รีวิว SOUL X-SHOCK True Wireless Earphones

DAWN NATHONG

นิยามใหม่ของหูฟังไร้สาย

SOUL เป็นแบรนด์หูฟังแบบไลฟ์สไตล์น้องใหม่จากบริษัทอัศวโสภณ ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดในบ้านเราได้ไม่นาน แต่สำหรับในต่างประเทศนั้น SOUL Electronics คือหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีเทคโนโลยีการผลิตที่ไม่น้อยหน้าใครทั้งในด้านระบบเสียง ระบบ Noise Cancelling หรือระบบการเชื่อมต่อไร้สาย สินค้าชิ้นแรกของบริษัทเปิดตัวมาช่วงปี 2011 เป็นสินค้าในกลุ่มของหูฟัง ด้วยการร่วมมือกันกับซาวด์เอ็นจิเนียร์และศิลปินรางวัลแกรมมี่ชื่อดังอย่าง Chris “Ludacris” Bridges และใช้ชื่อว่า “SOUL by Ludacris”

ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้นไม่กี่ปี มีอีกแบรนด์หนึ่งที่ก่อตั้งโดยศิลปินดังเช่นกัน คือ Beats by Dre (ปัจจุบันขายกิจการให้กับ Apple ไปเรียบร้อยแล้ว) แม้ว่าทั้งสองแบรนด์จะมีศิลปินสายดนตรีเป็นผู้ก่อตั้ง แต่แนวทางการออกแบบนั้นต่างกันโดยเฉพาะเรื่องของแนวเสียง ใครที่เคยฟังหูฟัง Beats จะรู้ว่าแนวเสียงนั้นเน้นความหนักแน่นของเสียงเบสเป็นจุดขาย เหมาะกับแนวดนตรีฮิปฮอบ อาร์แอนด์บี หรือแนวอิเล็กทรอนิกส์มากเป็นพิเศษ แต่กับ SOUL นั้นมีจุดขายที่ต่างกันเพราะจะเน้นการฟังเพลงที่หลากหลายแนว รวมทั้งการฟังเพลงที่เน้นความเป็นออดิโอไฟล์มากกว่า

SOUL X-SHOCK Absolutely True Wireless Earphones

หูฟังรุ่น X-Shock ที่ผู้เขียนรับมาทดสอบ เป็นหูฟังในกลุ่มไร้สายแบบสปอร์ตระดับพรีเมี่ยมของทาง SOUL Electronics มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 4,900 บาท (ราคาตั้ง) ซึ่งแพงที่สุดในกลุ่มหูฟังประเภทอินเอียร์ตอนนี้ของบริษัท แต่ถ้ามองไปที่กลุ่มสินค้ารุ่นท็อปประเภทเดียวกันของแบรนด์ดังอื่น ๆ แล้ว X-Shock ยังมีราคาถูกกว่าหลายเจ้าอยู่เกินครึ่งเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังออกแบบมาเพื่อเน้นการใช้งานในชีวิตประจำวันกับกิจกรรมทุกรูปแบบ รวมถึงการออกกำลังกายทั้งในและนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว และใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานตลอดวัน รวมถึงการสวมใส่ที่กระชับและสบายไม่ล้าหู

อุปกรณ์ที่แถมมาในกล่อง

รายละเอียดที่น่าสนใจ

ด้วยความที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานแบบค่อนข้างสมบุกสมบัน เทคโนโลยีด้านการป้องกันความชื้นของหูฟังตัวนี้ย่อมไม่ธรรมดา เพราะใช้เทคโนโลยีนาโนโค้ตติ้งที่เรียกว่า Double-injection ซึ่งเป็นโซลูชั่นในการป้องกันน้ำและความชื้นที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ทำให้ X-Shock ป้องกันน้ำได้ในระดับ IPX5 โดยสามารถป้องกันการโดนพ่นหรือฉีดน้ำใส่ตรงๆ ได้ รวมถึงแช่อยู่ในน้ำได้ถึง 30 นาที เรียกว่าใส่ลุยฝนกันสบาย ๆ หรือตัดปัญหาเรื่องของความชื้นจากเหงื่อออกได้เลย

