Bose Home Speaker 500 ลำโพงอัจฉริยะเสียงกว้างที่สุดจากโบส

TEST REPORT

Bose Home Speaker 500

ลำโพงอัจฉริยะเสียงกว้างที่สุดจากโบส

DAWN NATHONG

ชั่วโมงนี้ ถ้ามองไปในกลุ่มสินค้าแกดเจ็ตอันมากมายในท้องตลาด แบรนด์ของ Bose ก็มักจะเป็นอันดับต้น ๆ ที่คนทั่วไปนึกถึงก่อนเสมอ ด้วยทั้งคุณภาพของสินค้าที่ไม่เคยทำให้ผู้ใช้ผิดหวัง รวมถึงการตลาดอันยอดเยี่ยมของบริษัทอัศวโสภณ ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด ทำให้ชื่อของ Bose ติดฝังอยู่ในใจคนไทยมาตลอดกว่าสามสิบปี หนึ่งในนั้นก็คงจะหนีไม่พ้นลำโพงไลฟ์สไตล์อย่าง SoundTouch ที่ขายดีต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน

        ซึ่งในปีนี้ ทางบริษัทอัศวโสภณก็ได้นำไลน์อัพสินค้าใหม่ของ Bose เข้ามาเปิดตัวในบ้านเราหลายรายการด้วยกัน ทั้งในกลุ่มของโฮมยูสและกลุ่มโปรเฟสชันแนล และหนึ่งในสินค้าที่น่าสนใจที่สุดชิ้นหนึ่ง ก็คือลำโพงอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดที่เป็นซีรี่ยส์ใหม่ ไม่รวมอยู่ในกลุ่มของ SoundTouch เดิมนั่นคือ Home Speaker 500 ที่ทาง Bose เองเคลมว่าให้สนามเสียงที่กว้างที่สุดในกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกัน ก็ถือเป็นโอกาสอันดี เพราะนาน ๆ ทีจะได้ทดสอบสินค้าประเภทนี้ ส่วนตัวแล้วผู้เขียนไม่ค่อยได้สนใจสินค้าแนว ๆ นี้นัก เนื่องจากที่เคยฟังมา ส่วนใหญ่คุณภาพเสียงจะอยู่ในระดับ “พอฟังได้” ซะมากกว่า ไม่ถึงขั้นที่จะเอามาฟังแบบ “เอาเรื่อง” ได้ แต่เจ้าตัว Home Speaker 500 นี้ หลังจากที่ได้ทดลองฟังเดโมในงานเปิดตัวสินค้าของอัศวโสภณแล้ว มีอะไรที่น่าสนใจให้พูดถึงพอสมควร เลยต้องขออนุญาตยืมเครื่องทดสอบมาเขียนรีวิวในครั้งนี้สักหน่อย

รายละเอียดที่น่าสนใจ

อันที่จริงผู้ที่ปลุกกระแสลำโพงอัจฉริยะเป็นเจ้าแรกในปีที่ผ่านมา ต้องขอยกเครดิตให้กับ Apple Homepod ที่ช่วยสร้างกระแสให้กับลำโพงแนว หลังจากนั้นเราก็จะได้เห็นลำโพงลักษณะเดียวกันตามมาอีกมากมายหลายแบรนด์ ซึ่งล้วนก็มีดีไซน์ไม่ต่างกันมากนัก คือเป็นลำโพงทรงกระบอกหุ้มผ้าเรียบ ๆ แต่สิ่งที่ Bose ทำนั้นแตกต่างด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบใคร ตัวบอดี้ทรงกระบอกรีนั้นเป็นผลิตจากอลูมิเนียมอโนไดซ์เกรดสูงที่มีความแกร่ง มีความสูงประมาณ 8 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว และลึก 4 นิ้ว ผิวสัมผัสให้ความรู้สึกถึงความพรีเมี่ยมได้เป็นอย่างดี น้ำหนักพอสมควรที่จะรักษาสมดุลในการจัดวางได้อย่างมั่นคงและนิ่งสนิท ซึ่งส่งผลไปถึงน้ำเสียงและรายละเอียดที่มีความชัดเจนและหนักแน่น รวมถึงหน้าจอ LED สำหรับแสดงผลที่ด้านหน้าของลำโพง

