รีวิว SOUL Electronics Impact OE Wireless

DAWN NATHONG

หูฟังไร้สายทรงสปอร์ตสำหรับนักฟังเพลงตัวจริง

Impact OE Wireless เป็นหูฟังอีกรุ่นของแบรนด์ SOUL Electronics บริษํทผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียงชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ที่บริษัทอัศวโสภณนำเข้ามาทำตลาด ตัวนี้เป็นหูฟังแบบฟูลไซส์หรือแบบครอบหูทรงสปอร์ตที่ออกแบบมาเน้นการพกพาที่สะดวก เหมาะกับการสวมใส่ขณะเดินทาง รวมถึงให้คุณภาพเสียงที่ดีไปพร้อมกัน ถ้าดูจากสินค้าทั้งหมดแล้ว Impact OE Wireless จะเป็นหูฟังรุ่นท็อปสุดในกลุ่มฟูลไซส์ตอนนี้

        มองไปในตลาดตอนนี้เรียกว่าแทบจะหาหูฟังประเภทเดียวกันในพิกัดราคาไม่เกินห้าพันบาทมาเปรียบเทียบได้น้อยมาก (Impact OE Wireless ราคา 4,900 บาท) ที่ต่ำกว่าส่วนใหญ่ก็จะเป็นหูฟังสำหรับกลุ่มเกมส์มิ่ง และหากขยับสูงขึ้นไปราคาก็จะกระโดดไปอีกสองสามพันบาท ก็ถือว่าทางอัศวโสภณเลือกเอาหูฟังตัวนี้มาทำตลาดได้อย่างน่าสนใจ เพราะทาง SOUL เองแม้จะออกตัวว่าเน้นดีไซน์เป็นหูฟังแบบสปอร์ต แต่ก็เป็นบริษัทที่เน้นเรื่องของคุณภาพเสียงในการฟังเพลงด้วยเช่นเดียวกัน

รายละเอียดที่น่าสนใจ

Impact OE Wireless ใช้ไดร์เวอร์แบบไดนามิกขนาด 40 มม. แม่เหล็กแบบนีโอไดเมียม จูนเสียงมาในแบบฉบับของ SOUL คือให้ความชัดเจนกระจ่างของย่านกลางแหลมที่ดี รวมถึงย่านเบสที่หนักแน่นและมีรายละเอียดไม่กวนย่านกลางแหลม ด้านการสวมใส่อันที่จริงจะเรียกว่าเป็นหูฟังฟูลไซส์ก็ไม่ถูกนักเพราะขนาดของเอียร์แพดยังไม่ได้ใหญ่พอที่จะครอบทั้งใบหูทั้งหมด กึ่ง ๆ เป็นแบบเซมิฟูลไซส์เสียมากกว่าคือเอียร์แพดจะแนบไปบนใบหูแทน เข้าใจว่าต้องการให้มีขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก

ก้านหูฟังเป็นอะลูมิเนียมให้ความแน่นกระชับเวลาสวมใส่ดีไม่มีหลุดเวลาใส่เดินแน่นอน แต่สำหรับคนที่สวมแว่นอย่างผู้เขียนอาจจะรู้สึกว่ามันกดใบหูแนบกับขาแว่นแน่นไปนิด (สำหรับคนไม่สวมแว่นตาจะไม่มีปัญหาเลย) ดีว่าตัวเอียร์แพดนั้นมีความนุ่มมากเพราะทำมาจากวัสดุหนังอย่างดี ส่วนก้านเป็นอะลูมิเนียมหุ้มด้วยฟองน้ำบุผ้าเกรดพรีเมียม สวมใส่นาน ๆ ได้อย่างสบาย น้ำหนักตัวนั้นก็เบามากแค่ 240 กรัม เวลาสวมใส่ไม่รู้สึกว่าตัวหูฟังนั้นกดบนศีรษะ