ในส่วนการเชื่อมต่อบลูทูธ X-Shock ใช้มาตรฐานของ Bluetooth 5.0 ซึ่งมีระยะทำการในพื้นที่โล่งถึง 10 เมตร ตัวเสาส่งสัญญาณภายในมีการเคลือบทองช่วยป้องกันการรบกวนได้ดีขึ้นและช่วยในเรื่องของความเสถียรในการรับ-ส่งสัญญาณ เท่าที่ผู้เขียนทดลองใช้งานจริงหากมีสิ่งกีดขวาง เช่นกำแพงก็จะมีระยะทำการอยู่ที่ 5-6 เมตรโดยประมาณ ก่อนสัญญาณจะเริ่มขาดหาย ซึ่งก็ถือว่าเกินพอเมื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ยังสามารถจัดการพลังงานของแบตเตอรี่ได้ดี การชารจ์ไฟเต็มหนึ่งครั้งสามารถฟังต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 54 ชั่วโมงหรือเกือบ 3 วันเลยทีเดียว ถือว่าแบตอึดมาก ๆ เมื่อเทียบกับแบรนดอื่น ๆ ตัวเคสที่ใช้ชารจ์หูฟังบรรจุแบตเตอรี่ Li-ion Polymer ขนาด 3,000mAh มันก็คือเพาเวอร์แบงค์ขนาดย่อมดี ๆ นี่เอง สามารถชารจ์ตัวหูฟังจนเต็มได้ถึง 16 รอบ มีจุดไฟแอลอีดีระบุปริมาณแบตเตอรี่อยู่ทางด้านหน้าเคส รวมถึงมีช่อง USB สำหรับชาร์จมือถือติดมาให้ด้วย (ชาร์จจนเต็มได้หนึ่งครั้ง) ตัวเคสใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานมีน้ำหนักราว 135 กรัม เมื่อรวมกับคุณสมบัติด้านความจุของแบตเตอรี่และความอึดแล้ว เหมาะสมกับการพกพาออกนอกสถานที่และใช้งานแบบสมบุกสมบันได้เป็นอย่างดี

ตัวหูฟังมีน้ำหนักเบาเพียง 6 กรัม ให้ความกระชับเวลาสวมใส่ดีมาก แนะนำว่าเวลาแยงหูเข้าไปแล้วหมุนตัวหูฟังไปทางด้านหลังเล็กน้อยให้แนบเข้ารูปกับใบหู คราวนี้ถึงจะใส่วิ่งหรือทำกิจกรรมอะไรหูฟังจะไม่มีหลุดหลวมออกมาได้แน่นอน ตัวจุกมีความอ่อนนุ่มใส่สบายและซีลกันเสียงรบกวนภายนอกเวลาสวมใส่ได้ดีทีเดียว ไม่ถึงขั้นเงียบสนิทแบบหูฟังระบบ Noise Canceling แต่ก็กันเสียงภายนอกได้ดีพอตัว อันนี้สำคัญเพราะมีผลต่อเรื่องของการได้ยินรายละเอียดเสียงที่ครบถ้วนมากขึ้นเมื่อใช้งานนอกสถานที่

การเชื่อมต่อและการใช้งาน

อีกคุณสมบัติที่ X-Shock ทำได้น่าประทับใจคือความเร็วในการเชื่อมต่อสัญญาณ (Pairing) ที่ทาง SOUL ทำการบ้านมาได้ดี ระบบ Auto-pairing นั้นทำงานได้รวดเร็วดีมาก ผู้เขียนลองจับเวลาการเชื่อมต่อทันทีที่ยกหูฟังออกจากเคส ใช้เวลาไม่เกิน 3 วินาทีในการจับคู่กับอุปกรณ์ ซึ่งถือว่าสะดวกและรวดเร็ว

