรงกลาง แล้วเลยไปด้านซ้าย โทนเสียงมีความเศร้าๆ หวานๆ โดนใจดี พริ้วกังวานดี

Usher vol.6 เสียงตีกลองแน่น เต็มพลัง ไม่ป้อแป้ เสียงร้องหวาน ส่วน vol.7 วงกว้าง เลยกำแพงเข้าไป เพลง 12 Grooving Kind of Love เสียงร้องชัดเจน ได้ยินเสียงห่อปาก กระดกลิ้นอย่างง่ายดาย

ปิดท้ายกับแผ่น Accuphase : Special Sound Selection SCD-1 (SACD / CD) เป็นเพลงร้อง / บรรเลงแนวแจ๊ส-คลาสสิค ให้เวทีด้านลึกได้ดี วงกว้าง ความถี่ต่ำอิ่มแน่น เร็ว ฉับไว ไม่เบลอ ปลายแหลมชัดเจนแต่เจอด้วยความฉ่ำพลิ้วหวาน

เรียกว่าถึงตรงนี้ Accuphase : A-35 สร้างความประทับใจให้ผมมาก ผมใช้เวลาฟังแผ่นต่างๆ ที่ไม่ได้ระบุค่อนข้างมาก หมดข้อสงสัยคาใจใดๆ อีกต่อไป ตลอดเวลาการใช้งานไม่มีการเรรวน ทำหน้าที่ได้เสมอต้นเสมอปลาย คุณงามความดีค่อยๆ ฉายแววออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะความละเอียดของเสียงขอให้แผ่นที่ใช้มีคุณภาพดีพอ โดยส่วนตัวผมแทบไม่อยากส่งเครื่องคืนกลับไปให้ตัวแทนฯ เลยละครับ…

 a-35

บทสรุป Accuphase : A-35

เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ผมได้ฟังอินทีเกรทแอมป์ Accuphase : E-460 ว่าประทับใจแล้ว แต่พอได้ฟัง Accuphase : A-35 ยิ่งประทับใจมากขึ้น เป็นเพาเวอร์แอมป์ Class A รุ่นเล็กที่ให้โทนัลบาลานซ์ดีมาก ไม่รู้สึกว่าแหลมมากหรือน้อยไป เบสน้อยหรือมากเกินไป ถึงพร้อมด้วยไดนามิคที่โดดเด่น ประเด็นนี้ผมว่าดีกว่า Accuphase : E-460 ที่มีกำลัง 180 วัตต์ด้วยซ้ำ…ไม่มีข้อกังขาใดๆ อีกต่อไปในเรื่องที่ว่า เสียงจะนุ่มไปไหม? ดูหนังไม่สะใจหรือเปล่า?

ซึ่ง การฟังทดสอบเพาเวอร์แอมป์ที่ผ่านมายังไม่เคยพบเจอว่าเครื่องไหนเสียงดีเท่า นี้มาก่อน ฟันธงว่าสามารถใช้ “ดูหนัง” ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่นับความสามารถด้านการฟังเพลงที่มีอย่างเอกอุ สามารถท้าชนกับทุกเครื่องที่ระบุว่า 150-200 วัตต์ได้สบายๆ ครับ

ไม่ นับรวมกับตัวเครื่องมีความทนทานสูง ไม่อ่อนไหวต่อภูมิอากาศ, ระบบไฟ ฯลฯ จนพังง่ายๆ แน่นอน  เรียกว่าซื้อแล้วคุณสามารถฟังได้ทุกวัน ทุกเวลา…จนลืมไปเลยว่าซื้อมาเมื่อไหร่ละครับ

Accuphase : A-35 ควรจะเป็นหนึ่งในเครื่องประเภทที่ว่าซื้อครั้งเดียวใช้ได้ “ชั่วชีวิต”…ครับ

Look; รูปทรงบ่งบอกความเป็น Accuphase ชัดเจน- Like; มิเตอร์วัดสัญญาณ, ขั้วต่อลำโพงโอเวอร์ไซด์, ช่องต่อ XLR

Love; ระบบการทำงาน Class A ให้ความเป็นดนตรีสูงมากๆ

ขอขอบคุณ ร้านไฮเอนด์ ออดิโอ โทรศัพท์ 0-2611-4809 ผู้แทนจำหน่ายที่ได้อนุเคราะห์ให้ยืมเครื่องมาทดสอบ