มาเพิ่มคุณภาพเสียงให้ Spotify แบบ Bit-Perfect กัน


โดยปกติแอพฟังเพลงยอดนิยมอย่าง Spotify นั้น ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นคุณภาพการฟังเพลงแบบสูงสุดเป็นหลัก แต่จะเน้นไปทางด้านประสบการณ์ในการใช้งานที่สะดวกสบาย และ AI เลือกรายการเพลงอันชาญฉลาด

โดยให้บริการสตรีมมิ่งไฟล์แบบความละเอียดสูงสุดในแพ็คเกจแบบพรีเมี่ยม บิตเรตอยู่ที่ 320 kbps ในรูปแบบไฟล์ Lossy ฟอร์แมต Ogg Vorbis ซึ่งก็ถือว่าได้คุณภาพดีกว่า MP3 ทั่วไปซึ่งมักนิยมใช้บิตเรตอยู่ประมาณ 128 kbps ถึง 192 kbps

ในแง่ของจำนวนเพลงทั้งหมดที่ให้บริการ ก็ถือว่าไม่ด้อยกว่า TIDAL แถมความฉลาดของ  AI ในการเข้าถึงเพลงต่าง ๆ ดูจะง่ายดาย และถูกจริตคนไทยมากกว่าพอสมควร

แต่สิ่งเดียวที่ Spotify ต้องจำยอม TIDAL ก็เห็นจะเป็นเรื่องของระดับคุณภาพเสียงสูงสุดที่เปิดให้บริการ เนื่องจาก TIDAL ให้บริการสตรีมมิ่งไฟล์แบบความละเอียดสูงสุดในแพ็คเกจแบบ HiFi บิตเรตอยู่ที่ 1411 kbps ในรูปแบบไฟล์ Lossless แถมยังมีแพ็คเกจ Master-Quality (MQA) ซึ่งให้คุณภาพเสียงระดับไฮเรส

แต่ก็ยังมีวิธี ที่จะอัพเกรดคุณภาพเสียงการสตรีมเพลงผ่านแอพ Spotify บนคอมพิวเตอร์ (เฉพาะวินโดวส์) ให้มีคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นมาอีกระดับ และสำหรับการนี้ ท่านจำเป็นต้องมี USB DAC เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์อีกหนึ่งตัว โดยอาศัยแอพเสริมที่เรียกว่า “HIFI-CABLE & ASIO-Bridge” ซึ่งสามารถเข้าไปดาว์นโหลดมาใช้ได้แบบฟรี ๆ ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้

https://www.vb-audio.com/Cable/index.htm#DownloadASIOBridge

ขั้นตอนเซ็ตอัพ

อินเตอร์เฟสของแอพ HIFI-CABLE
  1. หลังติดตั้งแอพ HIFI-CABLE & ASIO-Bridge เข้าไปที่ “Playback Device” ของวินโดวส์ เลือกเป็น “Hi-Fi Cable Input”
  2. เปิดแอพ HIFI-CABLE & ASIO-Bridge เลือก “ASIO Device” ของ USB DAC ที่จะใช้งาน (ดาวน์โหลดได้จากเวปไซท์ผู้ผลิต DAC นั้นๆ)
  3. ติ๊กที่ปุ่ม “ASIO ON” เพื่อเปิดการเชื่อมต่อ
  4. เปิดแอพ Spotify แล้วทดลองเล่นดู

หมายเหตุ กรณีไม่มีเสียงลองเช็คที่ Latency บนแอพ HIFI-CABLE & ASIO-Bridge ดูว่าต่ำไปหรือเปล่า (สังเกตหน้าจอแสดงผล Buffer ของแอพกระพริบสีแดง) ทดลองปรับเพิ่มทีละสเต็ป (การปรับ Latency จำเป็นต้องรีสตาร์ทเครื่องใหม่)

อธิบายแบบง่าย ๆ ว่าแอพนี้ จะช่วยสร้างเส้นทางลัดของสัญญาณดิจิทัล จากแอพ Spotify ไปยัง USB DAC ภายนอกโดยตรง ไม่ผ่านดิจิทัลโวลุ่ม หรือขั้นตอนประมวลผลอื่นใดบนวินโดวส์ ในลักษณะ Bit-Perfect จากต้นทางสู่ปลายทาง ทำให้น้ำเสียงมีความสะอาดและนิ่งสงัดเพิ่มขึ้นทันทีแบบรู้สึกได้

เหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากแอพ Spotify ปกติ ไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับการปล่อยสัญญาณดิจิตอลแบบ Bit-Perfect ในลักษณะนี้ (TIDAL ทำได้) นั่นเอง วิธีนี้นี้ ใช้ร่วมกับแอพอื่น เช่น YouTube ก็ช่วยให้เสียงดีขึ้นเช่นเดียวกัน เพียงแต่จะมีดีเลย์บ้าง มากน้อยตามการปรับ Latency