        บริเวณครึ่งล่างของลำโพงจะถูกเจาะรูเป็นตระแกรงโดยรอบ ภายในติดตั้งไดร์เวอร์แบบฟูลเรนจ์ขนาด 2.5 นิ้วเอาไว้หนึ่งคู่ในลักษณะหันหลังชนกัน และยิงเสียงออกทางด้านซ้าย-ขวาของลำโพงแทนการยิงเสียงออกด้านหน้า ซึ่ง Bose เรียกเทคนิคกระจายเสียงแบบนี้ว่า Wall-to-wall ทางวิศวกรของ Bose ได้คำนวณมาเป็นอย่างดีแล้วว่าเสียงที่ยิงออกด้านข้าง จะกระจายออกไปกระทบกับผนังห้องและสะท้อนกลับมาเสริมกับเสียงตรงของไดร์เวอร์ ทำให้เกิดสนามเสียงสเตอริโอที่กว้างมากขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งจะว่าไปก็คล้าย ๆ กับหลักการ Direct / Reflecting ของลำโพงบ้านรุ่นดังอย่าง Bose 901 อยู่เหมือนกัน ข้อดีอีกอย่างของการใช้ไดร์เวอร์แบบฟูลเรนจ์คือมีความกลมกลืนของเนื้อเสียงที่ดีกว่าแยกทวีตเตอร์ / วูฟเฟอร์ รวมถึงไม่ต้องมีวงจรตัดแบ่งความถี่มาลดทอนความบริสุทธิ์ของสัญญาณ ควบคุมการทำงานของลำโพงด้วย DSP และสิ่งที่ถือเป็นทีเด็ดอีกอย่างของ Bose ซึ่งนำมาใช้เพิ่มพลังย่านความถี่ต่ำให้กับ Home Speaker 500 ก็คือเทคโนโลยีท่อเบสระบบรีเฟล็กที่เรียกว่า QuietPort ทำให้ลำโพงตอบสนองย่านความถี่ต่ำลึกได้เกินตัวยิ่งขึ้น   

        ด้านบนของลำโพงจะเป็นส่วนของแผงควบคุมทั้งหมด ซึ่งเป็นปุ่บระบบสัมผัส บริเวณขอบนอกมีการเจาะรูโดยรอบเพื่อใช้รับคำสั่งเสียงผ่าน Amazon Alexa จากไมค์โครโฟนความไวสูงที่ถูกติดตั้งไว้ด้านในทั้งหมดแปดจุด เพื่อให้สามารถรับคำสั่งเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้อยู่ในสถานการณ์ที่มีเสียงรอบข้างดัง เช่นในงานเลี้ยงสังสรรค์หรือปารตี้ และนอกจากนี้ทางผู้ผลิตก็มีแผนที่จะเพิ่มในส่วนของ Google Assistant เข้ามาอีกด้วย น่าเสียดายอยู่อย่างเดียวคือ ณ ตอนที่ผู้เขียนทดสอบยังไม่มีเฟิร์มแวร์อัพเดตให้รองรับฟังก์ชั่นสั่งงานด้วยเสียงสำหรับบ้านเราออกมา จึงไม่ได้ทดสอบในส่วนสำคัญส่วนนี้

        ในส่วนของฟังก์ชั่นไร้สาย Home Speaker 500 ก็จัดเต็มเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คผ่านไว-ไฟ, บลูทูธ และ AirPlay 2 รองรับสตรีมมิ่งเซอร์วิส Spotify, Amazon Music, Deezer และ TuneIn แต่ยังไม่รองรับ Lossless สตรีมมิ่งอย่าง TIDAL ในขณะนี้ แต่แม้จะเป็นลำโพงแบบไร้สายก็ยังอุส่าห์ให้ช่องเสียบขาเข้าแบบ 3.5 มม. มาให้อีกหนึ่งชุด ทำให้สามารถใช้งานร่วมกับ Bose SoundTouch Wireless Link Adapter เพื่อเชื่อมต่อกับเซิฟเวอร์ NAS มาตรฐาน UPnP/DLNA ได้อีกทางหนึ่ง บริเวณด้านท้ายใกล้กับช่องเสียบสายไฟเอซีที่ถูกซ่อนไว้ใต้ฐานลำโพงอย่างแนบเนียน สายไฟที่แถมมาให้นั้นก็มีคุณภาพดีทีเดียว ฉนวนมีความอ่อนตัวไม่แข็งกระด้างให้ตัวดีไม่เหมือนสายแถมทั่วไป

