แผ่นเสียง- เคียงเครื่อง (Vinyl MUST on the shelf !) 9


แผ่นเสียง- เคียงเครื่อง (Vinyl MUST on the shelf !) 9…มงคล อ่วมเรืองศรี

จากแต่เดิมที่ “เพลงไทย” หาแผ่นเสียงที่ฟังแล้วเสียงดี เข้าขั้นมาตรฐานระดับออดิโอไฟล์ – ได้ยากยิ่ง แต่เพราะ “ความเป็นคนไทย” ที่อยากเห็นการพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ได้ทำให้แวดวงเพลงไทยในบ้านเรา ณ ปัจจุบันพัฒนามากขึ้นอย่างเด่นชัด หลายค่าย-หลายสังกัด ต่างหันมาเน้นด้านคุณภาพการจัดทำ รวมทั้งใช้ขั้นตอนการผลิตอย่างพิถีพิถัน คำนึงถึงฐานลูกค้าระดับสูง (ออดิโอไฟล์) เป็นสำคัญ ในขณะที่กลุ่มนักฟังก็ให้ความใส่ใจในการฟังเพลงระดับคุณภาพกันมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งแผ่นเสียงประเภทออดิโอไฟล์ จากในอดีตที่นักฟัง-นักเล่นเครื่องเสียงต้องพยายามเฟ้นหาแผ่นเสียงดีๆ ที่มักจะหนีไม่พ้นเป็นของต่างประเทศ กลายมาเป็นว่า ทุกวันนี้แผ่นเสียง “เพลงไทย” เป็นที่นิยม-ยิ่งกว่า-แม้ว่า “ราคา” จะดูสูง เกินกว่าใครบางคนจะซื้อหามาครอบครองได้ครบถ้วนทุกชุดทุกอัลบั้มที่ออกวางตลาด

…นี่เป็นครั้งแรก สำหรับการบังเกิดคอลัมน์นี้ขึ้นมาในหน้าหนังสือนี้ ด้วยจุดประสงค์หลักก็คือ การหยิบจับอัลบั้มเพลง (โดยเฉพาะของบ้านเรา) ในเวอร์ชั่นแผ่นเสียงของสังกัด หรือค่ายเพลงต่างๆ ที่มีคุณภาพระดับออดิโอไฟล์-จริงๆ – มานำเสนอ เน้นๆ เนื้อๆ ที่มีความโดดเด่น-มีความน่าสนใจ สมดั่งการเสียสละเงินตราเกินกว่าพันบาทในแต่ละแผ่นเพื่อซื้อหามาสะสม และเปิดฟังได้อย่างรื่นรมย์สมอุรา ‘เทียบเคียง’ หรือว่า ‘ใกล้เคียง’ กับแผ่นเสียงระดับ Recommended ของต่างประเทศ –โดยไม่มีการลำเอียง เลือกที่รักมักที่ชัง หรือเชียร์-อวยกันอย่างไร้เหตุผล… ดังนั้นบางครั้งอาจมี “ที่ด้อย” บางอย่าง ทว่าเห็นถึงความตั้งใจทำ อันนี้ก็จะ “ติเพื่อก่อ” กันไป …ด้วยจิตคารวะอย่างจริงใจครับ

 

p1730miu92sgucg1qjd16gd1j933

[ERA] & [ROCK] – P.O.P. – SONY MUSIC (THAILAND) / BEC TERO MUSIC

ในปี 2541 หลังยุคมืดของเศรษฐกิจ “ฟองสบู่แตก” ที่ส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อธุรกิจทุกประเภท ไม่เว้นแม้แต่วงการเพลงของไทยในยุคนั้น…ไม่เว้นแม้แต่อดีตค่ายเพลงชื่อดังอย่าง Bakery Music ที่มี โปรดิวเซอร์ และนักแต่งเพลงมือฉมังอย่าง คุณบอย โกสิยพงษ์ เป็นเจ้าของร่วมกับ “คุณสุกี้” กมล สุโกศล แคลปป์ ที่มีศิลปินในเครือที่ทำยอดขายระดับล้านตลับ อาทิ เช่น โจอี้ บอย และ วงโมเดิร์นด็อก แต่ในภาวะวิกฤติขณะนั้นการจะคลอดอัลบั้มออกมาให้กับศิลปินหน้าใหม่ซักวงออกมาสู่ตลาดนั้นคงจะเป็นเรื่องยากและลำบากใจพอควรทั้งตัวศิลปินและเจ้าของค่าย เนื่องจากต้องแบกภาระ ความกดดันอย่างสูงมาก

