รีวิว Focal Sopra No.1

มงคล อ่วมเรืองศรี

เมื่อเอ่ยถึงประเทศฝรั่งเศส ส่วนใหญ่อาจนึกไปถึงแวดวงแฟชั่นสุดหรู หรือความเป็นเมืองน้ำหอมของโลก ในขณะที่อีกหลายคนก็นึกไปถึงสถานที่สำคัญอย่างพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (The Grand Louvre ) และหอไอเฟล (Tour Eiffel) แต่สำหรับเราๆ ท่านๆ ที่อยู่ในแวดวงเครื่องเสียงย่อมหนีไม่พ้นที่จะนึกไปถึงแบรนด์ดังอย่าง “Focal” ด้วยความเป็นบริษัทผู้ผลิตระบบลำโพงที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในระบบลำโพงที่ดีที่สุดโลก “Focal” จึงเป็นอีกหนึ่งศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของฝรั่งเศส

ทั้งนี้ Focal ได้จัดแบ่งไลน์การผลิตสินค้าเอาไว้ใน 5 ประเภทหลัก อันได้แก่ :- Professional Audio / Monitor Speakers; Home-use Speakers; Headphones; Vihecle Audio และ Audio Equipment for public place ซึ่งจะเห็นได้ว่า Focal มีไลน์สินค้าครอบคลุมทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใช้งานในระดับมืออาชีพ และระบบลำโพงมอนิเตอร์ รวมไปถึงระบบลำโพงใช้งานภายในบ้าน, เครื่องเสียงรถยนต์ และอุปกรณ์สำหรับสาธารณะ โดยได้แยกไลน์สินค้าอุปกรณ์หูฟังออกมาโดยเฉพาะ

…นั่นแสดงว่า Focal ได้วางเป้าหมายในการมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์หูฟังเอาไว้อย่างชัดเจน มิใช่เป็นเพียงสินค้าเฉพาะกิจที่ออกจำหน่ายเป็นบางครั้งบางคราว

สำหรับในกลุ่มผลิตภัณฑ์ลำโพงบ้านนั้น “Grande Utopia EM” ถือเป็นระดับ flagship ของ Focal ณ ปัจจุบัน และยังนับเป็นรุ่นล่าสุดของ Utopia series อันมีพัฒนาการต่อเนื่องนับเป็นเจนเนอเรชั่นลำดับที่ 3 แล้วในเวลานี้ ซึ่งล่าสุดนั้นได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในระบบลำโพงที่ดีที่สุดโลก (ด้วยราคาจำหน่ายที่สูงกว่าแปดหลัก) ภายใต้นิยาม Spirit of Sound ของ Focal ได้แฝงนัยยะสำคัญแห่งการดำเนินงานไว้ 3 ประการด้วยกัน Innovation (นวัตกรรม), Tradition  (การเป็นที่จดจำ และยอมรับ-นับถือ) รวมทั้ง being the best in the world (ก้าวสู่ความเป็นสุดยอดของโลก)

Grande Utopia EM ถือเป็นบทสรุปได้อย่างดี ถึงแนวทางที่ Focal มุ่งมั่นก้าวย่างไป เพราะ…นี่คือแหล่งรวมของสุดยอดนวัตกรรมที่ Focal ได้ค้นคว้าพัฒนาขึ้นมา …นี่คือลำโพงระดับสุดยอดของโลกที่คว้ารางวัลอันเกริกเกียรติมากมาย จนกลายเป็นที่จดจำในความสำเร็จ …และนี่คือลำโพงระดับชั้นหัวกะทิที่ผันผ่านพัฒนาการอย่างต่อเนื่องจนสามารถดำรงความเป็นสุดยอดของโลกไว้ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

…แน่นอนว่า “Grande Utopia EM” มิได้ถูกออกแบบ-สร้างมาสำหรับให้ทุกคนสามารถซื้อหาเป็นเจ้าของได้ (แต่ด้วยศักดิ์ศรีความเป็นสุดยอดลำโพง จะมีใครบ้างล่ะที่ไม่อยากเป็นเจ้าของ) ผลิตภัณฑ์ของ Focal ในซีรี่ส์ระดับรองลงมา จึงเป็นที่หมายปองของนักฟังโดยทั่วไป ซึ่งก็มีอยู่หลายซีรี่ส์ด้วยกัน ภายใต้ระดับราคาที่เรียกได้ว่าไม่ยากนักจะไขว่คว้าถึง