การเซ็ตอัพและติดตั้ง

ในบทความนี้ผู้เขียนขออนุญาตเขียนถึงการเซ็ตอัพเพื่อเริ่มใช้งาน Home Speaker 500 แบบคร่าว ๆ เพราะหากลงรายละเอียดเสียทั้งหมดมันจะกลายเป็นคู่มือการใช้งานไปซะก่อน ท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดการตั้งค่าในเวปไซท์ของ Bose ได้เลย รวมถึงในคู่มือที่แนบมาก็มีรายละเอียดสำคัญค่อนข้างครบถ้วนอยู่แล้ว ตัวของ Home Speaker 500 จะไม่มีรีโมทคอนโทรล แต่สามารถเลือกวิธีควบคุมได้สามแบบคือ แผงควบคุมด้านบนลำโพง, ผ่านแอพบนมือถือ หรือใช้คำสั่งเสียง อันดับแรกของการใช้งานจำเป็นต้องติดตั้งแอพที่ชื่อว่า “Bose Music” ลงบนมือถือหรือแท็ปเลตเสียก่อนเพื่อทำการลงทะเบียนสร้าง Bose ID ของท่าน (ในกรณีที่ยังไม่มี) และเซ็ตอัพให้ลำโพงเชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์คภายในบ้านให้เรียบร้อย หากท่านได้สมัครสมาชิกของสตรีมมิ่งเซอร์วิสเอาไว้ก่อนแล้ว เช่น Spotify หรือ Deezer ก็สามารถล็อกอินบนแอพ Bose Music ได้เลย ซึ่งในตัวแอพ Bose Music เองก็จะแสดงขั้นตอนการติดตั้งให้ทำตามไปเรื่อย ๆ  จนสำเร็จ

        ตัวลำโพงเองจากที่ผู้เขียนได้ทดลองหาตำแหน่งการวาง พบว่าสามารถจัดวางได้อย่างอิสระ ขอเพียงวางบนวัตถุที่มีความมั่นคงสักหน่อยเนื่องจากลำโพงมีน้ำหนักพอประมาณ ไม่เกี่ยงตำแหน่งการนั่งฟังว่าจะใกล้หรือไกลแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นห้องรับแขกเปิดโล่งขนาดสัก 5×7 เมตร Home Speaker 500 ก็ยังให้เสียงที่แผ่กว้างเต็มพื้นที่ได้อย่างสบาย รวมถึงเบสที่หนักแน่นโดยไม่ต้องวางติดผนังช่วยเลย หรือจะเป็นการวางบนโต๊ทำงานนั่งฟังใกล้ในลักษณะ Near-field ก็ไม่รู้สึกว่าอึดอัดหรือรำคาญ อานิสงค์ก็มาจากเทคโนโลยีกระจายเสียง Wall-to-wall ที่แผ่สนามเสียง 360 องศารอบตัวที่ทำให้การรับฟังเสียงจาก Home Speaker 500 ฟังสบายและผ่อนคลาย

ผลการลองฟัง

ต้องบอกก่อนว่า ผู้เขียนต้องการทดสอบ Home Speaker 500 ในรูปแบบเดียวกับเครื่องเสียงบ้านแยกชิ้น เพราะสำหรับการฟังแบบลำลองหรือมิวสิคเลิฟเวอร์ทั่วไปนั้นทำได้ผ่านฉลุยอยู่แล้ว ดังนั้นในการทดสอบนี้จะเป็นการทดลองว่า ศักยภาพของ Home Speaker 500 ว่าเมื่อเอามาใช้ฟังเพลงแบบออดิโอไฟล์ดูบ้างจะเป็นอย่างไร ซึ่งในการทดสอบนี้ผู้เขียนจะใช้การฟังเพลงด้วย Spotify ผ่านไว-ไฟเป็นหลัก สลับกับการเล่นไฟล์ Lossless ด้วยเครื่องเล่นไฮเรสพกพาผ่านสายเชื่อมต่อแบบ 3.5 มม. เข้าที่ด้านท้ายเครื่อง ตอนแรกกะว่าจะใช้ NAS เป็นตัวเล่นไฟล์ Lossless ผ่านเน็ตเวิร์คแต่ตัว Home Speaker 500 ยังไม่มีฟังก์ชั่นรองรับในส่วนนี้ ซึ่งผู้เขียนคิดว่าทาง Bose เองก็คงตั้งใจออกแบบรุ่นนี้มาเพื่อเน้นการฟังแบบมิวสิคเลิฟเวอร์เป็นหลักเสียมากกว่า