อย่างไรก็ตาม ทาง Bakery Music ก็ได้ทำการเสี่ยงเปิดตัววงที่มีชื่อว่า P.O.P ออกมาสู่ทำเนียบศิลปินไทย…ซึ่งชาว Bakerians (แฟนเพลงที่นิยมฟังเพลงของค่าย Bakery Music) จำนวนมากในยุคนั้น ยกเครดิตให้กับวงน้องใหม่วงนี้ว่าเป็น “อัศวินขี่ม้าขาว” ที่เข้ามาช่วยกอบกู้วิกฤติของค่ายเอาไว้ได้…

วง P.O.P มีที่มาของชื่อมาจากคำว่า “Period Of Party” (ช่วงเวลาแห่งความสุข) แต่เดิมตอนที่ส่งเดโมเทปมาให้กับค่าย Bakery Music ใช้ชื่อวงว่า ‘T.N.K.’ โดยนำเอาตัวย่อของชื่อสมาชิกในวงทั้งสามคนมาตั้งเรียงลำดับตามส่วนสูง ซึ่งสมาชิกในวงนี้ประกอบไปด้วย คุณนภ พรชำนิ ตำแหน่ง นักร้องนำ, คุณโต้ง มณเฑียร แก้วกำเนิด ตำแหน่งมือกีตาร์ และ คุณก้อ ณฐพล ศรีจอมขวัญ ตำแหน่งมือเบส ความพิเศษของวงดนตรีวงนี้ คือสมาชิกในวงทุกคนมีความสามารถทางด้านดนตรีสูงมาก ทั้งในเรื่องของการแต่งเพลงเอง ทั้งเนื้อร้อง และทำนอง รวมไปถึงการโปรดิวซ์งานของตัวเองอย่างละเอียดทุกจุด

  1. (Extended Play) Era คือ อัลบั้มแรกที่เปิดตัวได้อย่างสวยงามในยุคนั้น แม้ว่ายอดขายจะไม่ได้สูงถึงล้านตลับ แต่กลับสร้างปรากฏการณ์ได้จนถึงปัจจุบัน   จากความบังเอิญที่กลายเป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จของวง เพราะตอนแรกที่ทำอัลบั้มชุดนี้สมาชิกทั้งหมดไม่ได้ตั้งใจที่จะออกสู่หน้าฉากด้วยตนเอง แต่หวังว่าจะมีศิลปินสักวงที่สามารถถ่ายทอดเพลงของพวกเขาได้ตรงตามความตั้งใจมากที่สุด แต่จะมีใครเล่าที่จะถ่ายทอดงานของคนอื่นได้เท่าตัวเจ้าของผลงานเอง ดังนั้นทางเจ้าของค่ายทั้งคุณ สุกี้ และคุณบอย จึงเปลี่ยนแผนจากโปรเจ็กต์เบื้องหลังดันทั้งสามคนสู่เบื้องหน้าฉาก แบบดิบๆ เดิมๆ ไม่มีงบโปรโมท หรือ ซื้อสื่อใดๆ ให้เลย…

วง P.O.P ตั้งเป้าหมายยอดขายของอัลบั้มชุดแรกไว้แค่สามหมื่นตลับ เนื่องจากสมาชิกแต่ละคนของวงไม่ชินกับการทำการตลาดกับสื่อต่างๆ เนื่องจากต้องทำทุกอย่างด้วยตนเองทั้งหมดและกว่าจะได้รับเช็คงวดแรกจากทางค่ายก็ผ่านไปเป็นปี แม้จะดูตะกุกตะกักไปบ้างในจุดเริ่มต้น แต่ยอดขายระดับเกินแสนตลับในยุคมืดของเศรษฐกิจกลับเป็นแสงสว่างที่พอจะทำให้ทั้งทางศิลปินและต้นสังกัดใจชื้นมากพอควรเลยทีเดียว

