ทำไมภาพ HDR ดูไม่ฉีกจาก SDR?

นิตพินัย สุบรรณเสณี

เชื่อว่าหลายท่านที่พึ่งถอยทีวี 4K HDR หรือโปรเจคเตอร์ที่รองรับระบบ HDR มาเล่นกันแล้วมักพบว่าคุณภาพเวลาที่ดูโปรแกรม HDR ภาพมันดูไม่ค่อยจะโดดเด่นทิ้งห่างจากโปรแกรม SDR กันสักเท่าไหร่ทั้งๆ ที่ข้อมูลหน้าจอภาพก็แสดงอยู่ชัดๆ ว่ากำลังเล่นโปรแกรม HDR อยู่

เหตุการณ์ประมาณนี้น่าจะเกิดมาจากที่ทีวีหรือโปรเจคเตอร์ที่ใช้อยู่นั้นจะอยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่ใช้เป็นรุ่น Premium Series ซึ่งเครื่องในระดับนี้มักจะให้ค่าความสว่างสูงสุดจากจอ (Peak Brightness) ได้ค่อนข้างจำกัดเพราะมีปัจจัยด้านต้นทุนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

จอภาพหรือเครื่องฉายภาพในกลุ่มนี้จะให้ความสว่างสูงสุดในโหมด HDR เพิ่มขึ้นมาจากโหมด SDR อยู่เพียงเล็กน้อย เช่นแค่ 10-20% ในขณะที่จอภาพระดับ Premium จะให้ความสว่างของโหมด HDR มากกว่าโหมด SDR อยู่ถึง 50-300% ซึ่งก็ยังถือว่าต่ำกว่าตัวมาสเตอร์โปรแกรม HDR ส่วนใหญ่ที่จัดทำมาซึ่งมักจะมีระดับความสว่างที่สูงกว่าโปรแกรม SDR ถึง 1000% (100 nit SDR เทียบกับ 1,000 nit HDR)

ดังนั้นถ้าจอภาพไม่ได้ถูกออกแบบมาอย่างพิเศษหรือเครื่องฉายภาพที่ไม่มี Light Source พลังสูงๆ อย่างหลอด Blue Laser Diode คงจะเป็นเรื่องยากมากที่ภาพ HDR จะดูกระโดดทิ้งห่างจากภาพของ SDR โดยเฉพาะในเรื่องการตัดกันของแสงและเงา (Contrast Ratio)

ดังนั้นจอภาพที่จะใช้กับโปรแกรม HDR ได้อย่างเหมาะสมใกล้เคียงต้นฉบับที่บันทึกมานั้น มันจะต้องมีค่าความสว่างสูงสุดสำรองเอาไว้มาก ๆ เช่นจอภาพที่เป็น LED Backlight รุ่นสูง ๆ (Premium Model) หรือจอภาพที่ให้ความสว่างในพื้นที่เล็กๆ (Small Area) ได้สูงและให้ค่าความดำของภาพได้ดีมากอย่างจอ OLED (เพื่อดึง Contract Ratioให้สูงมากเท่าที่จะทำได้เมื่อแสดงภาพ HDR)

จอภาพที่ให้ความสว่างสูงสุดได้ดีมากเหล่านี้เมื่อเล่นกับโปรแกรม HDR จะสังเกตชัดเจนว่า ภาพจะดูสดเปิดสว่างขึ้นภาพโดยรวมมีพลังและมีความเข้มข้นดีกว่า SDR ขอลองวัดตัวเลขความสว่างที่เคยวัดเก็บ ๆ ไว้ เวลาทดสอบจอภาพหรือไปตามบ้านพรรคพวกให้ดูพอเป็นตัวอย่าง (ใช้สัญญาณทดสอบ 10% window, Contrast และ Backlight หรือ OLED Light สูงสุด)

  • Sony a9f ≅ 1,600 cd/m²
  • Sony X9000F ≅ 950 cd/m²
  • Samsung Q7F ≅ 1,500 cd/m², Q81 ≅ 1,500 cd/m²
  • LG C8 ≅ 900 cd/m², C 6 (ที่ใช้อยู่เอง) ≅ 700 cd/m²
  • Samsung Nu8500 ≅ 900 cd/m²

ทีนี้ลองดูตัวเลขของรุ่นมาตรฐานระดับกลางๆ กันบ้าง

  • Sony X 7500 F ≅ 400 cd/m²
  • Samsung Nu7300 (พึ่งทดสอบไปในเล่ม 250) ≅ 350 cd/m²
  • LG UJ652T 380 cd/m²

ดังนั้นจะเห็นว่าการขยับจากรุ่น Standard ขึ้นไปเป็นรุ่น Premium ที่อาจจะมีราคาสูงกว่าเป็นเท่าตัวแต่เราจะได้ความสว่างสูงสุดที่เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 200-300% เลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกใจว่าภาพ HDR จากทีวีคุณภาพสูงเหล่านั้นถึงได้ดูแตกต่างจากรุ่นธรรมดามากมาย

แต่ทีวี Premium model เหล่านั้นก็จะต้องแลกมาด้วยราคาค่าตัวที่สูงใช่ย่อยดังนั้นลองพิจารณาให้รอบครอบลองถามตัวเองดูว่าโดยดูโปรแกรม HDR หรือ SDR เป็นสัดส่วนมากน้อยขนาดไหน ถ้าภายในหนึ่งเดือนจะได้โปรแกรม HDR สักเรื่องสองเรื่อง นอกนั้นดู SDR ตลอดแบบนี้คงคบกับรุ่น Standard Smart 4K TV ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

นอกจากนี้การที่จอภาพมีความสว่างสูงมากเกินไปและถ้าดูประจำในห้องที่ค่อนข้างมืดจอที่สว่างมากเกินไปและปรับแต่งไม่เหมาะสมอาจจะมีผลเสียต่อสายตาในระยะยาวได้แต่ถ้าภายในห้องมีแสงสว่างก็คงไม่มีปัญหาอะไร