        เพลย์ลิสใน Spotify ที่ผู้เขียนแนะนำว่าสามารถเอามาใช้สำแดงประสิทธิภาพของ Home Speaker 500 ได้ดีมากคือ “Songs To Test Headphones With” แทรคแรก Bubbles ของ Yosi Horikawa ซึ่งเป็นเพลงแบบนิวเอจที่มีเสียงเอฟเฟ็คสังเคราห์ประกอบก็ทำให้ทึ่งแล้ว เพราะ Home Speaker 500 ให้เวทีเสียงที่แผ่กว้างแบบรอบทิศทางจริง ๆ คือนอกจากเสียงเอ็ฟเฟคต่าง ๆ จะกระจายตัวหลุดลอยออกไปด้านข้างซ้าย-ขวาแล้ว ยังรับรู้ถึงความสูงต่ำได้ด้วย เช่น ช่วงที่มีเสียงคล้ายลูกปิงปองหล่นลงที่พื้นก็จะได้ยินเสียงที่อยู่ต่ำกว่าระนาบลำโพงลงไปได้จริง   ๆ แน่นอนว่าไม่ถึงขนาดซิสเต็มแบบแยกชิ้น แต่เทียบกับลำโพงลักษณ์นี้ทั่วไปถือว่า Home Speaker 500 แยกแยะมิติเสียงได้ชัดเจนโดดเด่นเป็นพิเศษ

        ย่านเสียงกลางต้องขอยกขึ้นมาพูดถึงก่อน เพราะเป็นจุดขายของ Bose มาแต่ไหนแต่ไร ย่านเสียงกลางของ Home Speaker 500 จะเต็มไปด้วยความอิ่ม นุ่มนวล มีเนื้อหนังฟังสบาย มีความอบอุ่นแฝงอยู่ในเนื้อเสียงทำให้ไม่ว่าฟังเพลงแบบไหน จะไม่รู้สึกว่าเสียงบอบบางขาดน้ำหนัก หรือจัดจ้านแข็งกระด้างเลย แม้จะเป็นการเติมสีสันเข้ามาให้มีความน่าฟังกับทุกแนวดนตรี แต่ก็ยังชั่งน้ำหนักระหว่างความสมจริงเอาไว้ส่วนหนึ่ง เสียงร้องโทนสูงของนักร้องหญิง หรือเสียงเครื่องดนตรีอย่างกีตาร์ เปียโน หรือพวกเครื่องเป่าทองเหลือง ก็ยังมีความสดใสไม่รู้สึกว่าเสียงทึบหนาขายประกายของเสียงไป ส่วนเสียงนักร้องชายหรือพวกเสียงกีตาร์เบสนั้นอิ่ม แน่น มีฐานเสียงรองรับและให้น้ำหนักเสียงที่ดีเช่นกัน ให้จังหวะช้า-เร็วของเสียงได้ชัดเจนดี เสียงคลอเปียโนกับเสียงร้องนุ่มลึกของ Sara Gazarek ในเพลงช้า ๆ ซึ้ง ๆ อย่าง And So It Goes ก็ทำให้ฟังเพลินไปจนจบเพลง

        แม้ Home Speaker 500 จะใช้ไดร์เวอร์แบบฟูลเรนจ์ ไม่มีทวีตเตอร์เข้ามาเสริมย่านความที่สูง แต่ก็ให้ความคมชัด สดใสของปลายเสียงได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว ให้รายละเอียดย่านสูงที่ดี ครบถ้วน ฟังแล้วรู้สึกเปิดโล่งและทอดตัวยาวออกไปไม่รู้สึกว่าปลายเสียงห้วนสั้นแต่อย่างใด อย่างแทร็ค There Is Love in You ของ Four Tet ที่จะมีเสียงเบสทุ้มต่ำให้จังหวะตลอดทั้งเพลง แต่ในขณะเดียวกันเสียงจากเครื่องเคาะโลหะที่เล่นไปพร้อม ๆ กันกลับสว่างสดใสและมีความกังวานทอดตัวได้อย่างน่าฟัง เรียกว่าให้เสียงแหลมออกมาเป็นเม็ด ๆ เป็นตัวตนได้ชัดเจน จากดอกลำโพงฟูลเรนจ์หนึ่งคู่เท่านั้นเอง เอาจริง ๆ ปลายแหลมของ Home Speaker 500 นั้นมีความไพเราะกว่าลำโพงสมารท์หลาย ๆ ตัวที่มีทวีตเตอร์แยกเสียอีก ด้วยคุณสมบัตินี้บวกกับสนามเสียงที่แผ่กว้างเกินตัวของลำโพง ก็ทำให้สามารถถ่ายทอดบรรยากาศของการแสดงสดออกมาได้ดีเช่นกัน คือฟังแล้วได้ความสด หนักแน่น และเก็บรายละเอียดของบรรยากาศออกมาได้เกินตัวมากสำหรับลำโพงประเภทนี้ เพลง No Excuses – Live at the Majestic Theatre ของ Alice In Chains เปิดเสียงให้ดังหน่อยจะได้อารมณ์มาก กับเพลงนี้ถ้าลำโพงควบคุมไม่ดี จะฟังแล้วค่อนข้างสับสนและเจี๊ยวจ้าวไม่น่าฟัง แต่ Home Speaker 500 ก็แยกแยะเสียงต่าง ๆ ออกมาเป็นที่เป็นทางไม่สับสนและตรึงตำแหน่งชิ้นดนตรีได้ไม่เลว