        จุดเด่นอีกอย่างคือเรื่องความอึดของแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 18 ชั่วโมง เป็นแบต Li-ion Polymer ขนาด 300mAH หากสแตนด์บายไว้เฉย ๆ ไม่มีการใช้งานจะอยู่ได้นานถึง 20 วันเลยทีเดียว หรือในกรณีที่แบตเตอรี่หมดยังสามารถใช้การเชื่อมต่อแบบสายสัญญาณแทนได้ด้วยสายแบบ 3.5 มม. ที่แถมมาให้ในกล่อง การเชื่อมต่อแบบไร้สายส่งผ่านสัญญาณ Bluetooth 4.0 รองรับ SBC ซึ่งเป็น Codec แบบพื้นฐานของการเชื่อมต่อเกือบทุกอุปกรณ์ รองรับบิตเรตได้สูงสุดราว 330 kbps บนความละเอียด 16 bit / 44.1 kHz มีระยะทำการไกลสุดอยู่ที่ราว 10 เมตรในพื้นที่โล่ง ถ้าใช้ในที่พักอาศัยมีสิ่งกีดขวาง เช่น กำแพง ระยะทำการก็จะลดลงมาเหลือประมาณ 6-7 เมตร และทีเด็ดคือมันสามารถจับคู่บลูทูธกับอุปกรณ์ได้สองเครื่องพร้อมกัน

อุปกรณ์ที่แถมมาในกล่อง

  • เคสแข็งสำหรับใส่ตัวหูฟัง
  • สายสัญญาณแบบ 3.5 มม.
  • สาย Micro USB สำหรับชาร์จ

การควบคุมและการเชื่อมต่อ

ปุ่มควบคุมจะซ่อนอยู่ทางด้านหลังของเฮ้าส์ซิ่งหูฟังข้างขวา มีปุ่มโวลุ่มเพิ่ม – ลดเสียง (กดหนึ่งครั้ง), ข้ามเพลง (กดค้าง) ถัดลงมาเป็นปุ่มเพาเวอร์ปิด – เปิดการทำงานบลูทูธ รวมถึง Pairing จับคู่กับอุปกรณ์ (กดค้าง) รวมถึงควบคุมการโทร สลับสาย, รับสาย, วางหู และโทรซ้ำ (กดซ้ำสองครั้ง) ถัดลงมาอีกเป็นช่องเสียบสายสัญญาณแบบ 3.5 มม. ส่วนเฮ้าส์ซิ่งด้านซ้ายจะมีช่องเสียบสาย Micro USB อยู่ด้านล่างสำหรับชาร์จแบตเตอรี่และช่องไมคโครโฟน

        การจับคู่อุปกรณ์หรือ Pairing ถือว่าทำได้รวดเร็ว โดยการกดปุ่มเพาเวอร์ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที สังเกตไฟ LED กระพริบสีน้ำเงินสลับแดงที่อยู่ในช่องเสียบสายหูฟัง เมื่อทำการ Pairing  มันจะทำการจับคู่หูฟังกับอุปกรณ์โดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดใช้งานครั้งต่อไป เนื่องจากเป็นหูฟังทรงฟูลไซส์ ผู้เขียนเลยอยากลองทดสอบทั้งแบบการฟังผ่านสมารท์โฟน และทดสอบแบบจัดเต็มด้วยการฟังผ่านแอพฟังเพลงไฮเรส Audirvana บนคอมพิวเตอร์ เพื่อจะดูว่าคุณภาพเสียงบลูทูธของ Impact OE Wireless จะทำได้ดีขนาดไหน

ผลการลองฟัง

ต้องขอชมเรื่องการเก็บเสียงของหูฟังตัวนี้ก่อนเป็นอันดับแรก ทำได้ดีมากทีเดียวเมื่อนำไปใช้งานนอกสถานที่เพราะความนุ่มหนาและกระชับของเอียร์แพดช่วยกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี เมื่อเปิดเพลงแล้วก็เสมือนอยู่ในโลกส่วนตัวของการฟังเพลงได้น่าประทับใจ น้อง ๆ หูฟังที่มีระบบ Noise-canceling เลย ช่วยให้ได้ยินรายละเอียดของเสียงเล็กเสียงน้อยที่แผ่วเบาได้ชัดเจนมาก เมื่อเปรียบเทียบกับหูฟังแบบอินเอียร์ SOUL X-Shock ตัวก่อนหน้าที่ผู้เขียนได้ทดสอบไป Impact OE Wireless สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงออกมาได้เยี่ยมไม่แพ้กัน แต่ได้ความอิ่ม น้ำหนักเสียงที่ดีขึ้นไปอีกระดับตามขนาดของไดร์เวอร์