 Print

หลังจากนั้นมาในปี 2542 และ 2543 วง P.O.P ก็ออกผลงานมาอีก 3 อัลบั้มหลักๆ ด้วยกัน ประกอบไปด้วย Party of the Period, P.O.P และ In The Room (Cleantone album – อะคูสติกเวอร์ชัน) ทำให้สร้างฐานแฟนเพลงได้จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับประสบการณ์ในการทำงานเพลงเจนจัดมากขึ้นเช่นกัน แต่ในระหว่างนั้นสมาชิกแต่ละคนของวงก็มีถูกยืมตัวไปช่วยศิลปินอื่นในค่ายด้วยเช่นกัน ทำให้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ วง P.O.P หายหน้าหายตาไปกว่า 3 ปี ถึงจะออกอัลบั้มชุดที่ 5 ออกมาในปี 2546 ชื่อสั้นๆ ว่า “S” ซึ่งมีที่มาจากคำว่า ‘Summary’ (บทสรุป) ซึ่งอัลบั้มนี้มีกระแสตอบรับที่ดีมากจากแฟนเพลง

อย่างไรก็ตาม ทุกการเดินทางย่อมมีจุดสิ้นสุด… ในปี 2547 วง P.O.P ก็ได้จัดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้าย “An Era Has Been Completed” ให้กับแฟนเพลงขึ้นที่ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี ก่อนที่สมาชิกแต่ละคนจะแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตนเอง…ปิดฉากบทที่หนึ่งไปอย่างสมบูรณ์

สมาชิกหลักของวงอย่าง คุณนภ พรชำนิ ก็มีการออกอัลบั้มเดี่ยวของตัวเอง และก็ประสบความสำเร็จมากจนเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง เพราะนอกจากน้ำเสียงที่มีเอกลักษณ์ ประกอบกับหน้าตาที่หล่อเหลา และบุคลิกที่ดูเป็นสุภาพบุรุษแต่แฝงความขี้อายไว้ลึกๆ ที่ถูกใจสาวน้อยสาวใหญ่แล้ว ความสามารถในการแต่งเพลง และโปรดิวซ์เพลงให้กับศิลปินอื่นๆ ในค่ายก็โดดเด่นเช่นกัน

ส่วน คุณก้อ – ณฐพล ศรีจอมขวัญ ได้กลายมาเป็นเสาหลักให้กับ “วงกรู๊ฟไรเดอร์ส” ที่โด่งดังเป็นพลุแตกจนได้สมญานามจากแฟนเพลงในเมืองไทยว่า “The Godfather of Disco” มีเพลงที่ติดหูมากมาย อาทิเช่นเพลงหยุด, ฮอร์โมน, รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป และเธอทั้งนั้น นอกจากจะเป็นมือเบสให้กับวงแล้ว ยังทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ และนักแต่งเพลง ให้กับวงด้วยจนเป็นที่ยอมรับในวงการอย่างกว้างขวาง จนทำให้คุณก้อเดินหน้าต่อไปขั้นด้วยการออกอัลบั้มเดี่ยวของตนเองอีก 2 อัลบั้มด้วยกัน ส่วนคุณโต้ง – มณเฑียร แก้วกำเนิด ได้เริ่มทำธุรกิจส่วนตัว แต่ก็ยังคงไม่ทิ้งวงการเพลง โดยมีผลงานกับวง “Save Da Last Piece” และอัลบั้ม ‘Tong Jerry & Friends’ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง

 87_20130424113013.

ในที่สุดความฝันของแฟนเพลงที่รอคอยการกลับมาของวง P.O.P ก็เป็นจริงเมื่อสมาชิกเก่าทั้งสามคนได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในปี 2555 ภายใต้ต้นสังกัดใหม่อย่างค่าย ‘LOVEis’ ของคุณบอย โกสิยพงษ์   นอกจากนี้ยังมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาอีก 2 คนอย่างเป็นทางการ คือ คุณเจอร์รี่ – ศศิศ มิลินทวนิช ตำแหน่งกีตาร์ และ Mr.Z (มิสเตอร์ซี) – สมเกียรติ์ อริยะชัยพาณิชย์ ตำแหน่งคีบอร์ด และ Mixing โดยที่วง P.O.P ได้จัดคอนเสิร์ตใหญ่ขึ้นที่ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี เมื่อวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา โดยใช้ชื่อว่า “P.O.P Party of the Bakerians” ซึ่งได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงทั้งยุคเก่าและใหม่อย่างล้นหลาม (บัตรขายหมดเกลี้ยง) จากการที่ตัวผมได้มีโอกาสเข้าไปชมคอนเสิร์ตในวันนั้น ต้องยอมรับตามตรงว่า วง P.O.P มีความเป็นมืออาชีพ และรักแฟนเพลงของวงมาก เนื่องจากเล่นเกินเวลาไปกว่า 40 นาที   หากจะกล่าวว่า ถ้าแฟนเพลงยังไม่กลับ พวกเขาจะยังไม่หยุดเล่น คงจะไม่ผิดจากความจริงมากนัก