…ไล่ลงมาตั้งแต่ Electra Series, Chorus Series, Aria Series รวมถึง Sopra Series ถือเป็นซีรี่ส์ที่ออกมาล่าสุด ซึ่งแทรกตัวคั่นกลางอยู่ระหว่าง Electra Series กับ Utopia Series โดยแบ่งย่อยออกเป็น 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Sopra No.1, Sopra No.2 และ Sopra No.3 โดยที่ Sopra No.2 และ Sopra No.3 จะเป็นแบบตั้งวางพื้นโดยตรง ส่วน “Sopra No.1” จะเป็นแบบวางหิ้ง หรือ bookshelf ซึ่งก็จะมี “ขาตั้ง” ที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานร่วมกับ “Sopra No.1” นี้โดยเฉพาะอีกด้วย

คุณลักษณ์

เรียกได้ว่า “Sopra No.1” เป็นรุ่นเล็กสุดของ Sopra Series ที่มาในรูปลักษณ์ระบบลำโพงตู้เปิดแบบ 2-ทาง ซึ่งได้รับการติดตั้งวูฟเฟอร์/มิดเรนจ์แบบ “W” cone ขนาด 6.5 นิ้วจำนวน 1 ตัว ทำงานร่วมกับทวีตเตอร์สุดพิเศษ “Beryllium” dome ที่ออกแบบเป็นการเฉพาะขนาด 1 นิ้วจำนวน 1 ตัว ภายใต้สัดส่วนตัวตู้ 42.5×27.9×39.6 ซม. (สูงxกว้างxลึก) และพิกัดน้ำหนัก 19 กก. (ส่วนน้ำหนักของขาตั้งที่ออกแบบมาใช้งานร่วมกันนั้นอยู่ที่ 18.5 กก.)

โดยได้รับการกำหนดจุดตัดแบ่งช่วงความถี่การทำงาน (Crossover frequencies) เอาไว้ที่ 2,200 Hz ทั้งนี้ Sopra No.1 จะมีช่วงย่านของการตอบสนองความถี่เสียงครอบคลุมตั้งแต่ 45 Hz ขึ้นไปได้จนถึง 40,000 Hz ด้วยอัตราค่าความไวเสียง (Sensitivity) ประมาณ 89 dB และมีค่าความต้านทานปกติอยู่ที่ 8 โอห์ม (ต่ำสุด 3.9 โอห์ม) อัตรารองรับกำลังขับ 25-150 วัตต์

สำนักงานดีไซน์ ‘Pineau & Le Porcher’ ในฝรั่งเศส นับว่ามีส่วนสำคัญในการออกแบบ Sopra Series โดยวางตำแหน่งของ Sopra Series ไว้ให้อยู่ในระดับ ‘Premium High-End’ ซึ่งแทรกกลางอยู่ระหว่าง Electra series กับ Utopia series ทำให้ Sopra Series มีเทคโนโลยีหลายต่อหลายอย่างที่ได้รับการส่งมอบ-ต่อยอดมาจาก Utopia series ส่งผลให้ Sopra Series มีความโดดเด่นในตัวเองเป็นอย่างมาก ภายใต้ระดับราคาที่ย่อมเยากว่าพอสมควรเลยทีเดียว

ซึ่ง “Sopra No.1” เองก็เช่นกัน แม้ว่าจะนับเป็นรุ่นน้องนุชสุดท้องของซีรี่ส์ แต่ก็ “มีดี” ที่ไม่ธรรมดาบรรจุอยู่ในตัวอย่างไม่น้อยหน้ารุ่นพี่ๆ แต่อย่างใด เริ่มกันตั้งแต่ตัวตู้ หรือ cabinet ที่ออกแบบและจัดทำขึ้นเต็มรูปแบบด้วยแผนกที่เชี่ยวชาญด้านตัวตู้โดยเฉพาะ (cabinet-making facility) ของ Focal ในเมือง Burgundy ประเทศฝรั่งเศส …สถานที่เดียวกับการสรรค์สร้างตัวตู้ของ Utopia Series นั่นแล ด้วยโครงสร้างและภายใต้กระบวนการผลิตแบบเดียวกับ Utopia Series – ไม่ต่างกัน ที่ Focal เรียกขานว่า Gamma Structure ซึ่งภายในตัวตู้จะบรรจุไว้ด้วยวัสดุเนื้อหนืดเหนียว (damping material) เพื่อซึมซับแรงสั่นสะเทือน และช่วยในการปรับลดสภาพเรสโซแนนซ์ (resonance) ของตัวตู้ลำโพง