การรับส่ง-ส่งสัญญาณทำได้น่าประทับใจ ทดลองดู YouTube หรือ Netflix แล้ว อาการดีเลย์หรือเสียงไม่ตรงปากแทบไม่รู้สึก

ขณะทดลองฟังเพลงด้วยแอพ Audirvana

        สมดุลเสียงบาล้านซ์มาได้ดีมาก ตอนแรกแอบหวั่นใจว่าเสียงเบสจะบวมกลบรายละเอียดย่านกลางแหลมบ้างหรือเปล่า ปรากฏว่าไม่มีเลยแม้แต่นิดเดียว นี่เป็นหูฟังที่จูนเสียงมาได้ราบเรียบดีมากอีกรุ่นหนึ่ง ที่บอกเช่นนี้เพราะโดยปกติผู้เขียนจะใช้หูฟังแนวมอนิเตอร์อย่าง Shure เป็นประจำ ซึ่งเด่นเรื่องความราบเรียบของเสียงอยู่แล้ว พอมาฟังหูฟังแบบคอมเมอร์เชี่ยลทั่ว ๆ ไปจะจับระดับเสียงของย่านทุ้ม กลาง แหลมว่าได้สมดุลไหมง่ายมาก

แต่ถ้าจะฟังจับผิดกันจริง ๆ ย่านกลางแหลมจะโด่นเด่นกว่าย่านทุ้มนิด ๆ ทำให้เสียงคนร้องไม่ถอยหลังหรือจมมากเกินไป รวมถึงย่านเสียงแหลมที่เปิดสว่างเป็นประกายขึ้นมาอีกนิด ส่วนย่านต่ำมีความนุ่มไม่แข็งกระด้าง มีน้ำหนักเสียงและมวลแบบพอดี ๆ เบสไม่แห้งหรือน้อยจนเกินงาม พอเพียงสำหรับการฟังเพลงทุกประเภท

        Impact OE Wireless ให้เสียงกลางที่มีความน่าฟังมาก เสียงคนร้องมีน้ำหนักและรายละเอียดครบชัด เรียกว่าสำหรับฟังแนวออดิโอไฟล์รับได้แน่นอน เสียงเล็กเสียงน้อย รายละเอียดเทคนิคการขับร้องนั้นถูกเปิดเผยออกมาแบบหมดจด ชัดเจน อิ่ม และมีความผ่อนคลาย ฟังสบายไปพร้อม ๆ กัน มีไดนามิกของเสียงที่เปิดกว้างไม่เลว

        ย่านปลายแหลมทำได้ดีเช่นกัน โปร่งสว่างไม่อับทึบ มีรายละเอียดชัดเจนเก็บรวบปลายหางเสียงได้ดีไม่ฟุ้ง ไม่ถึงกับทอดหางเสียงไปจนสุดแต่มีการค่อย ๆ โรลออฟลงไปอย่างนุ่มนวลไม่กระด้าง ฟังแล้วไม่รู้สึกว่าแหลมกุดแต่อย่างใด ให้ความต่อเนื่องกับย่านเสียงกลางที่ราบรื่น ติดนุ่มเล็กน้อยแต่ยังมีประกายของเสียงและแอมเบี้ยนซ์ให้สัมผัสได้ รวมถึงให้น้ำหนักเสียงที่ดี โดยรวมเสียงแหลมทำได้ดีกว่ารุ่นอินเอียร์ในแง่ของเนื้อเสียงและความนุ่มนวลน่าฟัง