ส่วนเรื่องของ Codec ผู้เขียนลองเช็คการแปลงรหัสเสียงบูลทูธของ X-Shock ดูปรากฏว่าเป็น SBC ซึ่งเป็น Codec แบบพื้นฐานของการเชื่อมต่อเกือบทุกอุปกรณ์ รองรับบิตเรตได้สูงสุดราว 330 kbps บนความละเอียด 16 bit / 44.1 kHz หรือ 48 kHz มีข้อดีคือใช้พลังงานน้อย มีช่องสัญญาณที่แคบ เวลาใช้งานในพื้นที่ที่มีสัญญาณรบกวนเยอะจะให้ความเสถียรสูงกว่าพวก aptX หรือ LDAC ในระดับหนึ่ง และด้วยการประมวลผลที่ไม่ซับซ้อน ทำให้ลดปัญหาอาการหน่วง (Latency) เวลาซิงค์หูฟังทั้งสองข้างและอาการดีเลย์หรือเสียงไม่ตรงกับปากเวลาดูหนัง, เล่นเกมหรือชม YouTube ไปได้มากโข ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับหูฟังประเภทนี้ ขนาดหูฟังทรูไวร์เลสตัวล่าสุดของโซนี่ WF-1000XM3 ก็ยังเลือกใช้ Codec SBC และ AAC แทนที่จะใช้ LDAC ของตนเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นเช่นเดียวกัน

ตัวหูฟังเมื่อหยิบขึ้นจากเคสจะมีไฟแออีดีกระพริบโชว์ที่ตัวหูฟังทั้งสองข้าง ตัวหูฟังรองรับฟังก์ชั่นการสั่งงานด้วยเสียงทั้ง Google Assistant และ Siri พอสวมเข้ากับหูจะมีเสียงแจ้งเตือนการเชื่อมต่อและแจ้งแชนแนลของหูฟังซ้าย-ขวา บริเวณโลโก้ของตัวหูฟังเป็นปุ่มคอนโทรลสำหรับใช้ควบคุมการเล่นเพลงและการโทรต่าง ๆ รวมถึงการเปิดใช้งานฟังก์ชั่นการสั่งงานด้วยเสียงบนมือถือ ด้วยความที่เป็นแบบปุ่มกดไม่ใช่ระบบสัมผัสที่ใช้การ “แตะ” เวลากดอาจต้องใช้สองนิ้วช่วยจับตัวบอดี้หูฟังเวลาจะออกแรงกดปุ่มสักหน่อย

การสั่งงานการโทร

  • วางสาย: กดปุ่มข้างซ้าย 1 ครั้ง
  • รับสาย: กดปุ่มข้างซ้าย 1 ครั้ง
  • โทรซ้ำ: กดปุ่มข้างซ้าย 3 ครั้ง
  • ไม่รับสาย: กดปุ่มข้างซ้าย 2 ครั้ง

การสั่งงานเล่นเพลง

  • เล่น / หยุดเพลง: กดปุ่มข้างซ้ายหรือขวา 1 ครั้ง
  • ข้ามเพลง: กดปุ่มข้างซ้ายหรือขวา 2 ครั้ง

ฟังก์ชั่นอื่น ๆ

  • เปิด / ปิดฟังก์ชั่นสั่งงานด้วยเสียง: กดปุ่มข้างซ้ายค้าง 1 วินาที
  • ปิด / เปิดการทำงานของหูฟัง: กดปุ่มข้างซ้ายหรือขวาค้างไว้ 2-6 วินาที