อีกทั้งตัวตู้นี้ยังมีลักษณะทางโครงสร้างภายในที่เสริมไว้ด้วยการคาดโครงคร่าวอย่างแข็งแรง และไร้ซึ่งด้านขนานใดๆ (no parallel side panels) อันจักก่อให้เกิดสภาพคลื่นสั่นค้างอันไม่พึงประสงค์ (standing waves) ที่สำคัญในส่วนของขาตั้งที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่เอื้อกัน ยังมีการคิดคำนึงถึงเรื่องของการปฎิสัมพันธ์กับพื้นห้อง ด้วยการเลือกใช้วัสดุฐานตั้งวางที่เป็นกระจก (glass) ร่วมกับการใช้เดือยแหลมรองรับแบบ decoupling spikes (ปรับระดับสูง-ต่ำได้) เพื่อป้องกันสภาวะ halo effects ต่อช่วงย่านความถี่เสียงต่ำ

การออกแบบให้ “Sopra No.1” เป็นระบบลำโพงที่มีแผงหน้าแคบ แทบจะพอดีกับขนาดมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์นั้น นอกจากจะมองดูเท่ สะดุดสายตา ยังก่อให้เกิดผลดีติดตามมาอีกด้วย ในแง่ของการแผ่กระจายคลื่นเสียงที่ไดรเวอร์นั้นขับขานออกมาในขณะทำงาน คลื่นเสียงจะไม่ตกกระทบที่บริเวณแผงหน้าส่วนเกิน (ซึ่งกว้างใหญ่เกินไป) แล้วสะท้อนออกไป ส่งผลกระทบต่อคุณภาพเสียงในแง่ลักษณะของ Early diffraction ที่ไปหักล้าง-ลดทอน หรือ เสริม-เพิ่มบางความถี่เสียงจนทำให้ขาดความสมดุลของเสียงโดยรวม-เบี่ยงเบนไปจากความเป็นจริง

ทั้งนี้การเลือกใช้ไดรเวอร์แบบ “W” cone ขนาด 6.5 นิ้วทำหน้าที่วูฟเฟอร์/มิดเรนจ์ของ Sopra No.1 ทำให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์อันเป็นประโยชน์ทั้งในแง่ความฉับไวในการตอบสนองต่อสัญญาณ พร้อมๆกับการได้มาซึ่ง “เนื้อเสียง” โดยรวมที่มีความสมดุลกลมกลืนกันมากที่สุด ครอบคลุมตั้งแต่ช่วงย่านเสียงต่ำขึ้นไปจนถึงช่วงย่านเสียงกลาง-สูง สอดรับและประสานสัมพันธ์การทำงานที่ดีร่วมกับทวีตเตอร์ได้เสมือนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อีกทั้งก็ด้วยว่า ขนาดของไดรเวอร์ 6.5 นิ้วนั้นมีความฉับไวในการตอบสนอง ไม่เนิบนาบ แช่มช้า เหมือนกับไดรเวอร์ขนาดใหญ่ ทำให้ได้มาซึ่งรายละเอียดเสียงช่วงความถี่ต่ำที่ดีขึ้นครบถ้วนตามต้นฉบับสัญญาณ

ซึ่งไดรเวอร์แบบ “W” cone นี้ โดยแท้จริงแล้ว “W” นั้นมาจากคำว่า ‘verre’ ในภาษาฝรั่งเศส ที่มีความหมายว่า “แก้ว” หรือ glass นั่นเอง เมื่อนำมา “ประกบ” กันในลักษณะของ sandwich จึงเท่ากับ “vv” (v – 2 ตัวติดกัน) ที่มองดูคล้าย “w” จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกขาน “W” cone โดยโครงสร้างของ “W” cone นั้นนับว่าซับซ้อน อันประกอบด้วยชั้นวัสดุ kevlar จำนวน 2 ชั้นที่ผนึกติดกันอยู่ด้วยโฟม ในลักษณะของ kevlar – foam – kevlar ที่โครงสร้างผิวหน้าด้านหนึ่ง ในขณะที่โครงสร้างผิวหน้าอีกด้านหนึ่งจะเป็นชั้นวัสดุ glass fibre จำนวน 2 ชั้นที่ผนึกติดกันอยู่ด้วยโฟมเช่นกัน ในลักษณะของ glass fibre – foam – glass fibre โดยทำการควบคุม “ความหนา” ที่เหมาะสมของตัวกรวยนี้ด้วยความหนาแต่ละชั้นของโฟม ทำให้ได้วัสดุตัวกรวยที่มีความเบามาก ทว่าค่าความแกร่งสูง พร้อมด้วยค่าคงตัวที่ดี และมีความหนืดในตัวที่สอดแทรกอยู่ระหว่างชั้นของเส้นใยไฟเบอร์อย่างเหมาะสม