         เสียงทุ้มนุ่มแน่น ให้น้ำหนักเสียงที่ดี กระชับไม่รุ่มร่าม มีความฉับไว ด้านปริมาณคอเบสหนักอาจไม่สะใจ แต่สำหรับนักฟังเพลงทั่วไปนั้นเพียงพอแน่นอน เพราะหากจูนเสียงต่ำมามากปริมาณกว่านี้คงทำลายข้อดีของย่านกลางแหลมไปอย่างน่าเสียดาย เรียกว่า Impact OE Wireless จูนเสียงมาแบบให้ฟังเพลงได้ครอบคลุมแนวเพลงทุกประเภทจริง ๆ คือพยายามหาสมดุลค่าเฉลี่ยแบบกลาง ๆ ให้กับทุกแนวดนตรีตั้งแต่คลาสสิคไปถึงแนวอิเล็กทรอนิกส์ ฮิปฮอป

        ด้านการแยกมิติ ถือทำได้เยี่ยมทีเดียวสำหรับหูฟังสไตล์นี้ มีการแยกเลเยอร์ของชิ้นดนตรีที่ชัดเจนไม่แบนราบเป็นหน้ากระดาน ชิ้นดนตรีไม่มั่วหรือสับสน เวทีเสียงมีความโปร่งกว้างปานกลาง ไม่แคบจนรู้สึกอึดอัด ให้ความรู้สึกว่าทุกเสียงเสียงลอยอยู่รอบศีรษะไม่จมอยู่ในหัว เมื่อมองในแง่ว่ามันเป็นหูฟังแบบไร้สายแต่กลับให้เสียงที่มีมิติชัดเจนไม่ต่างจากหูฟังชั้นดีทั่วไป ก็ต้องขอยกเครดิตให้สักหน่อย แถมอีกอย่างว่าผู้เขียนทดลองสลับเป็นการฟังแบบใช้สายปกติไม่ผ่านระบบบลูทูธ คุณภาพเสียงดูจะได้ความสะอาดและสงัดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่นอกนั้นแทบไม่มีความแตกต่างด้านคุณภาพเสียงอย่างมีนัยยะสำคัญ แสดงว่าชิปแด็คที่ใช้ใน Impact OE Wireless เองก็มีคุณภาพดีมาก

สรุป

ถ้าคุณกำลังมองหาหูฟังฟูลไซส์แบบไร้สายสักตัวเอาไว้สำหรับการฟังเพลงระหว่างเดินทางหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ความกะทัดรัด พกพาสะดวก ความอึดของแบตเตอรี่ และการเชื่อมต่อที่เสถียรคือสิ่งที่ต้องพิจารณา และยิ่งถ้าหากคุณเป็นนักฟังเพลงตัวยงที่พิถีพิถันเรื่องของคุณภาพเสียงด้วยแล้ว SOUL Impact OE Wireless คือเพื่อนเดินทางที่รู้ใจของคุณและเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่ควรไปลองฟังก่อนสำหรับหูฟังไร้สายในระดับราคาไม่เกินห้าพันบาทครับ

รายละเอียดด้านเทคนิค

SOUL Impact OE Wireless

  • Weight: 240g
  • Dimensions: 155w x 180H x 80D (mm)
  • Bluetooth version: Bluetooth 4.0
  • Battery: 300mAH Li-ion Polymer (Included)
  • Operating keys: Answer / end key, volume control
  • Driver Type: Dynamic
  • Bluetooth Profiles: HFP, A2DP, AVRCP
  • Battery Life (Talk or Music time): Up to 18 hours (Varies by volume level and content)
  • Speaker Diameter: 40mm
  • Frequency Response: 20-20KHz
  • Magnet Type: Neodymium
  • Bluetooth Range: 33ft

ขอขอบคุณ บริษัท อัศวโสภณ จำกัด โทร 02 266 8136-8, 02 234 6467-8 ที่เอื้อเฟื้อสินค้าสำหรับการทดสอบในครั้งนี้