ปัจจุบันทางค่าย LOVEis ได้มีการนำอัลบั้ม ‘ERA’ ของวง P.O.P มา Re-mastered อีกครั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนเพลงในรูปแบบของ Vinyl และอัลบั้มใหม่ล่าสุดอย่าง ‘Rock’ ก็มีการจัดทำออกมาทั้งในรูปแบบของ CD และ Vinyl ส่วนตัวผมขอแนะนำเพลงเพราะๆ จากสองอัลบั้มที่กล่าวไว้ด้านบนจะถนัดกว่า ซึ่งจากอัลบั้ม ERA ผมอยากแนะนำให้ลองฟัง Track.1 : แค่ได้พบเธอ / Passer By Part II, Track.2 : ไม่มี /Tomorrow With Nobody และ Track.6 : รักของเธอมีจริงหรือเปล่า / Real Love? (Confession Version) ส่วนอัลบั้ม Rock ขอแนะนำเพลงใหม่อย่าง Track.3 : ได้ยินความรักบ้างไหม – Can you hear my heart? กับ Track.4 : คนที่ไม่บอกผ่าน – Non Passer By ครับ

 

ค้นคว้านำมาเล่าสู่โดย : ณัฐพล อ่วมเรืองศรี

p.o.p. ERA 

มาในส่วนของผม เรื่องของการรับฟัง อัลบั้ม “ERA” ให้เสียงที่สดสะอาด และแน่น ไล่ระดับการถอยลึกของอิมเมจ/ซาวด์สเตจได้เป็นแถว-ชั้น ชิ้นดนตรีไม่เบียดเสียด-ชิดกันติดหนึบ เสียงกีตาร์นั้นคมชัดใสสดดีมาก ในเพลง “ไม่มี” เป็นเพลงซอฟต์ๆ แต่แน่นในท่วงทำนอง เพลง “รักของเธอมีจริงหรือเปล่า” นี่ออกทางหอมละมุน จับจิต ประทับใจเลยทีเดียว เสียงเขย่าแทมโบลินช่างน่ารักจริงๆ …ฟังแล้วนึกถึงกลิ่นอายเพลงของ Michael Franks ขึ้นมาเลยล่ะ

p.o.p. ERA 2

อัลบั้ม ‘ERA’ :- เสียง : พอใช้          รายละเอียด : ดี     อิมเมจ & ซาวด์สเตจ : พอใช้      ห้วงอารมณ์ : ดี

p.o.p. ROCK

สำหรับอัลบั้ม “ROCK” – ได้เปรียบกว่าในแง่ของคุณภาพเสียง เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างทั้งสองอัลบั้ม ด้วยสุ้มเสียงที่หนักแน่น ไม่ตีบตัน เร่งเสียงฟังดังๆ เอามันๆ ให้เสียงที่ลอยตัว ไม่รู้สึกอัดอั้น ชิ้นดนตรีมีอิสระไม่เบียดชิดติดกัน ช่วงปลายเสียงสูงกระจ่าง และสดใสคมกริบทีเดียว ในเพลง “ถึงเวลา” ท่วงทำนองออกทางช้าๆ ฟังสบายๆ ครั้นพอถึงเพลง “ได้ยินความรักบ้างไหม” โดนครับ ไพเราะถูกใจ ในขณะที่เพลง “ชอบอ่ะ” – แรงส์ มันส์ ส่วนเพลง “P.O.P. – ร่วมทาง” นี่ละมุนละไม ถูกใจไปอีกเพลงครับ (กลับมาฟังซ้ำซะสอง-สามรอบ) …แล้วก็มาถึงเพลง “ลมหายใจ” ที่ขอเรียกว่าเป็นภาคพิเศษ ‘ร็อกเวอร์ชั่น’ สนุก-มันในอารมณ์ครับ ฟังกันแล้ว จัดไปใครอยากจะดิ้น…. ให้ตายเถอะโรบิ้น

p.o.p. ROCK 2

อัลบั้ม ‘ROCK’ :- เสียง : ดี   รายละเอียด : พอใช้              อิมเมจ & ซาวด์สเตจ : ดี       ห้วงอารมณ์ : ดี