ยิ่งกว่านั้น ในส่วนของขอบรอบยึดตัวกรวยลำโพงมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ (surround) กับตัวโครงสร้างลำโพง (basket) ยังเป็นแบบ ‘TMD’ suspension (Tuned Mass Damper) โดยที่ผู้ออกแบบ ‘TMD’ suspension นี้ขึ้นมา (จดทะเบียนสิทธิบัตรแล้ว) ได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีที่ใช้ในการซึมซับ-สลายแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว มิให้ไปส่งผลกระทบต่ออาคารสูงระฟ้า ในลักษณะที่ Tuned Mass Damper ดังกล่าวนี้จะมี “วงแหวน” จำนวน 2 วงวางซ้อนตัวกันบนขอบรอบยึดตัวกรวยลำโพง ทำหน้าที่เป็นดั่งค่ามวลจำนวนหนึ่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นมาในระดับที่พอเหมาะพอสมกับการผสมผสานช่วงจังหวะการเคลื่อนที่ ซึ่งพอเหมาะพอดีกับคลื่นความถี่ที่จะไปหักล้างกับค่าความถี่กำทอน (resonance frequency) นั่นเอง ทำให้ปราศจากซึ่ง “แรงสะบัด” วิ่งย้อนกลับไปสู่ตัวกรวยลำโพงในขณะกำลังทำงาน-ขับขานความถี่เสียง

ตัวกรวยลำโพง หรือ ไดอะแฟรม (diaphragm) ซึ่งต้องทำหน้าที่ขับเคลื่อนไปผลักดันมวลอากาศ เพื่อให้เกิดการสั่นไหวไปสร้างค่าความถี่เสียงที่รับฟังจากตัวลำโพง จึงมีความเที่ยงตรงสูงมาก ไร้ซึ่งการแต่งแต้มสีสัน หรือความบิดเบือนทางเสียงได้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งนี่แหละคือ สิ่งสำคัญที่ทำให้มิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ที่ใช้อยู่ใน Sopra Series สามารถส่งมอบเสียงอันเป็นธรรมชาติ เปี่ยมในการเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ ที่เคยซุกซ่อนอยู่ในสัญญาณเสียงดนตรี ทั้งยังให้ความสมจริงยิ่งนักในการบ่งบอกสภาพอิมเมจ-ซาวด์สเตจ สืบเนื่องมาจากความถูกต้อง-แม่นยำของค่าเฟส (phase) ในช่วงจังหวะการเคลื่อนตัวของตัวกรวยลำโพงนั่นเอง