ผลการลองฟัง

ผู้เขียนจะทดสอบด้วยการฟังผ่านแอพสตรีมมิ่งอย่าง Spotify (บิตเรตสูงสุดอยู่ที่ 320 kbps) รวมถึงทดสอบฟังกับแหล่งโปรแกรมที่มีบิตเรตสูงกว่าอย่าง Lossless หรือไฟล์เพลงความละเอียดสูงอย่างไฮเรสและ MQA ด้วแอพ USB Audio Player PRO ที่แม้จะสัญญาณถูก Re-encode ใหม่เพื่อลดบิตเรตลง แต่ก็รับรู้ได้ถึงรายละเอียด ความนิ่งและมิติของเสียงที่คมชัดกว่าการฟังสตรีมมิ่งผ่าน Spotify ชัดเจน แสดงให้เห็นว่าชิปประมวลผลที่อยู่ใน SOUL X-Shock นั้นมีประสิทธิภาพดีทีเดียว แม้เสียงจะดรอปไปบ้างแต่ฟังแล้วเสียงยังสดใสปลายหางเสียงมีประกายและทอดตัวได้ดี ไม่ทึบห้วนสั้นแบบหูฟังบลูทูธราคาถูก ด้านการแยกมิติก็ทำได้น่าพอใจ มีหน้าหลังซ้ายขวาแยกแยะเป็นเลเยอร์ดี เพียงแต่คงไม่เด็ดขาดเท่าหูฟังระดับไฮเอ็นด์ เวทีเสียงกว้างปานกลางฟังแล้วไม่อึดอัด

โทนเสียงของ X-Shock จูนเสียงมาได้ค่อนข้างบาล้านซ์ดีทีเดียว เป็นอีกหนึ่งข้อดีของการเลือกใช้ไดร์เวอร์แบบไดนามิกขนาด 5.8 มม. ตัวเดียว แทนที่จะใช้ไดร์เวอร์แบบ BA ซึ่งอาจทำให้โทนัลบาล้านของเสียงหนักไปทางย่านกลางแหลมมากเกินไป (โดยเฉพาะกับหูฟังระดับราคาไม่สูงนัก) ย่านแหลมกับทุ้มได้ปริมาณสมดุลกับย่านเสียงกลางพอสมควร เรียกว่าแค่ยกปลายแหลมกับทุ้มต้นนิด ๆ ให้พอฟังสนุกและไม่กลบรายละเอียดย่านเสียงกลาง ชดเชยกับรายละเอียดของเสียงที่ถูกดรอปลงได้พอดี แถมเสียงนักร้องยังเปิดลอยออกมาในระนาบที่พอดี ไม่ถอยหลังหรือเดินหน้าออกมามากเกินไป ทำให้ฟังสนุก ได้ยินรายละเอียดหยุมหยิมของเสียงที่เคลียร์ชัดเจนไม่แพ้การฟังกับหูฟังแบบมีสายปกติในระดับราคาใกล้คียงกัน

ย่านทุ้มเสียงเบสมาเป็นลูกไม่ใหญ่นัก แต่นุ่มนวลและกระชับเก็บตัวดีไม่รุ่มร่าม ปริมาณของย่านเสียงต่ำถือว่าเพียงพอกับการฟังเพลงทั่วไป ไม่รู้สึกว่าเบสแห้ง เบสบางแต่อย่างใด เวลาฟังเสียงเครื่องดนตรีอคูสติกส์พวกดับเบิ้ลเบสก็ยังให้ออกมาเป็นลูก ๆ มีน้ำหนักทิ้งตัวให้ได้สัมผัสอยู่ ในระดับราคานี้กับหูฟังไวร์เลส ทำได้เท่านี้ก็ถือว่าน่าพอใจมาก ๆ แล้ว ส่วนกับแนวเพลงป็อป ร็อค อาร์แอนด์บี หรืออิเล็กทรอนิกส์นั้น ถ้าท่านไม่ใช่คอเบสหนักเกินจริงละก็ถือว่าเพียงพอแล้วกับปริมาณ สำคัญคือย่านเบสนั้นไม่ไปกวนย่านกลางแหลมแม้แต่นิดเดียวสมราคาคุย

แน่นอนว่าเมื่อย่านเสียงเบสไม่ไปกวนย่านกลางแหลม ทำให้เสียงกลางมีความเคลียร์ชัดในระดับที่น่าพอใจ ฟังเสียงนักร้องได้รายละเอียดครบชัด และเป็นความคมชัดแบบธรรมชาติคือไม่คมแข็งจัดจ้านหรือขึ้นขอบมากจนเกินไปนัก มีความอิ่ม มีทรวดทรง รู้สึกถึงความกลมมนของเสียงร้องไม่แบนเป็นหน้ากระดานได้ด้วย คล้ายเวลาเราฟังเสียงคนพูดจริง ๆ อันนี้ถือว่าค่อนข้างเซอร์ไพรส์กับหูฟังตัวนี้อยู่เหมือนกัน (น่าจะมาจากการเลือกใช้ไดร์เวอร์แบบไดนามิกคุณภาพดี) ไม่ค่อยจะฟังได้ชัดเจนจากหูฟังระดับราคานี้นักแถมยังเป็นหูฟังบลูทูธซะอีก