        เสียงเบสของ Home Speaker 500 นั้นให้ย่านเสียงทุ้มต้นที่อิ่มแน่นดี มีอิมแพ็คแรงปะทะหัวโน็ตที่ฟังสนุก และมีความนุ่มนวลพอเหมาะไม่ใช่เสียงเบสแข็ง ๆ กับเพลงทั่วไปเรียกว่าฟังแล้วไม่มีคำว่าเบสบาง เบสหายแน่นอน ยิ่งเสริมการทำงานร่วมกับ QuietPort แล้วทำให้ย่านทุ้มต้นขยายต่อเนื่องไปยังทุ้มกลางได้อย่างต่อเนื่องลื่นไหลและค่อย ๆ จากหายไปอย่างนุ่มนวล เวลาฟังเพลงที่มีเสียงย่านทุ้มต่ำสักหน่อยก็จะไม่ทำให้รู้สึกว่าแห้งจนเกินไป ยังคงมีย่านทุ้มคลอเป็นฐานให้พอได้ยินอยู่ ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาซับวูฟเฟอร์มาเสริมก็สามารถฟังเพลงแทบทุกแนวได้รสชาดดีทีเดียว เวลาฟังเพลงที่มีความลุ่มลึกสักหน่อย อย่างเพลงร้องประสานเสียงในโบสถ์ก็เลยทำให้ทึ่งกับเสียงที่กระหึ่มแผ่กว้างจากลำโพงตัวเล็ก ๆ แบบนี้ไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าจะเอามาฟังอะไรแบบนี้ได้ แต่แน่นอนว่า Home Speaker 500 ก็มีข้อจำกัดในการถ่ายทอดความถี่ต่ำอยู่ โดยทั่วไปจะเป็นเรื่องของระดับความดังที่ทำได้ โดยเฉพาะลำโพงที่ใช้ไดร์เวอร์ขนาดเล็ก เมื่อเร่งเสียงให้ดังมาก ๆ ลำโพงจะเริ่มเกิดความเพี้ยนจนเราได้ยินอาการแตกพร่าของเสียง หรือเสียงที่อู้ก้องเสริมจากโครงสร้างตู้ปะปนออกมา กับ Home Speaker 500 นั้น ต้องเล่นในระดับความดังสูงมากจริง ๆ ถึงจะเริ่มออกอาการให้เห็น แสดงถึงความมั่นคงแข็งแกร่งของโครงสร้างตู้ และคุณภาพการออกแบบที่ดี

สรุป

หลังจากที่ทดสอบเสร็จเหลือบไปมองราคาค่าตัวของ Home Speaker 500 แล้วต้องบอกว่าทำราคามาได้สมน้ำสมเนื้อ เมื่อเทียบกับคุณภาพและงานประกอบที่เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว รวมถึงดีไซน์ที่เข้ากับห้องได้หลากลาย สำหรับคนที่มองหาลำโพงเล็ก ๆ สำหรับฟังเพลงภายในห้องต่าง ๆ ฟังเพลงบนโต๊ะทำงาน ห้องครัว หรือแม้แต่สร้างบรรยากาศในห้องที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ให้เสียงเพลงเติมเต็มพื้นที่ในที่พักอาศัยได้โดยไม่จำกัดตำแหน่งการวาง ฟังลำลองก็ได้หรือฟังแบบจริงจังก็ดี Home Speaker 500 ของ Bose ก็พร้อมที่จะตอบโจทย์ได้อย่างตรงประเด็นมากที่สุดแล้วรุ่นหนึ่งในท้องตลาดตอนนี้

ขอขอบคุณ บริษัท อัศวโสภณ จำกัด โทร 02 266 8136-8, 02 234 6467-8 ที่เอื้อเฟื้อสินค้าสำหรับการทดสอบในครั้งนี้