สิ่งสำคัญอีกประการที่ได้รับการบรรจุอยู่ในมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ของ Sopra Series ก็คือ ระบบแม่เหล็กที่ใช้สำหรับไดรเวอร์แบบ “W” cone นี้ ยังเป็นแบบ ‘NIC’ magnetic circuit (Neutral Inductance Circuit) อีกด้วย ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากหลักการ Faraday ring เพื่อทำหน้าที่ช่วยควบคุมความเข้มข้มของเส้นแรงแม่เหล็กให้คงที่ ไม่ว่าวอยซ์คอยล์ (voice coil) จะเคลื่อนที่ไปอยู่ ณ ตำแหน่งใดๆ ก็ตาม วอยซ์คอยล์จะยังคงได้รับแรงกระทำจากสนามแม่เหล็กอย่างเต็มที่ได้ตลอดเวลาในขณะกำลังทำงานขับขานความถี่เสียง – เสียงที่ได้จากมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์แบบ “W” cone พร้อมด้วย ‘NIC’ magnetic circuit นี้ จึงให้เสียงอันแม่นยำ  เพียบพร้อมด้วยความฉับไวในการตอบสนอง (rapid response) อย่างสมจริงเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้วิศวกรของ Focal ยังได้ออกแบบทวีตเตอร์รุ่นใหม่ที่มีความสมบูรณ์แบบในลักษณะของ beryllium tweeter ซึ่งได้รับการออกแบบขึ้นอย่างเป็นการจำเพาะ เพื่อนำมาบรรจุไว้ใน Sopra Series นี้โดยเฉพาะ ด้วยการถอดแบบจากทวีตเตอร์ของ “Grande Utopia EM” เลยทีเดียวเชียวละ โดยยังคงใช้ beryllium tweeter แบบ inverted dome (ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2) ด้วยเหตุปัจจัยสำคัญที่ว่า Beryllium นั้น เป็นวัสดุที่มีค่าความเบายิ่งกว่า Titanium ถึง 2.5 เท่า ในขณะที่มีค่าความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นเป็น 7 เท่า ภายใต้มวลที่เท่าๆกัน “Beryllium” จึงให้คุณสมบัติที่สำคัญอย่างครบถ้วนทั้งในแง่ของประสิทธิภาพที่สูง ควบคู่การตอบสนองความถี่สูงที่พุ่งทะยานไปได้ไกลสุดกู่ ด้วยค่า bandwidth ที่กว้างขวางมากเป็นพิเศษ ครอบคลุมตั้งแต่ 2.2 กิโลเฮิรตซ์ ขึ้นไปจนถึง 40 กิโลเฮิรตซ์เลยทีเดียว

ในขณะเดียวกัน Beryllium tweeter แบบ inverted dome สำหรับ Sopra Series ของ Focal นี้ ก็มิใช่ธรรมดาๆ ด้วยเหตุว่าได้นำเอา ‘IHL’ technology หรือ Infinite Horn Loading (ซึ่งได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตรไว้แล้ว) มาใช้ควบคู่กันอีกด้วย โดยที่บริเวณด้านหลังของ Beryllium tweeter จะมีส่วนของ “ท่อเล็กๆ” ลักษณะคล้ายๆ กับฮอร์นสวมครอบอยู่  ทำนองเดียวกับ rear chamber ที่มีช่องเปิดเป็นปากท่อผายออกสู่ด้านหลังตัวตู้ (มิได้ปิดสนิท) ทั้งนี้เพื่อมิให้มีแรงต้านใดๆ กระทำต่อคลื่นเสียงด้านหลังตัวโดมทวีตเตอร์ (zero resistance approach) ส่งผลให้การเคลื่อนตัวของโดมทวีตเตอร์มีความเป็นอิสระ และไร้ซึ่งอิทธิพลใดๆ จากสภาพอะคูสติก ทั้งยังบรรจุไว้ด้วย damping material ทำหน้าที่ซึมซับคลื่นความถี่ที่เปล่งออกมาทางด้านหลังตัวโดมทวีตเตอร์ (Back wave absorption) อีกด้วย

ผลการรับฟัง

ขอชี้แจงสักนิดนะครับว่า ในการรับฟังของผมครั้งนี้เป็นการเดินทางมาฟังเทสต์นอกสถานที่ ณ โชว์รูมของ CH Home Medias บนพื้นที่ชั้น 2 (HiFi Zone) ของ Siam Paragon ซึ่งเป็นการรับฟังในห้องที่ “Sopra No.1” ได้รับการเซตอัพไว้อย่างดี (ร่วมกับซิสเต็มของ Naim Audio และสายต่างๆ ของ Terchov cables) โดยฝีมือของคุณมนตรี เสาวหวานิชกิจ – ผู้จัดการโชว์รูม ซึ่งได้เคยโชว์ฝีมือฉกาจในการเซตอัพ Grande Utopia EM + NAIM STATEMENT ให้ได้ประจักษ์อย่างไร้เทียมทานกันไปแล้วเมื่อครั้งออกงาน Thailand International High-End Audio-Video Show 2017 ที่ไบเทค บางนา ช่วงปลายเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา

ซึ่งต้องขอบอกว่า จากฝีมือการเซตอัพของคุณมนตรี ได้สร้างประสพการณ์การรับฟัง “Sopra No.1” อันตราตรึงใจยิ่งนักให้แก่ผม ด้วยความที่ “Sopra No.1” ได้รับการเซตอัพไว้มุ่งเน้นในประเด็นความสมดุล-กลมกลืน-ต่อเนื่องของเสียงโดยรวม ทำให้ “Sopra No.1” ส่งมอบน้ำเสียงอันน่าพิสมัยยิ่งนัก ให้ความฉ่ำชุ่มมีชีวิตชีวา มีเนื้อหนังมังสา ไม่ผอมบาง ปราศจากซึ่งความแห้งแล้งใดๆ ทั้งยังเด่นชัดในการนำเสนอรายละเอียดอันใสกระจ่าง ฉับไว ไม่แช่มช้า เนิบนาบ เพียบพร้อมทั้งน้ำหนัก-แรงกระแทกกระทั้น และยังให้การตอบสนองความถี่เสียงต่ำลงไปได้อย่างลึกล้ำอีกด้วย

ช่วงย่านความถี่เสียงต่ำที่รับฟังได้จาก “Sopra No.1” นั้น ทรงพลัง – หนักแน่น ไม่อวบอ้วน อุ้ยอ้าย และจากการรับฟังซีดีชุด EARTH : voice of a planet / LD0019 แทร็คที่ 2 : Call of the elephant ซึ่งมีการบันทึกความถี่เสียงต่ำระดับ infrasound ประมาณ 14 – 35 Hz ที่ช้างป่าอาฟริกาใช้เปล่งเสียงเพื่อติดต่อสื่อสารระหว่างกันนั้น ทำให้การันตีได้ว่า “Sopra No.1” สามารถตอบสนองลงไปได้ลึกล้ำต่ำกว่า 40 Hz …หายห่วงครับ ซึ่งเมื่อได้ฟังจากเพลง Matsuri ของ KITARO Live in America เจ้า “Sopra No.1” ให้ทั้งความฉับไวและแม่นยำในจังหวะจะโคน หนังหน้ากลองกระเดื่องตึงแน่น ให้แรงปะทะเป็นระลอกที่รับรู้ได้ ทั้งยังบ่งบอก “ระลอก” ของคลื่นเสียงหนังหน้ากลองใหญ่ที่กำลังสั่นกระพือ แยกแยะออกมาจากเสียงทุ้มที่ระรัวเป็นจังหวะของกลองไฟฟ้าออกมาได้แจ่มชัด พร้อมด้วยความหนักแน่นของเสียงที่ไม่อัดอั้น เปี่ยมในน้ำหนักของเสียงเบสอันรุกเร้าใจ

จากแผ่น POMP&PIPES! ของ REFERENCE RECORDINDS เจ้า “Sopra No.1” ได้ถ่ายทอดความอลังการทางเสียงของวงออร์เคสตร้าที่กำลังแผดสนั่น ประโคมคำรนอย่างยิ่งใหญ่ ทรงพลัง ไม่ปรากฏอาการอัดอั้น เครียดเค้น เสียงเบสลึกๆ ตอบสนองออกมาได้อย่างไร้ปัญหา การรับฟังออร์เคสตร้าได้เสียงกระหึ่ม กึกก้อง อย่างไม่มีที่ติ ความกว้างใหญ่ของวงออร์เคสตร้าถูกถ่ายทอดออกมาจนเต็มห้อง แผ่เลยตำแหน่งตั้งวางลำโพงซ้าย-ขวา และถอยลึกเลยผนังหลังห้องฟังออกไปเลยเชียวละ อันน่าจะเป็นผลมาจากการใช้มิดเรนจ์/วูฟเฟอร์แบบใหม่ที่มีศักยภาพระดับที่สูงมาก ควบคู่กับขนาดอันเหมาะสมของไดรเวอร์นี้ ที่สอดรับกับภาระช่วงการทำงานของทวีตเตอร์อย่างเป็นเนื้อเดียวกัน จึงนำมาซึ่งช่วงย่านเสียงกลางที่ให้การจำแนก-แยกแยะรายละเอียดได้ดี มีความกระจ่างสดใสในช่วงย่านเสียงสูง พร้อมด้วยหางเสียงที่มีประกายทอดตัวยาวไกลอย่างสมจริง