ปลายแหลมต้น ๆ ถูกยกให้โด่งขึ้นเล็กน้อย อาจจะติดแข็งนิด ๆ ขาดความพลิ้วไปหน่อยแต่ไม่ถึงกับเสียอรรถรส หรือจัดจ้านจนน่ารำคาญ เวลาฟังเสียงเครื่องเคาะโลหะ เสียงโซโลกีตาร์ จะได้อารมณ์คึกคักฟังสนุกไปพร้อมกับรายละเอียดหางเสียงที่ชัดเจน แต่ไม่ใช่เสียงแหลมแบบนุ่มนวลแน่นอน ซึ่งอันนี้ถือว่าดี เพราะเวลานำไปใช้งานนอกสถานที่ หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ได้นั่งอยู่ในห้องเงียบ ๆ พอเจอกับเสียงรบกวนจากภายนอกเราจะได้ยินรายละเอียดของเสียงย่านต่าง ๆ ลดลง โดยเฉพาะย่านปลายแหลมจะแผ่วลงไปพอสมควร การยกย่านแหลมขึ้นมาจะช่วยชดเชยทำให้เราได้ยินรายละเอียดของเสียงที่ดีขึ้น

สรุป

หากมองกันในภาพรวมแล้ว SOUL X-Shock เป็นหูฟังไร้สายที่ออกแบบมาตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างตรงประเด็นเลยที่เดียว การเลือกหูฟังแบบไร้สายเพื่อมาใช้งานในชีวิตประจำวันและใส่ทำกิจกรรมต่าง ๆ นั้น ต้องพิจารณาฟังก์ชั่นการใช้งานในหลายๆ แง่มุมนอกจากเรื่องของคุณภาพเสียงเพียงอย่างเดียว ซึ่งหูฟังตัวนี้ทำคะแนนในแต่ละด้านไปได้สูงมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพเสียงที่โดดเด่น การเชื่อมต่อที่รวดเร็ว สัญญาณที่เสถียร และความอึดของแบตเตอรี่ที่เกินหน้าเกินตาคู่แข่ง รวมถึงความทนทานต่อความชื้น เมื่อเทียบกับราคาค่าตัวแล้วก็เรียกว่าคุ้มค่าคุ้มราคาทีเดียว ยิ่งในช่วงเวลานี้ที่หูฟังแบรนด์จีนเริ่มบุกตลาดกลุ่มหูฟังทรูไวร์เลสมากขึ้นเรื่อย ๆ SOUL X-Shock ก็ยังถือเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่น่าพิจารณา

รายละเอียดด้านเทคนิค

  • Weight: 145g (5g of each earpiece)
  • Dimensions: ear piece: 26W x 19H x 24D (mm), case: 90W x 65H x 28D (mm)
  • Bluetooth version: Bluetooth 5.0
  • Maximum Input Power: 5mW
  • Speaker Diameter: 5.8mm
  • Operating keys: Answer/End phone call, Play/Pause
  • Bluetooth Profiles: HFP, A2DP, AVRCP
  • Battery Life (Talk or Music time): Up to 3.4 hrs playback (Varies by volume level and content), Up to 54 hrs on the go (16 times recharge)
  • Sensitivity: 92dB
  • Frequency Response: 20-20KHz
  • Bluetooth Range: 33ft
  • Driver Type: Dynamic
  • Impedance: 32Ω
  • Washable / Sweat resistant: iPX5

ขอขอบคุณ บริษัท อัศวโสภณ จำกัด โทร 02 266 8136-8, 02 234 6467-8 ที่เอื้อเฟื้อสินค้าสำหรับการทดสอบในครั้งนี้