ฝุ่นในห้อง ดูหนัง-ฟังเพลง

นิตพินัย สุบรรณเสนี

          ระยะนี้คงต้องเขียนถึงเรื่องฝุ่นเสียหน่อย เดี๋ยวจะไม่ทันสมัย แต่จะขีดวงจำกัดถึงเฉพาะฝุ่นละอองที่อยู่ภายในห้องฟังหรือห้องโฮมเธียเตอร์ของเรา เพราะเหนือจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของอุปกรณ์ภาพในระบบของเราแล้ว ยังอาจจะส่งผลถึงสุขภาพร่างกายของเราในระยะยาวด้วย

ผลกระทบของฝุ่นละอองในห้อง

            ข้อเสียของการที่มีฝุ่นละอองเข้าไปเกาะติดสะสมอยู่ในอุปกรณ์ภาพ/เสียงจะมีอยู่หลายอย่างแต่ที่เห็นได้ชัดเจนคือมันจะไปทำให้หัวอ่านแผ่นสกปรกอ่านแผ่นได้ไม่ดี ถ้าเป็นโปรเจคเตอร์ก็จะมีฝุ่นละอองสะสมอยู่ที่ด้านหน้าและหลังของเลนส์ รวมถึงแท่งปริซึมแยกแสงภายในโปรเจคเตอร์เองด้วยซึ่งการจะทำความสะอาดบอกได้เลยว่ายากมากต้องอาศัยผู้ชำนาญการโดยตรง

นอกจากนี้ในบ้านเราจะมีอากาศที่ค่อนข้างชื้นเป็นปรกติเมื่อฝุ่นละเอียดรวมกันกับละอองน้ำหรือความชื้นในอากาศตกลงไปเกาะอยู่ภายในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดได้หลายอย่าง มีนักเล่นหลายท่านที่คุ้นเคยกันดีที่เก็บเครื่องพังประจำลองให้ซื้อเครื่องวัดความชื้นมาวัดในห้องผลว่าได้สูง 70-80% เลยให้ซื้อเครื่องลดความชื้นและติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ รวมถึงบางบ้านออกแบบความดันในห้องใหม่ให้เป็น Positive Pressure ตั้งแต่นั้นอุปกรณ์ในระบบไม่เคยรวนอีกเลย

หรือเคยเจอกับตัวเป็นเครื่องเล่นบลูเรย์รุ่นแรกๆ มีพัดลมดูดอากาศระบายความร้อนใช้ไปนานๆ ฝุ่น/ความชื้นเข้าไปเกาะติดแน่นอยู่ระหว่างขาของขั้ว HDMI ขาออกตรงแผงวงจร ทำให้เวลาส่งสัญญาณภาพ 1080p@60Hz แล้วภาพกระตุก/เป็นบล็อก ลองเปลี่ยน TV และสาย HDMI ก็ไม่หาย

แต่พอลองทำความสะอาดขา HDMI ที่บัดกรีลงแผงวงจรใหม่ปรากฏว่าอาการรวนหายไปทั้งหมดเพราะสัญญาณความละเอียดระดับ 1080p@60Hz ต้องใช้ความเร็วของการส่งข้อมูลที่สูงมาก การที่มีฝุ่นติดเป็นคราบระหว่างขาจะก่อให้เกิดสัญญาณรั่วข้ามช่องหรือ Crosstalk หรือการรบกวนอื่นๆ ได้ เป็นต้น

ฝุ่นในห้องเรามาจากไหน?

            ก็คงจะมาจากสารพัดต้นตออย่างตามจุดรอยรั่วต่างๆ ภายในห้องเช่นบริเวณขอบประตูหน้าต่างเพดาน รวมถึงเสื้อผ้า, รองเท้าอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราถือนำติดเข้าไปในห้องที่สำคัญที่สุดที่หลายคนมักมองข้ามไปก็คือพัดลมดูดอากาศ ห้องฟังส่วนใหญ่เป็นห้องแอร์และมักจะมีพัดลมดูดอากาศตัวเล็กๆ นำอากาศภายในห้องออกไปซึ่งเป็นวิธีที่ผิดนะครับถ้าจะลดฝุ่นในห้อง

เพราะวิธีดังกล่าวจะเป็นการสร้าง Negative Pressure ขึ้นมาในห้องของเราซึ่งพัดลมดูดอากาศมันจะพยายามดูดเอาเศษผงฝุ่นละอองสารพัดตามซอกประตู รูโหว่เล็กๆ น้อยๆ เข้ามาในห้องเราตลอดเวลา

วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง

ซึ่งวิธีที่ถูกคือจะต้องสร้างสภาวะความดันภายในห้องให้มากกว่าภายนอก (Atomspheric Pressure) โดยการใช้พัดลมดูดอากาศเข้ามาในห้องและติดตั้งระบบกรองอากาศอย่างดีเช่น HEPA ก่อนที่อากาศภายนอกจะผ่านเข้าสู่ตัวพัดลมดูดอากาศด้วย ซึ่งห้อง Clean Room ทั่วๆ ไปก็จะใช้วิธีการนี้

ถ้าห้องเราปิดสนิทมิดชิดก็อาจจะต้องหาช่องทางออกให้อากาศหมุนเวียนออกไปบ้างตามความเหมาะสมและช่องอากาศเข้าจะต้องอยู่สูงกว่าช่องอากาศออกโดยหลักการ แต่ถ้าห้องเราไม่เป็นสัดส่วนปิดมิดชิด ก็อาจจะต้องหาทางแก้ไขด้วยวิธีอื่น เช่นติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ, พยายามลดปริมาณฝุ่นที่เข้ามาในห้อง, ประตูทางเข้าควรจะเปิดออก รวมถึงหาผ้ามาคลุมอุปกรณ์เวลาไม่ได้ใช้งานเป็นต้น

แต่ถ้ามีโอกาสลองใช้วิธีการสร้าง Positive Pressure ขึ้นมาในห้องคุณจะดีกว่านอกจากอุปกรณ์จะปลอดภัยยืดอายุการใช้งานแล้วยังช่วยให้เจ้าของห้องและสมาชิกที่ใช้งานห้องปลอดจากฝุ่น PM ทั้งหลายค่อนข้างเต้มร้อยซึ่งจะมีผลที่ดีต่อสุขภาพของเราในระยะยาวด้วยครับ