“Sopra No.1” นั้นให้คุณลักษณ์ในน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความฉับไว สดใส โปร่งกระจ่าง และยังให้การบ่งบอกสภาพบรรยากาศการแสดงในสถานที่ที่บันทึกเสียงนั้น (atmosphere) ที่นับว่าอยู่ในเกณฑ์น่าประทับใจเลยทีเดียว  เฉกเช่นเดียวกับการส่งมอบสภาพอิมเมจและซาวด์สเตจที่สามารถสำแดงออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่ง “Sopra No.1” จะถ่ายทอด-ส่งมอบสรรพเสียงชิ้นดนตรีที่เสมือนผุดโผล่ออกมาจากตรงโน่นตรงนี้ มีตำแหน่งแห่งที่ชี้ชัดได้ในเวทีเสียงอันแผ่กว้าง ไม่ว่าจะเป็นเสียงกีต้าร์-เสียงเปียโน-เสียงไวโอลิน-เสียงเครื่องสายทั้งหลายเรียกได้ว่า แทบจะมองเห็นเป็นเส้นสายที่สั่นไหวกันเลยทีเดียว แม้ในยามที่คุณมันส์ในอารมณ์ไปปรับเร่งระดับความดังเสียงให้มากขึ้น…มากขึ้น…มากขึ้น “Sopra No.1” ก็จะยังสามารถสนองความสะใจในขณะรับฟังได้อย่างน่าทึ่ง และตื่นเต้น …ไร้ความมั่ว/ตีรวนกันของเสียง เสียงทุกเสียงจะยังคงปรากฏเป็นแถวเป็นชั้นถอยลึกเข้าไปหลังแนวตั้งวางระบบลำโพง ไม่มีเสียงใดที่โผล่เลยล้ำหน้าตำแหน่งตั้งวางลำโพงออกมา

ซึ่งไม่ว่าคุณจะรับฟัง “Sopra No.1” ในระดับความดังปกติ หรือดังกว่าปกติมากๆ เพราะความมันส์ในอารรมณ์พาไป คุณก็จะยังคงรับรู้ได้ถึงสภาพความแผ่กว้างของเสียงเต็มพื้นที่ห้อง ถอยลึกเข้าไปเลยตำแหน่งตั้งวางลำโพงไปไกล แยกเป็นแถว/ชั้นของเสียง บ่งบอกตำแหน่งแห่งที่ของเสียงที่เกิดขึ้นได้แน่นอน พร้อมด้วยละอองอณูของมวลเสียง ควบคู่กับความสดใส ฉับไว ในการให้รายละเอียดของเสียง – ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นในช่วงย่านความถี่เสียงต่ำ ,ช่วงย่านความถี่เสียงกลาง หรือว่าช่วงย่านความถี่เสียงสูง 

สรุปส่งท้าย

…แม้จะมิได้ถูกออกแบบมาถึงขีดขั้นความเป็นระบบลำโพงมอนิเตอร์เต็มรูปแบบ แต่ก็ต้องยอมรับครับว่า ลำโพงบ้าน แบบวางขาตั้ง ตัวเล็กกะทัดรัดอย่าง “Sopra No.1” มีอยู่หลายสิ่งที่สร้างความประทับใจให้แก่ผม “Sopra No.1” นับเป็นระบบลำโพงที่สามารถสร้างความประทับใจได้อย่างง่ายๆ เมื่อได้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นในด้านน้ำหนัก – ความฉับไว – พลังกระแทกกระทั้น และการตอบสนองความถี่เสียงต่ำที่ทำได้อย่างลึกล้ำ รวมไปถึงความยิ่งใหญ่-อลังการของสุุ้มเสียงที่ส่งมอบออกมา ทั้งยังเพียบพร้อมด้วยความเอิบอิ่มของน้ำเสียงโดยรวม และรายละเอียดเสียงสอดแทรกต่างๆ ทั้งในช่วงย่านเสียงต่ำ, กลางและสูง ที่ถูกถ่ายทอดอย่างพรั่งพรู บวกกับสมรรถนะอันน่าทึ่ง ในการบ่งบอกตำแหน่งแห่งที่ของสรรพเสียงอันแจ่มชัด รวมถึงการมีตัวตนของเสียงนั้นๆ ในสภาพอิมเมจและซาวด์สเตจอย่างสมจริง

อุปกรณ์ร่วมใช้งาน :- เครื่องเล่นซีดี Naim CD5 XS; อินติเกรตแอมป์ Naim Nait XS 2; สายสัญญาณ Tchernov cables; สายลำโพง Tchernov cables; สายไฟเข้าเครื่อง Tchernov cables

ขอขอบคุณ ร้าน CH Home Medias โทร.02 610 9564-5  ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ในการรับฟัง Focal Sopra No.1 ในครั้งนี้